รีวิว Bachelor of Dental Technology ที่ Griffith University (Gold Coast) โดย Jenny

  • Share this:

แนะนำตัวให้รู้จักหน่อยค่ะ

Jenny: เจนนี่ค่ะ เรียน Bachelor of Dental Technology ที่ Griffith University Gold Coast ค่ะ

 

ทำไมถึงเลือกเรียนคอร์ส Bachelor of Dental Technology

Jenny: หนูเลือกเรียนต่อคอร์สนี้เพราะว่าจริง ๆ หนูอยากเรียนพวกสายทันตแพทย์อยู่แล้วค่ะ แล้วคอร์สนี้คือไม่ค่อยเจอคนไข้เท่าไหร่ เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่ใช่คนที่ชอบคุยหรือว่า Introvert นิดหนึ่ง หนูคิดว่าคอร์สนี้น่าจะเหมาะ แล้วคอร์สนี้ก็ยังเกี่ยวกับพวกดีไซน์ด้วย ถ้าบางคนเป็นสายอาร์ตนิดหนึ่ง ก็เหมาะเลยเพราะว่าส่วนมากก็จะมี Part ที่เราทำเป็น 3D หรือว่าออนไลน์ซึ่งก็จะเป็นเกี่ยวกับ ดีไซน์ พวกฟันปลอม Splint และ Mouth Guard ค่ะ แล้วถ้าเกิดเราอยากมี Hand Skills ดี ๆ เราก็เรียนทำแบบ Conventional ได้ คือทำมือทุกอย่างเลยค่ะ เพราะฉะนั้นหนูเลยว่าถ้าชอบ Lab มากกว่าชอบเจอคนไข้ คอร์สนี้ก็น่าจะเหมาะค่ะ

แล้วทำไมถึงเลือกเรียน Australia

Jenny: เพราะว่าหนึ่งก็คือพี่ชายหนูอยู่ที่นี่ด้วย มีอะไรก็ถามพี่ได้ อีกอย่างหนึ่งก็คือที่นี่มีคนและวัฒนธรรมหลากหลายด้วย มาเรียนมหาวิทยาลัยนี้ค่อนข้าง Diverse มาก หนูมีเพื่อนจากหลายประเทศมากเลยค่ะ เพราะฉะนั้นก็ไม่ได้ปรับตัวยากขนาดนั้น คนที่นี่ก็ค่อนข้าง Friendly โดยเฉพาะคนเมืองนี้เขาค่อนข้าง Chill เลย

เราใช้เวลาเตรียมตัวนานมั้ยคะก่อนมาที่นี่

Jenny: จริง ๆ หนูว่านานที่สุดสำหรับหนูเป็นเรื่องการสอบภาษา หนูเริ่มเตรียมตัวช่วงต้นม.6 ค่ะก็สอบ IELTS แล้วก็เก็บเกรดมาเรื่อย ๆ เก็บ Portfolio จะนานตรงนั้นมากกว่า เพราะว่าเราต้องได้ตามที่เขา Require แต่ว่าพวกเรื่องเอกสารอะไรพวกนี้ก็ไม่ได้ยาก เพราะว่าพี่ Hands On ช่วยหนูตลอด แล้วก็ส่งข้อมูลมาให้หนูว่าเอกสารหนูต้องเก็บตัวไหนบ้าง ต้องทำตัวไหนบ้าง ส่วนเรื่องวีซ่าพี่ ๆ ก็ทำให้หมดเลยค่ะ เพราะว่าตอนนั้นหนูมีต้องเปลี่ยนวีซ่าด้วย แต่ว่าบอกพี่ได้ตลอดเลยว่าหนูจะเปลี่ยนนะ แล้วพี่ก็จัดการให้หนูหมดเลยค่ะ (ยิ้ม)

รีวิวบริการจากพี่ Hands On ให้ฟังหน่อยค่ะ  

Jenny: หนูติดต่อพี่ Hands On มา ตอนแรกหนูไปเรียนที่ UK ก่อน เสร็จแล้วหนูย้ายมาที่ New Zealand เพราะว่าที่ UK หนูเรียนเป็นคณะพยาบาล แต่เรียนไปเรียนมาหนูรู้สึกว่าอาจจะไม่เหมาะเท่าไหร่นะ หนูเลยแบบว่าย้ายไปที่ New Zealand ค่ะ แล้วก็เรียน Oral Health อยู่ 1 ปี แล้วก็ Transfer มาเรียนที่นี่ได้แค่ Credit ตัวเดียว เพราะฉะนั้นตัวอื่น ๆ ก็ต้องมาเก็บที่นี่ ก็กลายเป็นว่าเริ่มปี 1 ใหม่เลย ตอนนี้เรียนปีที่ 2 แล้วค่ะ

