รีวิว MSc Digital and Social Media Marketing ที่ Lancaster University โดย Jan

  • Share this:

Jan: สวัสดีค่ะ ชื่อแจนค่ะ ตอนนี้เรียนอยู่ที่คณะ Digital and Social Media Marketing ของ Lancaster University ปริญญาโทค่ะ

 

แชร์สตอรี่ช่วงเตรียมตัวเรียนต่อให้ฟังหน่อย

ก่อนหน้านี้ทำอะไรมา ทำไมถึงมาเรียน MSc Digital and Social Media Marketing?

Jan: ตอนปริญญาตรีเราเรียนศิลปศาสตร์ที่ธรรมศาสตร์ จุดเปลี่ยนมันอยู่ตรงที่พอเรียนจบปุ๊บ หนูไปทำงานเกี่ยวกับ พิพิธภัณฑ์อยู่ที่แบงก์ชาติค่ะ เป็นไกด์อยู่ในศูนย์การเรียนรู้ธนาคารแห่งประเทศไทย ทำหน้าที่พาแขกชมพิพิธภัณฑ์กับวัง ก็เลยมีความสนใจในงานที่มันมีการสื่อสารกับคนเยอะ ๆ ต้องเจอคนเยอะ บวกกับมันมีความสุขที่เราได้เรียนรู้คนหลากหลายช่วงวัย เรารู้สึกว่าถ้าเราได้เรียนรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมของคนไปเรื่อย ๆ มันน่าสนใจ เลยลองปรึกษากับที่บ้านดูว่าหนูอยากเรียนปริญญาโท ชอบแนวสื่อสารแต่ไม่รู้จะเรียนอะไรดีก็เลยลองไปคุยกับ Hands On ดูค่ะ เขาก็เลยแนะนำว่าเป็น Marketing แล้วหนูรู้สึกว่ามันดูต่อยอดในอนาคตได้มากกว่า แล้วเอาเรื่อง Digital มาจับกับ Social Media เพราะหนูรู้สึกว่าการที่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมมนุษย์ในการใช้ Social Media มันก็ค่อนข้างน่าสนใจ ก็เลยเลือก Digital and Social Media เป็นเอกหลัก

 

รู้จักพี่ Hands On ได้ยังไง และพี่ช่วยอะไรเราบ้าง?

Jan: พอไปคุยกับพี่ Hands On พี่เขาก็แนะนำให้หนูไปหาข้อมูลว่า Marketing เขาเรียนอะไรบ้าง พอลองอ่านดูก็เลยรู้สึกว่าคอร์สเรียนแบบนี้แหละที่เราสนใจ ส่วนรู้จัก Hands On ได้ยังไง ก็คือเคยไปเรียน Australia มาก่อนค่ะ เห็นว่าเขาทำเรื่องได้ดีและให้ข้อมูลดีมาก แม้ว่าช่วงที่ทำงานจะไม่ค่อยมีเวลาแต่พี่เขาก็คอยส่งข้อมูลเพิ่มให้ตลอดว่าเดี๋ยวเราต้องไปดูตรงไหนเพิ่ม หาเอกสารอะไรเพิ่มค่ะ ก็เลยกลับมาติดต่อ Hands On พี่เขาช่วยตามหลาย ๆ อย่างให้ (หัวเราะ) เช่น เรื่องสอบ IELTS ค่ะ เพราะว่าหนูทำงานเป็นไกด์ 6 วัน/สัปดาห์ บางทีก็ไม่ค่อยมีเวลามานั่งดูว่าต้องลงสอบตอนไหน พี่เขาก็คอยตามให้ตลอด อันนี้เป็นเรื่องหลักเลยที่ประทับใจ

สนใจเรียนต่อสหราชอาณาจักร ติดต่อปรึกษาพี่ Hands On ได้เลย ฟรีทุกขั้นตอน!

 

ทำไมเราถึงเลือกมาที่ Lancaster University แล้วประทับใจอะไรบ้าง?

Jan: ตอนนั้นจำได้ว่าหนูเลือกหลายมหาวิทยาลัยมาก แต่สุดท้ายหนูเลือก Lancaster เพราะว่าหนูได้ไปงาน Study in the UK Fair แล้วเราได้ไปคุยกับหลาย ๆ มหาวิทยาลัย ทีนี้ก็ได้ไปคุยกับ Lancaster แล้วเห็นว่าตัวคอร์สเรียนมันเน้นไปที่ Digital กับ Social Media ที่หนูอยากเรียนจริง ๆ ซึ่งมหาวิทยาลัยอื่นยังเป็น General Marketing อยู่ ก็เลยเลือก Lancaster ค่ะ ตัวคอร์สเรียนต่าง ๆ ก็เน้น Digital จริง ๆ แล้วก็อีกอย่างนึงที่เรารู้สึกว่าเราได้เปรียบคือ คนอื่นเขาเรียน Marketing ปกติ หนูได้เรียนเหมือนกัน แต่พอเทอม 2 หนูจะได้เรียน Digital Marketing เพิ่ม เลยรู้สึกว่าเหมือนหนูยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว และจะเรียนอะไรมาก่อนก็ได้หมดเลย เพราะพอเข้าไปถึงเขาจะปูพื้นฐานให้

 

รีวิวคอร์ส MSc Digital and Social Media Marketing

ที่นั่นเขาปูพื้นฐานอะไรให้นักศึกษาก่อนเรียนจริงบ้าง?

Jan: (หัวเราะ) มีตั้งแต่ย้อนประวัติเลยค่ะว่า มนุษย์เราเริ่มจำกัดความคำว่า ‘Marketing’ ตั้งแต่สมัยไหน แล้วเราเริ่มเรียนรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมมนุษย์ได้ยังไงบ้าง มนุษย์มีความคิดแบบไหนที่ถ้าเราเป็น Marketer ในอนาคต แล้วเราจะต้องดูพฤติกรรมของผู้บริโภคยังไงบ้างในการดูแลแบรนด์หรือบริษัท พอเป็น Digital Marketing ก็จะได้เรียนเกี่ยวกับ ในการหา Influencer ที่มีบุคลิกแบบไหนถึงจะเหมาะกับแบรนด์ที่เราดูแล แล้วก็เรียน Digital And Social Media Practice อันนี้มีประโยชน์มากเพราะได้เรียนเกี่ยวกับ Website Analytics แล้วก็การเปรียบเทียบว่าคู่แข่งในแต่ละ บริษัทมีจุดแข็งหรือจุดอ่อนอะไรบ้าง แล้วเราจะสามารถพัฒนาในส่วนของบริษัทของเราได้ยังไงบ้างค่ะ

 

ชอบวิชาอะไรมากที่สุดตั้งแต่เรียนมา?

Jan: Consumer Behavior ค่ะ สนุกมาก เพราะมันจะมีความเป็นจิตวิทยานิดนึง เราได้เรียนรู้ว่ามนุษย์แต่ละคนมีพฤติกรรมในการบริโภคยังไง พอมาเรียนก็รู้สึกว่า เรานี่แหละโดนการตลาดมาโดยตลอด (หัวเราะ) อีกวิชาคือชอบ Digital And Social Media Practice ค่ะ ล่าสุดหนูได้ทำเว็บไซต์เป็นของตัวเอง แล้วก็ได้เขียนบล็อกด้วยค่ะ ก็เพิ่งมาค้นพบเหมือนกันว่าเราชอบการเขียนบล็อก ซึ่งส่วนใหญ่เขาจะให้เลือกเองเลยว่าเราอยากเขียนเรื่องไหน หนูชอบเรื่องพฤติกรรมการเล่นเกมของวัยรุ่น Gen Z คือเหมือนทุก ๆ แพลตฟอร์มเกมหรือ Virtual World จะต้องมีการทำงานของ Marketing อยู่ในทุก ๆ เกมอยู่แล้ว เพื่อที่จะเช็ก ว่าผู้บริโภคทุกคนมีพฤติกรรมในการซื้อของในเกมหรือเล่นเกมยังไง ตัววิชานี้มันได้เรียนด้วยว่าอนาคตที่มี AI กับพวก Chatbot เช่น ChatGPT ฯลฯ เข้ามาแล้วเนี่ย Marketing จะต้องปรับตัวยังไงบ้างในอนาคต

รูปแบบการเรียนในห้องเป็นยังไงบ้าง แล้วมีกิจกรรมอื่น ๆ นอกห้องเรียนมั้ย?

Jan: ส่วนใหญ่ในห้องเรียน Marketing จะเป็นการ Lecture กับ Seminar ครึ่งต่อครึ่งค่ะ Seminar จะเป็นเชิงปฎิบัติเลย คือจะมีการขายงานกันเป็นกลุ่มแล้วพรีเซนต์กัน อันนี้ก็สนุกค่ะ ไม่ได้รู้สึกว่าการพรีเซนต์เป็นเรื่องเครียดเท่าไหร่ เพราะความเป็น Marketing มันจะค่อนข้างต้องสร้างสรรค์ก็เลยทำให้ไม่ได้ตัดสินกันว่าคนไหนดีไม่ดี ในห้องเรียนค่อนข้างเปิดมากค่ะ และ Lancaster Management School นักศึกษาสามารถทำงานไปด้วยแล้วก็เรียนไปด้วยได้ ซึ่งเราสามารถเลือกได้ว่าอยากทำงานอะไร ตัวหนูทำงานเป็น Content Creator ของ Management School ค่ะ ก็คือทำงานลงพวกวิดีโอหรือคลิปที่เกี่ยวกับรีวิวมหาวิทยาลัย คอร์สเรียน อะไรแบบนี้ค่ะ ส่วนชมรมในมหาวิทยาลัย หนูอยู่ Taekwondo Society (หัวเราะ) ค่อนข้างชอบเกี่ยวกับกิจกรรมในมหาวิทยาลัย เพราะว่า Society เขาเยอะมากจริง ๆ

ซึ่งส่วนใหญ่ถ้าเสียเงินจะเป็นต่อปีค่ะ แล้วแต่ชมรมเลย ถ้าอันที่มีการปฎิบัติเยอะหน่อย เช่น Taekwondo ก็อาจจะเสียเป็นรายเทอมประมาณ £30 แต่ว่าถ้าเป็นชมรมทั่ว ๆ ไปก็เสียแค่ปีละ £1 เองค่ะ

 

การเป็น Content Creator ของมหาวิทยาลัยได้เงินมั้ย?

Jan: ได้ค่ะ ชั่วโมงละประมาณ £12.21 แล้วที่นี้เขารับเป็น Freelance เลยค่ะ ไม่ซีเรียสอะไรเลย ถ้าสมมติไม่มีเวลาทำก็ไม่เป็นไร แต่ถ้ามีเวลาเมื่อไหร่ก็แค่รับงานไปทำ ตัว Content เราก็มีบรีฟมาให้ ส่วนเราก็แค่คิดเพิ่มเอาว่าเราอยากจะทำอะไรเพิ่ม ใครสนใจอยากจะสร้างพอร์ตฯ ไปด้วย เรียนไปด้วย ก็แนะนำว่า Lancaster เขาจะมีเปิดหลายงานเลยที่เราสามารถเลือกทำได้ ใส่ใน LinkedIn สวย ๆ แล้วก็หาเงินซื้อความสุขให้ตัวเอง (หัวเราะ)

 

รีวิวอาจารย์ที่สอนให้ฟังหน่อยเป็นไงบ้าง ดุมั้ย?

Jan: ถ้าให้พูดตรง ๆ มันก็จะมีอาจารย์ทั้งดีและไม่ดี ไม่ได้หมายถึงว่าพฤติกรรมเขาไม่ดีอะไรแบบนั้นนะคะ แต่เหมือนบางทีสำเนียงของเขามันทำให้นักศึกษาต่างชาติส่วนใหญ่ไม่เข้าใจ แต่ถามว่าคุยได้มั้ยก็คุยได้ แต่ดีอย่างนึงตรงที่เขาจะอัดการสอนไว้ทุกอย่างค่ะ ถ้าเราฟังไม่รู้เรื่องเราก็แค่ไปย้อนดู มันมีระบบของที่นี่ออกมาเป็นลายลักษณ์อักษรให้เลย ก็เลยรู้สึกว่าอย่างน้อยมหาวิทยาลัยเขาก็ยังมีความใส่ใจในเรื่องโปรแกรมที่มันเอื้อต่อนักศึกษาต่างชาติค่ะ ส่วนอาจารย์ที่ดีก็น่ารัก สอนดี  โดยรวมอาจารย์ดี 90% เลยค่ะ อาจารย์ Marketing ดีหมด

 

แล้วคอร์สนี้มีการบ้าน สอบ หรือทำงานกลุ่มเยอะมั้ย?

Jan: อันนี้ต้องสปอยล์ไว้เลยว่า Marketing งานกลุ่มเยอะมากค่ะ (หัวเราะ) งานเดี่ยว 20% เองมั้ง ส่วน Marketing จะไม่ค่อยมีสอบค่ะ จะมีแค่ช่วงเทอมแรกที่สอบเกี่ยวกับพวกตัวเลข สถิติ เพราะว่ามันต้องทำวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative research) ก็เลยต้องทำงานกลุ่มเยอะ พวกวิจัยหรือ Dissertation ก็ต้องทำอยู่แล้ว

 

บางคนไม่อยากเรียนเลขเยอะ คอร์สนี้จะต้องเรียนหนักมั้ย?

Jan: อันนี้โดนขายฝันนะคะ เพราะว่า Marketing ต้องเรียนเลข (หัวเราะ) แต่มันก็ไม่ได้เครียดขนาดนั้นค่ะ เพราะมันเป็นเลขที่เราต้องรู้ฐานเพื่อเอาไปทำวิจัยจบอยู่แล้ว ซึ่งมันมีตัวโปรแกรมที่คำนวณให้อัตโนมัติ เราแค่เรียนรู้ขั้นตอนของโปรแกรมว่าต้องทำยังไงบ้าง แต่ไม่ต้องคำนวณอะไรขนาดนั้น มันยังเป็นระบบเก่าอยู่ค่ะ ชื่อว่า ‘SPSS’

 

รีวิว Lancaster University

มารีวิวตัวมหาวิทยาลัยกันสักหน่อย มีความดีงามยังไงบ้าง?

Jan: ประทับใจ Facility ของมหาวิทยาลัยค่ะ อันแรกเลยก็คือห้องสมุดดีมาก มันมีทั้งโซน Study Space โซนสาธารณะ ชอบที่มันจะแบ่งชั้นที่คุยได้นิดหน่อยกับชั้นที่ต้องเงียบ ส่วนหนังสือก็มีทั้ง E-Book และเป็นเล่ม เขาเอื้อให้นักศึกษาทุกอย่าง ต่อมาเป็น Sport Centre เขามีทั้งเป็นคลาสเรียนกลุ่มและออกกำลังกายคนเดียว แล้วด้วยความที่เป็นเด็กปริญญาโทส่วนใหญ่ในมหาวิทยาลัยมันจะมีเหมือนผับในแต่ละคณะ ซึ่งเด็กเดินลงมาปุ๊บก็เจอผับเลย อันนี้ก็เคยไปนั่งอยู่ ดีนะคะ เพราะว่าราคาเครื่องดื่มต่าง ๆ เป็นราคานักศึกษา ส่วนถ้าอยากออกมาข้างนอกหน่อย ก็นั่งรถเมล์ออกมาส่งตรงสู่ผับนี้เท่านั้น (หัวเราะ) ชื่อ ‘The Sugarhouse’เป็นเมืองที่ปลอดภัยจริง ๆ ขนาดจะมาผับยังมีรถรับ-ส่งขนาดนี้ (หัวเราะ)

แล้วการอยู่ในเมือง Lancaster สบายดีมั้ย?

Jan: อยู่ได้สบายเลยค่ะ จะบอกว่าที่อังกฤษมันมีความกึ่งเมืองกึ่ง Slow Life คือมันไม่ได้ต้องเร่งรีบตลอด พื้นที่ส่วนกลางในแต่ละเมืองก็จะมีพวกสวนอะไรแบบนี้ที่เราชิลล์ได้อยู่ ถ้าใครที่มาจากกรุงเทพฯ มาอยู่ที่ Lancaster ถ้ากลัวว่าจะลำบากมั้ย ก็ไม่ต้องห่วงค่ะ ที่นี่ยังมีครบทุกอย่างอยู่นะคะ แล้วก็เราอาจจะชอบมากกว่าเดิมอีกด้วยซ้ำเพราะว่าเราได้มาพักผ่อนจริง ๆ ที่นี่มันก็ไม่ได้เงียบขนาดนั้น ก็ยังมีคึกคักบ้าง ก็จะมีแค่เรื่องอากาศแหละที่รู้สึกว่าต้องปรับตัวเยอะมาก ๆ ถ้ามาจากประเทศไทย

พี่แจนได้ไปเที่ยวเมืองไหนมาบ้าง?

Jan: อันนี้ยังไม่มีเวลาไปเที่ยวเยอะเท่าไหร่นะคะ แต่ที่ไปมาแล้วชอบมาก ๆ จะเป็น Manchester กับ London แล้วก็เคยไป York กับ Edinburgh ค่ะ ถ้าชอบสุดก็คือ London (หัวเราะ) ถ้าอยากชิลให้มา Lancaster นะคะ แนะนำให้ไป Lake District (หัวเราะ) เป็นบริเวณที่ธรรมชาติเลย มีภูเขาฉ่ำแล้วก็มีลำธาร การไปก็ง่ายมาก แค่นั่ง Bus ต่อเดียวจากในตัวเมือง สายเดียวไปถึงเลย แค่ประมาณ £3 เอง แต่นั่งประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง (หัวเราะ) อาจจะนานหน่อย บริเวณนี้ก็แนะนำช่วง Summer กับ Spring ไป Hiking กัน แล้วก็ห้ามพลาดเลยก็คือ Ginger Bread ค่ะ มาลองชิมนะคะ ดีมากจริง ๆ

 

มีอะไรอยากฝากอะไรถึงน้องๆ ที่สนใจเรียนต่อที่ Lancaster ไหม?

Jan: สำหรับน้อง ๆ ที่สนใจอยากเรียนที่ Lancaster นะคะ อยากจะบอกว่าเมืองนี้น่ารักค่ะ เป็นเมืองที่มาเพื่อมาเรียนจริง ๆ แล้วก็อยากใช้ชีวิตแบบสนุกก็สนุกสุดเหวี่ยงได้เหมือนกันค่ะ แนะนำถ้าใครยังลังเลอยู่ก็อย่าลืมให้ Lancaster เป็น Choice เอาไว้พิจารณานะคะ แล้วถ้าคิดถึง Lancaster คิดถึง Hands On ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

 

สนใจเรียนต่อ Lancaster University แบบพี่แจน ปรึกษาพี่ Hands On ได้เลย บริการฟรีทุกขั้นตอน

Enquiry Form

Please provide the following information and we will aim to respond within 24 hours:

Your details
Please enter your first name.
Please enter your last name.
Please enter a valid email address.
Please enter your phone number.
Please select a country you want to study.
Please select a year you want to study.
Please select your preferred branch.

* All fields required (in English)

  • Share this: