แนะนำตัวให้รู้จักหน่อยค่ะ
Jeem: ชื่อเล่นชื่อจีม เรียน MSc Finance, Technology and Policy ที่ University of Edinburgh ครับ

ทำไมถึงเลือกเรียนคอร์สนี้?
Jeem: ก่อนหน้านี้เรียน Econ ที่ไทยตอนปริญญาตรี แล้วก็ทำงานธนาคารกรุงเทพฯ มา 4 ปีกว่าถึง 5 ปี เลยตัดสินใจมาเรียนต่อด้าน Fintech เพราะว่ามันเป็นประโยชน์ที่ดีที่สุดที่น่าจะทำได้ครับ และด้วยตอนนี้เทคโนโลยีมันเริ่มเข้ามา Drive ธุรกิจ แล้ว เราก็ควรได้เรียนรู้ตรงนี้เป็นพื้นฐานไว้ก่อน แต่ที่เรามาเรียนก็เพื่ออยากเจาะลึกลงไป เราจะได้มีพื้นฐานที่มากกว่าคนอื่นอีกสเต็ปนึง ก็เลยเป็นเหตุผลที่ได้เลือกมาเรียนคอร์สนี้ครับ
รีวิวการเรียน Pre-sessional ก่อนเริ่มเรียนหลักสูตรจริง
Jeem: ผมรู้สึกว่ามันดีนะ มาเรียนแล้วรู้สึกแปลกดี ต้องยอมรับว่าเพื่อนส่วนใหญ่ในคลาสจะเป็นคนจีนทั้งนั้นเลย แต่ผมก็เจอคนไทยด้วยอีกคนเรียนด้วยกัน ก็เลยง่ายขึ้นมานิดนึงเพราะเรามีเพื่อน คือจากที่ฟังหลาย ๆ คนมา ถ้าเราเป็นคนไทยคนเดียวในห้องมันจะลำบาก แต่ผมมีคนไทยด้วยมันเหมือนทำให้เรามีเพื่อนตั้งต้นละคนนึง ทีนี้พอเราจะมีเพื่อนต่อมันก็ไม่ยากแล้ว
การแบ่งห้องเรียนและรูปแบบการสอนของ Pre-sessional
Jeem: เขาจะแบ่งประมาณ 25 คลาส แต่เนื้อหาเหมือนกัน มันจะมีให้เลือกระหว่าง 6 หรือ 10 weeks สำหรับผมเลือกมาเต็ม 10 weeks เลยครับ และในช่วง 4 สัปดาห์แรกของการเรียนจะคละเพื่อน ๆ ในห้องก่อน แล้วเขาจะสอนเป็น General ทั่วไปว่าแบบมี Listening, Speaking, Reading, Writing ครบเลย แล้วหลักสูตรนี้ก็จะดีตรงที่ Writing เขาจะสอนวิธีการเขียนที่มหาวิทยาลัยต้องการ การอ้างอิง Reference ที่เราอาจจะไม่ค่อยได้ทำมาก่อน ตรงนี้ผมว่าดี เพราะพอเปิดเทอมบางคนเขาไม่รู้นะว่าต้องไปหา Reference ที่ไหนเพราะไม่ได้เรียน Pre-sessional มา คอร์สนี้ก็จะช่วยได้เยอะ
พอถึงช่วงนึงเขาจะให้เราส่งงานเพื่อผ่านสัปดาห์นั้น ๆ ด้วย ซึ่งจริง ๆ ช่วงนี้มันไม่มีเก็บคะแนนก็คือผ่านหมดทุกคนแหละ แต่เขาก็จะขู่ ๆ บ้างว่าถ้ายูไม่ทำอย่างนู้นอย่างนี้ ยูจะไม่ผ่านนะ!
แล้วพอมาช่วง 6 weeks เขาก็จะแบ่งห้องใหม่ ทีนี้ก็จะโฟกัสสายที่เราเรียนแล้วอย่าง Business School ก็จะอยู่ Business School หรือ Law ก็ไปกับ Law ทุกคนในห้องก็จะเรียนคล้าย ๆ กัน ในส่วนของเนื้อหาก็คล้าย ๆ เดิมนะ แต่ว่าจะโฟกัสเจาะแต่ละหัวข้อลงไปเกี่ยวกับสิ่งที่เราเรียนมากขึ้น แล้วก็จะมีให้สอบก่อนจบ จะมีเป็นการจับกลุ่ม Speaking Seminar และอัดคลิป แล้วก็มีส่ง Writing ด้วย ประมาณนี้ครับ
มีน้อง ๆ เข้าใจว่า Pre-sessional คือการเรียนภาษาอังกฤษ จริง ๆ แล้วเป็นยังไงคะ?
Jeem: ไม่มีสอนเรื่อง Grammar ส่วนมากจะเน้นไปที่ Writing แล้วมันก็จะมีพวก Seminar ไปอ่าน Literature อ่าน Paper แล้วก็มา Discuss กันในห้อง แบบที่ไทยไม่ค่อยได้ทำ ถ้าเป็นปริญญาตรี คือมีความต่างแน่แบบ Seminar ไม่เคยเรียนแบบนี้มาก่อน
สนใจเรียนต่อ University of Edinburgh ปรึกษาพี่ ๆ Hands On ฟรีทุกขั้นตอน คลิก
รีวิวคอร์ส MSc Finance, Technology and Policy ที่ University of Edinburgh
ทำไมเราถึงเลือกเรียนคอร์สนี้ที่ University of Edinburgh คะ?
Jeem: มหาวิทยาลัย ranking สูงครับ หลัก ๆ เลยผมเน้นเรื่องแรงค์และชื่อเสียงของมหาวิทยาลัย เพราะถ้าเรามองอนาคตว่าต้องกลับไปทำงาน ชื่อมหาวิทยาลัยก็คิดว่ามีผล ถึงหลาย ๆ คนจะบอกว่ามันไม่มีผลเท่าไหร่ แต่เราก็ยังคิดอยู่ว่ามันมีผลนิดหน่อยอยู่ดี รวมถึงเรื่อง Alumni ด้วย เพราะคอนเนคชั่นที่ Edinburgh ก็ค่อนข้างดังเรื่องเกี่ยวกับ AI หรือเทคโนโลยีด้วยครับ
“สาขา Accounting & Finance ของ University of Edinburgh
อยู่ในท็อป 50 ของโลกจากการจัดอันดับโดย QS World University Rankings by Subject 2026”
คอร์สนี้เรียนอะไรบ้างคะ?
Jeem: จริง ๆ ตามชื่อคอร์สเลยครับ Finance, Technology แล้วก็ Policy ก็คือเรียน 3 ตัวนี้เป็นหลักเลย Finance ก็เรียนเกี่ยวกับการเงิน ตลาดหุ้น ประมาณนี้ ด้าน Technology เขาก็จะให้เรียนเกี่ยวกับพวก Financial Technology ว่ามีอะไรบ้างในทุกวันนี้ แล้วก็เรียนลงลึกไปถึงการเขียน Coding แต่อาจจะไม่ได้ลึกเท่าคอร์สอื่นอย่างคอร์ส AI ส่วนมากจะเรียน Python ครับ แล้วหลักสูตรก็จะมีการแซม ๆ Policy มานิดนึง ซึ่งมันเป็นพาร์ทที่ผมไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ ผมไม่ค่อยรู้เรื่องด้านนี้เลยถือว่ายากเลย แต่มีพี่ที่เขาเรียนด้วยกันเขามาจากสายกำกับดูแลที่มาจากประเทศไทย แล้วรู้เรื่องเราก็เกาะ ๆ เขาไป ก็ถือว่ารอดมาได้ (ยิ้ม)
ในส่วนของ Policy เกี่ยวกับการดูแลกำกับการเงิน อย่างพวกบริษัท Fintech คือมันเป็นเทคโนโลยีที่เกิดใหม่ อย่างเช่น Blockchain หรือ Bitcoin คือก่อนที่มันจะเกิดขึ้นมามันไม่มีใครกำกับดูแลเลย อาจจะเป็นความเสี่ยงกับเราได้ คอร์สนี้เราก็จะได้เรียนว่าเราจะกำกับมันยังไง อย่างที่ผมเรียนก็จะมีคำถามมาว่ายูคิดว่า Cryptocurrency มันเป็น Currency หรือว่าคืออะไร ซึ่งเรื่องนี้คือเราก็มา Discuss กันได้ยาวมาก ก็สนุกดีครับ
วิชาที่เราชอบคืออะไร?
Jeem: ถ้าให้เลือกจริง ๆ ก็เป็นวิชา Python Programming เพราะผมไม่เคยเรียนด้านนี้มาก่อน พอเริ่มมาลองเขียนเล่น ๆ ดูมันก็สนุกดี รู้สึกว่ามันไปต่อได้หลายอย่าง แต่ก็รู้ว่าอนาคตมันอาจจะเปลี่ยนไป มันอาจจะไม่ได้ใช้ด้านนี้แล้ว แต่ว่าเราก็ยังมีพื้นฐานนิดหน่อยไปใช้
บรรยากาศในห้องเรียนเป็นยังไงบ้างคะ?
Jeem: ต้องบอกก่อนว่าคอร์สของผมนักเรียน 70 คน ประมาณ 50 เป็นคนจีน แล้ว Culture ก็จะออกไปทางจีนนิด ๆ ก็คือนั่งกันเงียบ ๆ ไม่ค่อยมีใครถามอาจารย์เท่าไหร่ ซึ่งอันนี้ก็จะเป็นจุดที่อาจารย์เขาไม่ค่อยชอบเท่าไหร่เหมือนกัน เพราะอาจารย์ก็จะชอบให้เราตั้งคำถาม
สไตล์การเรียนในห้องเป็นยังไงบ้างคะ?
Jeem: ส่วนมากจะเป็นเลกเชอร์ เสร็จแล้วก็จะมีไปทำเป็นแล็บบ้าง เพราะเรามีเรียนเกี่ยวกับคอร์ส Python, Machine Learning ส่วนมากตอนเราทำแล็บเขาก็จะโยนโจทย์มาให้เรานั่งทำกันเองซะส่วนใหญ่ ถ้าเราไม่เข้าใจก็ถามเป็น TA ที่เป็นนักศึกษาปริญญาเอกที่มาช่วยดู ส่วน Seminar ก็มีบ้างครับ อย่างที่บอกว่าคลาสเป็นคนจีนเลยไม่ค่อยกล้าพูดกันมันก็จะเงียบ ๆ นิดหน่อย ส่วนมากก็เป็นอาจารย์ที่พูดครับนี่คือเรื่องจริง
คอร์สนี้ของผมก็จะเป็น Assessment หมดเลยในวิชานี้ มีสอบแค่วิชาเดียวหรือสองวิชา หนึ่งเทอมมีวิชาเดียวที่มีสอบ ที่เหลือจะเป็น Coursework หมด 100% ชิ้นเดียวต่อวิชา ก็คือวัดกันไปเลยว่าจะผ่านหรือไม่ผ่าน Coursework ก็ไม่มีอะไรเท่าไหร่ มันแล้วแต่วิชาเลย ส่วนมากจะเป็น Essay จะมีหัวข้อมาให้เรา เราก็หาข้อมูล หาแหล่งอ้างอิงมาเขียนงานส่งครับ
สนใจเรียนต่อ University of Edinburgh ปรึกษาพี่ ๆ Hands On ฟรีทุกขั้นตอน คลิก
คอร์สที่เรียนมีโปรเจกต์พิเศษนอกห้องเรียนมั้ยคะ?
Jeem: ของผมเรียกว่าได้ไปทัศนศึกษาก็ได้นะ ผมได้ไป BlackRock บริษัทใน UK นี่แหละ เป็นบริษัทประเภท Fund Manager เป็น Trade ประมาณนี้ครับ เขาก็พาไปดูพาไปคอนเนคกันไว้ครับเผื่อหางาน ละก็ไปเจอคนไทยที่ทำงานที่นั่นเหมือนกัน เขาบอกว่าก็ดีนะ เขาเริ่มทำงานมาเมื่อปลายปีที่แล้ว เป็นประสบการณ์ดี ๆ แล้วอย่าง Dissertation ก็จะมี 2 แบบ คือ Traditional ก็จะทำกันเองปกติ แล้วก็มีการทำโปรเจกต์ที่เป็น Company Support ผมก็ได้ทำนะแต่คือยังไม่ได้เริ่มเลยตอนนี้ มันจะเริ่มช่วงพฤษภาครับ แต่ก็มีติดต่อกับลูกค้าแล้ว ผมได้ทำกับ Baillie Gifford ครับ
จริง ๆ การทำ Company Support มันมี 2 แบบคือแบบที่บริษัทดีลกับมหาวิทยาลัยแล้วส่งหัวข้อมาให้ หรือเราจะไปหาเองก็ได้ แต่หาเองก็จะยากหน่อยเพราะเราต้องติดต่อเอง แต่เท่าที่รู้ก็มีคนหาเองได้
รีวิว University of Edinburgh
Jeem: มหาวิทยาลัยดีครับ เสียอย่างเดียวคือตึกเรียนมันไกลกันไปหน่อย คอร์สผมมันจะเรียนหลายตึกหลายที่มาก มันเลยจะเหนื่อยนิดหน่อยในการเดินทางระหว่างตึก เราอาจจะมีต้องเข้าเลทบ้าง ซึ่งมันก็เลทพร้อมกันทั้งคลาสเพราะเราต้องไปพร้อมกัน อันนี้ก็จะเป็นเรื่องที่แปลก ๆ นิดนึง
ส่วนเรื่อง Facilities อื่น ๆ ดีนะครับก็มีหลายอย่างให้เราทำ มีกิจกรรมให้เราเล่นอย่าง เล่น Pool ผมไม่เคยเล่นมาก่อนเลย พอมาอยู่นี่ก็ได้ลองอะไรใหม่ ได้ประสบการณ์แล้วไม่เสียเงินด้วย หรือถ้าใครเป็นสาย Healthy มหาวิทยาลัยก็มียิมให้สมัครแล้วก็ถูกกว่ายิมข้างนอกด้วย
มหาวิทยาลัยมี Facilities พิเศษเฉพาะคอร์สเราให้ใช้บ้างไหม?
Jeem: ไม่มีห้องพิเศษนะครับ แต่เราสามารถใช้พวก LSEG Datastream ได้ครับ แล้วก็ Yahoo Finance ตัวนี้ปกติใครก็ใช้ได้แต่พวก LSEG ปกติมันต้องสมัคร แต่มหาวิทยาลัยก็ให้เราใช้ในส่วนนี้ได้เลย อันนี้มันเอาไว้ดูพวกตลาดหุ้นได้ ทำรายงานให้เราได้ มหาวิทยาลัยก็สมัครให้เรา ก็จะมีประมาณนี้ครับที่แตกต่างจากคณะอื่น
สนใจเรียนต่อ University of Edinburgh ปรึกษาพี่ ๆ Hands On ฟรีทุกขั้นตอน คลิก
รีวิวเมือง Edinburgh
Jeem: ผมชอบช่วงซัมเมอร์ครับ มันจะสดใสดี แต่พอเป็น Cost of Living ก็ค่อนข้างสูงพอสมควร ค่าหอนี่แพงเลยเท่าที่ผมรู้ แล้วก็จะแพงขึ้นอีกในปีถัด ๆ ไป ส่วนเรื่องไปเที่ยวก็จะไป Manchester นี่แหละเพราะไปดูบอล ก็จะเดินทางด้วยรถไฟ ประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง แต่ช่วงนี้ไม่ค่อยมีรถไฟตรงก็จะเป็น 4 ชั่วโมงครึ่งบ้าง มีเปลี่ยนรถไฟนิดหน่อย ก็ไปกลับได้นะถ้าไม่เหนื่อย ซึ่งผมก็ไปกลับซะส่วนใหญ่ มีไปลอนดอนก็ไม่ค่อยลำบากนะครับจากที่นี่ เที่ยวได้ทั้งรถไฟแล้วก็เครื่องบิน เครื่องบินนี่ก็ถ้าแนะนำก็ดีนะครับ เร็วดีไม่ต้องทรมาน ส่วนที่อื่นก็มีได้ไป Newcastle ไป Sunderland ซึ่งก็ไปดูบอลเหมือนกันครับ (หัวเราะ)
เมืองไหนที่เราประทับใจสุด?
Jeem: จริง ๆ เป็น Edinburgh ครับที่ชอบที่สุด แต่สนามบอลที่นี่ยังไม่เคยไปนะ แต่ชอบ Vibe เมืองมากกว่ามันสบายดี คือ Architecture มันก็เหมือนกันทุก ๆ ที่ใน UK แต่ที่ Edinburgh มันเงียบที่สุดเลยชอบที่นี่ครับ
รีวิวบริการของพี่ Hands On
เราเริ่มหาข้อมูลเรียนต่อยังไงคะ?
Jeem: จริง ๆ แค่รู้สึกว่าอยากมาเรียนต่อ แล้วทีนี้พี่สาวเคยมาเรียน เขาก็แนะนำว่าลองไปติดต่อ Hands On ดู ผมก็เลยลองไปติดต่อ จริง ๆ ติดต่อไว้ตั้งแต่ 2-3 ปีที่แล้วครับแต่เราไม่ได้มา เพิ่งจะมาตัดสินใจเอาปีที่แล้ว พี่ Hands On ก็ยังดูแลให้อยู่ พี่ Hands On ก็แนะนำคอร์ส ส่งคอร์สนู่นนี่นั่นมาให้เราดู เพราะตอนแรกผมสนใจทั้ง MBA แล้วก็ Finance พี่ ๆ เขาก็ส่งรายละเอียดคอร์ส รายละเอียดค่าใช้จ่ายมาให้เราดู ช่วยได้เยอะครับ เพราะเขาเปรียบเทียบให้เลยว่าที่ไหนค่าใช้จ่ายเป็นยังไง ใช้ IELTS เท่าไหร่ ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง พี่ Hands On ก็ช่วยตรงนี้
ได้เข้ากิจกรรมหรืองานเรียนต่อที่พี่ Hands On จัดบ้างหรือเปล่าคะ?
Jeem: เคยไปแบบสัมมนาครั้งนึงที่เป็นการพูดเรื่องเรียนต่อต่างประเทศ อเมริกา ออสเตรเลีย คือแค่อยากได้ข้อมูล ว่าไปเรียนต่างประเทศแล้วเป็นยังไง ลองไปฟังดูแล้วก็เริ่มติดต่อตั้งแต่ตอนนั้นเลย แล้วสุดท้ายก็มีเข้างาน pre-departure ก่อนมาเรียนต่อครับ
รีวิวงาน Pre-Departure ของ Hands On หน่อยสิ เป็นไงบ้างคะ?
Jeem: ก็ดีครับ ได้เจอคนไทย ทำความรู้จักกันก่อนมานิดหน่อย อย่างน้อยก็เป็นการเปิดประตูให้เราได้รู้จักกันครับ พอเรามานี่เราก็ได้รู้จักคนที่จะมาเรียนด้วยมาก่อน แล้วเราค่อยมารู้จักกันแบบจริงจังที่นี่ วันแรกที่มาเรียน เราก็ถามกันว่าอยู่ไหน จะได้ไปเรียนพร้อมกัน นี่คือเรื่องจริงครับ
มีอะไรอยากฝากถึงน้อง ๆ ที่อยากไปเรียนต่อที่ University of Edinburgh มั้ยคะ?
Jeem: ผมว่าอย่างเดียวเลยคือเตรียมเงิน ที่สำคัญคือเตรียมซื้อเสื้อผ้าให้เหมาะกับทุกสภาพอากาศใน Edinburgh เพราะว่าวันนึงมันโหดร้ายมาก เช้าแดดออก อีก 10 นาทีฝนตก อีกซักพักนึงหนาวอะไรแบบนี้ เราควรที่จะมีเสื้อผ้าที่ดีมากในระดับนึง เพราะตอนแรกที่ผมมาคือไม่มีเลย เลยต้องใช้เงินซื้อที่นี่เลยเพื่อแก้ปัญหานี้ หลัก ๆ ก็น่าจะเท่านี้ครับ ส่วนเรื่องการมาเรียนผมเชื่อว่าหลาย ๆ คนก็รู้แล้วแหละ ซึ่งถ้าถามว่ามันต่างจากที่ไทยมั้ย ผมว่ามันไม่ได้ต่างมากขนาดนั้น ด้วยคอร์สผมที่ต้องเลกเชอร์ กลับมาทำงานแล้วก็อ่านหนังสือก็ถือว่าโอเคครับ






