พี่ Hands On ดูแลเราในขั้นตอนไหนบ้าง

Jenny: ตั้งแต่ต้นเลยหนูก็บอกว่าหนูสนใจคณะประมาณนี้นะคะ พี่เขาก็หามหาวิทยาลัยและหาว่าหนูอยากได้ Budget ประมาณไหน ค่าเทอมประมาณไหนที่หนูโอเค พี่เขาก็แบบลิสต์มาให้เลยแบบเปรียบเทียบทั้งราคา เปรียบเทียบทั้งตัวคอร์ส ประมาณนี้ค่ะ แล้วก็เปรียบเทียบบรรยากาศเมืองด้วยว่าเมืองนี้เป็นประมาณนี้นะ หนูอยากรู้ว่า Lifestyle แต่ละที่เป็นแบบไหนมากกว่า พี่เขาก็เปรียบเทียบมาให้หมดเลย แล้วก็ให้หนูลองเลือกสมัครดูหลาย ๆ ที่ แล้วก็ดูว่ามีที่ไหนตอบกลับมาบ้างค่ะ หนูอยู่กับพี่ Hands On ตั้งแต่ที่ UK เลยค่ะ เพราะตอนนั้นหนูไป UK มาก่อนด้วย แล้วก็ New Zealand ด้วยค่ะ จริง ๆ Plan แรกของหนูก็คือมา Australia แต่ว่าตอนนั้นโควิด แล้วเขาก็ปิดหมดเลย หนูเลยโอเคงั้นหนูไป UK ก็ได้ แต่หนูว่ามันไม่ใช่จริง ลองมาเยอะค่ะ (หัวเราะ)

สนใจเรียนต่อ Griffith University ปรึกษาพี่ ๆ Hands On ฟรีทุกขั้นตอน คลิก

 

📚 รีวิว Bachelor of Dental Technology ที่ Griffith University (Gold Coast)

จากที่เราไป Explore มาหลายที่ ทำไมสุดท้ายมาลงตัวที่ Dental Technology

Jenny: Bachelor of Dental Technology จริง ๆ ปีแรกจะเรียนเหมือนนักเรียนทันตแพทย์เลย ก็คือจะเรียน Anatomy เรียนร่างกาย และจะเจาะลึกไปถึงส่วนองค์ประกอบของฟัน หน้าฟัน ทั้งปาก และโรคข้างในฟันที่เราเป็นได้ค่ะ ของหนูจะมีเพิ่มมาเป็น Prosthetic ก็คือการเรียนทำอุปกรณ์เกี่ยวกับฟันโดยเฉพาะ และมีเรียนด้าน Technology เขาก็จะสอนว่าโปรแกรมในการดีไซน์เราใช้อะไรบ้าง ส่วนมากครูก็จะสอนให้เราใช้ Hand Skills เพราะเหมือนว่าเราทำงานกับองค์ประกอบฟันที่เล็กมาก ๆ ระดับ 1-3 มิลลิเมตร ครูเขาก็จะสอนให้เราฝึกทำว่าเราจะต้อง Paint หน้าฟันยังไง หรือเวลาทำ Model เราจะต้องหล่อ Model ยังไง ทำยังไงให้มันไม่มีฟองอากาศ หรือว่าทำยังไงให้เราได้หน้าฟันที่สวยอะไรประมาณนี้ค่ะ ปีแรกก็จะเป็นพวกนั้นมากกว่า

ส่วนปี 2 เราจะมาเป็นเรื่องของการทำ Retainer แล้ว เช่น ทำลวด ทำ Mouth Guard ทำ Splint เกี่ยวกับคนไข้ที่มีปัญหาเรื่องการนอนกรน หนูก็เรียนเท่านี้มาก่อน ที่เหลือครูก็จะเริ่มสอนไปเรื่อย ๆ สอนอุปกรณ์อันหนึ่งแล้วเขาก็จะค่อยเปลี่ยนเป็นอุปกรณ์อันต่อไป โดยเขาก็จะให้เวลาเราทำงานประมาณ 1 สัปดาห์ หรืออย่างมากก็ 2 สัปดาห์ต้องเสร็จแล้วก็ส่ง จากนั้นครูเขาก็จะตรวจแล้วให้ Feedback กลับมาค่ะ

Assignment ของคอร์สเราเป็นยังไง มีงานกลุ่มมั้ย

Jenny: แทบจะไม่มีงานกลุ่มเลยค่ะ งานกลุ่มมีแค่งานเดียวเลย ที่หนูเรียนมา 2 ปีก็คือเป็นงานเขียน ทำงานแบบงานกลุ่ม 3 คนแล้วก็ส่งครู ส่วนที่เหลือเป็นงานเดี่ยวหมดเลย Present งานหรืองานใน Lab ก็เป็นงานเดี่ยว

Dental Technology ที่ Griffith University

มีสอบด้วยมั้ยคะ

Jenny: มีค่ะ มีสอบปลายเทอม ส่วนมากจะไม่เกิน 2 วิชาในปลายเทอม แต่ว่าเขาก็จะให้ไปนั่งในฮอลล์ แล้วส่วนมากปีที่แล้วก็เป็นออนไลน์แบบไปนั่งสอบในคอมพิวเตอร์ของตัวเองค่ะ คือทุกคนต้องเอา Notebook ของตัวเองเข้าไป แต่ว่าไปนั่งสอบพร้อมกัน (หัวเราะ)

บรรยากาศในชั้นเรียนเป็นยังไงบ้าง

Jenny: ตอนแรกหนูคาดหวังว่าอาจจะมีเพื่อนในห้องเยอะหรือเปล่า เพราะว่าคณะนี้ก็ทำฟัน อาจจะคนเรียนเยอะ แต่สรุปมี 25 คน แต่เท่านี้หนูก็คิดว่าดีนะ อย่างน้อยครูเขาก็จะได้ดูแลเราทั่วถึงจริง ๆ แล้วครูเขาก็ใส่ใจมาก ครูเขาก็จะปล่อยให้เราทำงานของเราไปเรื่อย ๆ อะไรแบบนี้ค่ะ มีอะไรก็คุยกับเขาได้ ครูค่อนข้างใจดีค่ะ เขาบอกตลอดว่าส่งงานตอนนี้ เราควรทำให้ได้เท่านี้นะ แล้วครูเขาก็ไม่ได้เก็บ Attendance แต่ว่าต้องมีงานส่งให้ทัน อาจารย์เขาจะไม่ Extend Deadline ให้เลย เพราะฉะนั้นถ้าใครทำเร็วส่งเร็วจะออกก่อนก็ได้ อาจารย์ส่วนมากที่สอนหนูก็เป็นคน Local คือเป็นนักเรียนที่จบที่นี่ แล้วก็มาเป็นอาจารย์สอนต่อค่ะ

แล้วเพื่อนในห้องเป็นยังไงคะ

Jenny: ส่วนเพื่อนในห้องดีมากเลยค่ะ เพื่อนในห้องปีแรกอาจจะไม่ค่อยสนิทกันเท่าไหร่ เพราะว่าแต่ละคนก็เขิน ๆ อาย ๆ แต่ว่าปี 2 นี้เพื่อนก็ค่อนข้างจะช่วยเหลือกันแล้ว คอยบอกกันว่ามีอะไรบ้าง เพื่อนส่วนมากหนูว่าเขาโอเคมากเลยค่ะ หนูแฮปปี้กับเพื่อนในห้อง (ยิ้ม) ส่วนเพื่อนในคณะที่หนูเรียนส่วนมากจะเป็นคน Local มีหนูกับเพื่อนอีกแค่ 2 คนที่เป็นต่างชาติ แต่ว่าในคณะแบบรวมนักเรียนทำฟัน Dentistry แบบ General หนูเจอเพื่อนคนไทยและรุ่นน้องอีกคนหนึ่งซึ่งเป็นลูกครึ่งไทย แล้วก็มีเพื่อนคนจีน อินเดีย อินโดนีเซีย เวียดนาม ไต้หวัน ฮ่องกง อะไรแบบนี้ค่ะ ในคณะใหญ่ ๆ รวมกัน

แชร์ข้อดีข้อเสียของคอร์สเราให้ฟังหน่อย

Jenny: หนูคิดว่าข้อดีคือเราไม่ต้องคุยกับคนเยอะ ถ้าใครที่ชอบบรรยากาศแบบทำงานเดี่ยว ๆ ทำงานคนเดียวอย่างนี้ ไม่ต้องไปคุยประสานงานเยอะ หนูว่าคณะนี้ก็โอเค แต่ว่าจะไม่ได้สังคมเยอะขนาดนั้น แบบว่าถ้าเราอยากมาเรียนมหาวิทยาลัย อยากเจอสังคมใหม่ ๆ เพราะว่าส่วนมากทำงานเข้า Lab เสร็จก็ต้องอ่านหนังสือต่อ และเราต้องเก็บ Lecture ของเราเองหมดเลย หนูคิดว่าถ้าอยากได้สังคมอาจจะไม่ได้เหมาะขนาดนั้น แล้วก็บางทีมันค่อนข้างหนัก มีเป็นช่วง ๆ อย่าง 3-4 สัปดาห์แรกจะ Chill มาก พอเริ่มสัปดาห์ที่ 7-8 เราจะเริ่มต้องอัดงานแล้วต้องส่งงานให้ทันนะ

แต่ข้อดีอีกอย่างหนึ่งก็คือคณะนี้เขาจะมี Community ของตัวเอง Griffith University Dental Students’ Association (GUDSA) เป็น Community ของเด็กทำฟัน เพราะฉะนั้นเราจะมีกิจกรรมเป็นของตัวเอง แล้วก็จะมีงาน มี Event อย่างงานบอล งานสังสรรค์ งาน Connection อะไรแบบนี้ ซึ่งก็จะหางานให้นักเรียนที่เขากำลังจะเรียนจบ

สนใจเรียนต่อ Griffith University ปรึกษาพี่ ๆ Hands On ฟรีทุกขั้นตอน คลิก

 

🎓 รีวิว Griffith University (Gold Coast)

มหาวิทยาลัยเขามี Facility อะไรให้เราใช้บ้าง

Jenny: Facility ส่วนใหญ่อยู่แค่ในตึกนี้เลย หนูก็ไปแค่ห้องสมุด เลยไม่ค่อยได้ใช้ Facility ส่วนอื่น แต่ว่าถ้าเป็นของตึกที่หนูเรียน ใน Lab เขาก็จะมีคอมพิวเตอร์ให้ มีเครื่องปรินต์ อย่างเวลาเราทำอุปกรณ์เราก็ใช้ Treatment ใช้ Material ได้เลย เขาไม่ได้จำกัดว่าเราใช้ได้แค่ 2 อันนะ หรือว่าเราใช้ได้แค่เท่านี้นะ เขาก็จะบอกว่าถ้าเราต้องการทำใหม่เราก็ไปเบิกได้เลย ฝึกจนกว่าจะโอเคกับงานชิ้นนี้และส่งงานที่ดีที่สุดค่ะ

แล้วได้ใช้สนามกีฬาบ้างมั้ย

Jenny: อ๋อ! สนามกีฬา เขาจะมีพวกเด็ก Sport กับเด็ก Recreation เขาจะใช้ส่วนตัวนั้นมากกว่า จริง ๆ เราก็เข้าไปได้ แต่ว่าจะมีบางวัน เช่น วันพุธอย่างนี้ค่ะ ส่วนมากเขาจะซ้อม แล้วก็พวกสระว่ายน้ำอะไรแบบนี้ เราต้องเสียเงินเข้าไปนอกจากว่าเราจะเป็นนักกีฬาว่ายน้ำ แล้วก็มีสนามแบดมินตัน สนามปิงปอง Pickleball และวอลเลย์บอล เราก็ Book เข้าไปใช้ได้ ไม่ต้องเสียเงินค่ะ หนูไม่ค่อยได้ไปใช้เท่าไหร่ แต่เพื่อนในห้องบางคนที่ทำงานเสร็จเร็วออกไปเร็ว เขาก็จะไปเล่นกัน

อาหารการกินที่มหาวิทยาลัยเป็นยังไง

Jenny: มีร้านอาหารอยู่ 4 ร้าน แล้วก็มีโรงอาหารด้วย แต่ส่วนมากหนูทำอาหารกิน เพราะหนูคิดว่าร้านอาหารมหาวิทยาลัยค่อนข้างแพงเลย ไม่ต่ำกว่า 11-12 AUD อะไรแบบนี้ค่ะ แต่ว่าทุก 2 สัปดาห์ในวันพุธ เขาก็จะมีร้านอาหารมาเปิด มีร้านอาหารไทยด้วยแต่ว่าเป็นบูท แล้วก็มีพวกร้านขนมอะไรแบบนี้ค่ะ แล้วช่วงปฐมนิเทศเขาก็จะมีของฟรีให้ค่ะ

แล้วเราได้ใช้ Student Service มั้ยคะ

Jenny: Student Center ส่วนมากหนูใช้ปีแรกค่ะ เพราะว่ามันจะมีเรื่องคอร์สเรียนที่เราต้องลงเอง ซึ่งที่นี่เขาจะไม่ได้ลงให้เราเลย แต่ละเทอมเราจะต้องเลือกเองว่าเราจะลงเรียนอันไหน และก็บวกให้เครดิตมันครบตามที่เราต้องการให้จบตามเวลา ส่วนมากปีแรกหนูก็จะไปถามเขาเรื่องตัวนั้น แล้วก็มี Support ให้เด็กอินเตอร์ด้วย แต่ว่า Support สำหรับเด็กอินเตอร์เราอาจจะต้อง Book เขาว่าเราจะขอเข้าไปคุยนะ เขาก็จะให้เวลา 30 นาทีสำหรับคุย 1 ครั้งค่ะ

เรารู้สึกประทับใจอะไรกับมหาวิทยาลัยนี้บ้าง

Jenny: ส่วนมากหนูประทับใจครูมากกว่า เพราะทีแรกหนูคิดว่าครูเขาจะดุหรือเปล่า เข้มงวดกับเด็กนอกมากกว่าเด็กที่นี่หรือเปล่า แต่ว่าครูเขา Chill มาก ตอนแรกที่มาหนูก็ไม่กล้าถามคำถามว่าตรงนี้หนูทำได้มั้ย มันผิดหรือเปล่า แต่หลัง ๆ หนูเจอครูตอนอยู่ข้างนอกเขาก็ทัก ครูก็ถามว่าเป็นยังไงบ้าง เรียนที่นี่ชอบมั้ย หนูก็โอ้โฮ! ดีใจว่าครูเขาใส่ใจมากค่ะ ที่ไปเรียนมาหนูรู้สึกว่าหนูมากชอบที่นี่ที่สุดแล้ว เพราะว่าอย่างที่ New Zealand ครูค่อนข้างดุมาก เวลาทำอะไรผิดเราจะโดนดุเลย แต่หนูก็เข้าใจแหละว่าเราต้องทำฟันคนจริง ๆ เนอะ แต่ครูที่นี่เขาจะค่อนข้างอะลุ่มอล่วยมากกว่า ทำผิดไม่เป็นไรทำไปใหม่ไปแก้มา

สนใจเรียนต่อ Griffith University ปรึกษาพี่ ๆ Hands On ฟรีทุกขั้นตอน คลิก

 

🇦🇺 รีวิวเมือง Gold Coast

เป็นยังไงบ้างกับการใช้ชีวิตใน Gold Coast

Jenny: หนูว่าไม่ค่อยมีอะไรเที่ยวเท่าไหร่ เพราะว่าที่เที่ยวส่วนมากแพงเลยค่ะ แต่ว่าพวก Transport หนูว่าโอเค ส่วนมากเราไปไหนก็ 0.50 AUD ตลอดสายค่ะ ถ้าตอนเย็นก็จะครึกครื้นกว่า Surfers Paradise อย่างนี้ค่ะ แต่ว่าคนที่นี่ไปเที่ยวส่วนมากเขาก็จะไปปาร์ตี้เนอะ ไปดื่มอะไรพวกนี้ทุกสัปดาห์เลยค่ะ แต่ส่วนมากก็จะเป็นตอนเย็น ส่วนตอนกลางวันก็เงียบเลย บางวันจะไม่มีคนออกไปไหนเลยนอกจากไปคาเฟ่ เพราะร้อนค่ะ (หัวเราะ)

แล้วเราได้ไปเที่ยวที่ไหนบ้าง

Jenny: ฝั่งทะเลหนูก็มีไป Surfers Paradise แล้วก็ไป Burleigh Heads ค่ะ แต่ว่าคล้าย ๆ กัน ส่วนมากไม่ได้ลงไปเล่นน้ำทะเลเท่าไหร่ ไปนั่ง Chill ไปนอนค่ะ กลางคืนหนูก็มีไปเที่ยวเพื่อนบ้างค่ะ แต่ไม่ค่อยได้ปาร์ตี้ค่ะ ไปนั่ง Chill เฉย ๆ

ร้านค้าที่เมืองนี้ปิดเร็วมั้ยคะ

Jenny: ร้านค้าส่วนมากปิดเร็วค่ะ เพราะว่า Supermarket แบบนี้ 6 โมงก็จะปิดแล้ว แต่ว่าร้านอาหารอย่างมากก็จะเปิดถึง 3 ทุ่มค่ะ

แล้วเรื่องค่าใช้จ่ายเป็นยังไงคะที่เมือง Gold Coast

Jenny: ค่าใช้จ่าย หนูไม่ได้ใช้จ่ายอะไรเยอะนอกจากเรื่องของกินและที่พักเสียส่วนใหญ่ค่ะ เพราะว่าที่พักค่อนข้างแพงอยู่ ที่พักปีที่แล้วหนูอยู่กับของมหาวิทยาลัยค่ะ ปีนี้ก็เป็นหอนักเรียนเหมือนกัน แต่ว่าไม่ใช่ของมหาวิทยาลัยแล้วค่ะ ของหนูจ่ายสัปดาห์ละ 380 AUD ค่ะ เพราะว่าถ้าเราจะไปหาบ้านแชร์การแข่งขันมันสูง หนูก็โอเค ได้ที่นี่ ปีนี้อยู่กับเพื่อนที่เรียนด้วย 2 คน สบายกว่าปีที่แล้ว ส่วนค่ากินต่อเดือนอยู่ประมาณ 200 AUD ค่ะ เพราะว่าเราก็ต้องซื้อของเข้าบ้านทุกสัปดาห์ แต่ว่าหนูไม่ค่อยได้อยู่ห้องอยู่แล้ว ค่าที่พักก็รวมแล้ว 1,000 AUD กว่า ๆ ตกเดือนละประมาณ 2,500 AUD ค่ะ

☀️ ฝากถึงน้อง ๆ ที่สนใจมาเรียนต่อที่เมือง Gold Coast หน่อยค่ะ

Jenny: ฝากถึงน้อง ๆ ที่กำลังลังเลหรือคะ หนูคิดว่าไม่ต้องลังเล เพราะว่าเมืองนี้ดีมาก และเหมาะสำหรับนักเรียนด้วย เพื่อน ๆ และคนที่นี่เขาค่อนข้างสบาย ๆ กว่าในเมืองใหญ่ ๆ เยอะ เพราะฉะนั้นหนูคิดว่าการปรับตัวก็ไม่ได้ปรับตัวยาก และถ้าเรา Budget ดี ๆ เราก็จะมีเงินเก็บเยอะด้วย ส่วนการเดินทางที่นี่ก็ค่อนข้างดีเลย ไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายเยอะ มีรถหลายสาย มี Tram มีอะไรพวกนี้ด้วย เดินทางไม่ยากค่ะ สนุกทุกวัน ได้เรียนอะไรใหม่ ๆ ทุกวัน (ยิ้ม)

สนใจเรียนต่อ Bachelor of Dental Technology ที่ Griffith University แบบพี่เจนนี่ ปรึกษาพี่ Hands On ตัวแทนสถาบันอย่างเป็นทางการประจำประเทศไทยได้เลย บริการฟรีทุกขั้นตอน

Enquiry Form

Please provide the following information and we will aim to respond within 24 hours:

Your details
Please enter your first name.
Please enter your last name.
Please enter a valid email address.
Please enter your phone number.
Please select a country you want to study.
Please select a year you want to study.
Please select your preferred branch.

* All fields required (in English)

  • Share this: