รีวิว University of Reading

รีวิว MSc Climate Change, Sustainable Business and Green Finance ที่ University of Reading โดย Kaew

  • Share this:

P’Kaew: สวัสดีค่ะ ชื่อ ‘แก้ว’ นะคะ มาเรียนป.โท สาขา MSC Climate Finance, Sustainable Business and Green Finance อยู่ที่ Henley Business School ของ University of Reading ค่ะ

 

แชร์สตอรี่ช่วงเตรียมตัวเรียนต่อ

หาข้อมูลการเรียนต่อ UK จากที่ไหน?

P’Kaew: อันดับแรก คือ แก้วรู้ว่าถ้าจะมาเรียนอังกฤษต้องมาผ่าน Agency (หัวเราะ) ก็เลยหา Agency ก่อนแล้วก็ปรึกษาเขา เรามีคณะในใจแล้วเราก็ส่งเว็บไซต์กับระบุมหาวิทยาลัยไปว่าที่แก้วหามามีประมาณนี้ พอจะมีตัวเลือกอื่น ๆ มั้ย เผื่อเราจะได้ที่ที่ดีกว่าเดิมค่ะ พอปรึกษาไปเรื่อย ๆ ก็ลงลึกขึ้นว่า ถ้ายื่น Offer นี้ ภายในตอนนี้อาจจะมีสิทธิ์ได้ทุน ด้วยเกรดและโปรไฟล์ของเราที่อาจจะมีศักยภาพ ก็เลยรู้แล้วว่าใจเราอยากเข้าที่นี่และได้ทุนนี้สาขานี้แหละ

 

ทำไมถึงเลือกเรียนคอร์ส MSC Climate Finance, Sustainable Business?

P’Kaew: คอร์สนี้ค่อนข้างเฉพาะทางค่ะ ก่อนแก้วจะอยากเรียนป.โท แก้วเคยทำงานด้านนี้มาก่อน ทำโครงการเกี่ยวกับ Carbon Credit Project ที่เกี่ยวกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศก็เลยมีแพชชั่นในสายงานนี้ เลยอยากต่อยอด ในช่วงปริญญาตรีแก้วจบ Economic มา พอเป็นเรื่อง Climate Change มันค่อนข้างไกลตัวแล้วเราก็เพิ่งมาเรียนรู้ใหม่ในโลกของการทำงาน แต่ก็อยากต่อยอดให้มันเชื่อมกับฝั่งของ Business และ Finance ให้มันจับต้องได้มากขึ้น ก็เลยคิดว่าสาขานี้แหละเหมาะที่สุด

ทำไมถึงตัดสินใจเลือกเรียนที่ Henley Business School?

P’Kaew: ที่จริงแก้วก็ดูหลายที่เหมือนกัน แล้วหลักสูตรประมาณนี้มันก็ไม่ได้มีที่เดียว ก็เลยดูผ่าน Rank พอเลือกคณะได้ว่าจะเรียนที่ไหนบ้าง ก็ดูอันดับแล้วก็ทำเลที่ตั้งด้วย เพราะนอกจากเรียนแล้วเรายังต้องมาใช้ชีวิต 1 ปีด้วย ก็ดูว่าที่ไหนเหมาะกับไลฟ์สไตล์เรา แล้วก็มองว่าใน London มันค่อนข้างเป็นชีวิตในเมืองใหญ่มากเกินไปสำหรับแก้ว เพราะว่าแก้วชอบธรรมชาติด้วย แต่การมาตัวคนเดียว เราก็ไม่ได้อยากจะไปอยู่นอกเมืองขนาดนั้น ทำให้เมือง Reading เป็นคำตอบค่ะ

รีวิวบริการจากพี่ Hands On

P’Kaew: คือแก้วทำงานไปด้วยแล้วก็ยื่น Offer ไปด้วย มันก็เลยไม่ค่อยมีเวลาเตรียมตัวเท่าไหร่ แก้วเริ่มจากเขียน Letter ก็ให้พี่เขาระบุมาก่อนว่าเอกสารในช่วงแรกที่จะต้องใช้ในการสมัครมีอะไรบ้าง พี่เขาก็ดำเนินเรื่องส่งมหาวิทยาลัยให้ หลังจากนั้นก็รอ Offer พอได้มาแล้วก็เริ่มเป็นจุดพีคว่าเราจะต้องตัดสินใจแล้วว่าจะรับหรือไม่รับ จะทำงานต่อหรือจะหยุดเพื่อไปเรียนต่อ พอได้ Offer บวกกับทุนอีกเราก็เลยไปทางมาเรียนต่อ เราเลยมาโฟกัสเต็มที่กับการสอบภาษาประมาณนี้ค่ะ ระหว่างนั้นพี่ ๆ Hands On ก็ช่วยตามคะแนนและเอกสารต่าง ๆ ว่าหนูจะต้องส่งเอกสารภายใน Deadline เมื่อไหร่ เขาก็จะมีตารางเวลาไว้ว่าควรจะส่งคะแนนรอบแรกหรือรอบสองภายในวันไหน เพื่อให้มหาวิทยาลัยพิจารณาใบสมัครของเรา ประมาณนี้ค่ะ

แชร์เคล็ดลับการขอทุนจากมหาวิทยาลัยใน UK

P’Kaew: ถ้าเป็นทุนจากทางมหาวิทยาลัย ทุน £10,000 น่าจะเป็นเรทที่เยอะที่สุดของปีที่แล้วแล้วค่ะ แก้วรู้สึกว่าทุนส่วนใหญ่ หลัก ๆ เขาดู background พวกเกรดเฉลี่ยตอนป.ตรีว่าได้เยอะมั้ย มีศักยภาพพอที่จะมาเรียน Master’s ได้ดีมั้ย อันนั้นน่าจะเป็นเกรดแรก  แล้วก็เกรดสอง แก้วว่าแก้วตั้งใจเขียน Letter มาก ๆ คือเป็นการแสดงแพชชั่น เล่าภูมิหลัง บวกกับทิศทางอาชีพที่เราอยากจะไป คือทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของแก้วมันค่อนข้างตรงกับสาย Sustainable Business and Green Finance ทำให้มันบ่งบอกอะไรได้บางอย่าง มหาวิทยาลัยให้ทุนมาค่ะ

สำหรับน้อง ๆ ที่อยากได้ทุนก็ ทำเกรดให้ได้ดี ๆ คือไม่ได้อยากให้มองว่าเกรดมันเป็นแค่ตัวเลข แต่ว่าเกรดมันแสดงถึงความตั้งใจเราในการเรียน เขาจะพิจารณาในส่วนนี้มาก แล้วก็ Letter อยากให้เขียนแบบตั้งใจเขียน อย่าใช้บอทเขียน หมายถึงว่าเขียนจากความรู้สึกเราจริง ๆ ว่าทำไมเราสนใจสาขานี้ และทำไมเราอยากมาที่นี่ด้วย ไม่ใช่เรื่องสาขาอย่างเดียว แต่ว่าทำไมต้องเป็นมหาวิทยาลัยนี้ อันนี้จะได้คะแนนเพิ่มไปอีกค่ะ

 

สนใจเรียนต่อสหราชอาณาจักร ติดต่อปรึกษาพี่ Hands On ได้เลย ฟรีทุกขั้นตอน!

 

แนะนำคอร์สเรียนและเนื้อหาแบบเจาะลึก

MSc Climate Change, Sustainable Business and Green Finance เรียนเกี่ยวกับอะไร?

P’Kaew: หลาย ๆ คนอาจจะยังงง ๆ ว่า Sustainable Business and Green Finance คืออะไร ที่นี่จะแบ่งเป็น 2 เทอมหลักกับ Summer เทอมแรกเด็ก Finance ทุกคนจะเรียนรวมกันค่ะ เรียนพวก Market Security, Trading, Econometric ด้วย แก้วโชคดีที่เรียนเศรษฐศาสตร์มาก็เลยจะมีความรู้อยู่บ้าง แต่อันนี้เขาจะปรับเป็นสำหรับสาย Finance เยอะขึ้น นอกจากทฤษฎีแล้วเขาก็จะมีปูพื้นฐานเชื่อมสู่ โลกธุรกิจอะไรแบบนี้ค่ะ จะมีคล้าย ๆ Management คืองานที่สั่งที่นี่จะเป็น “Case Based” ก็คือจะมีเหตุการณ์มาให้ เราจะเอาทฤษฎีเข้าไปยังไงให้มันปรับใช้ในโลกการทำงานได้จริง

แต่เทอม 2 แก้วว่าสนุกขึ้นกว่าเดิม โคตรชอบเลย คือมันจะแยกจาก Finance แล้วค่ะ ปีที่แก้วมาเรียนมี 11 คน เราเรียนกลุ่มเล็กมากทำให้วิชาต่าง ๆ จะเป็นการคุยแลกเปลี่ยนมุมมองกัน เราต้องมีสติตลอดเวลาเพราะว่าเราต้องอยู่รอดใน Lecture 2 ชม.นั้นให้ได้ โดยอาจารย์ก็จะชี้ถามเราว่าคิดยังไงประมาณนี้ ซึ่งเราจะไม่ตอบไม่ได้เพราะเราเป็นตัวแทนประเทศไทย มันเลยต้องตั้งใจในการอ่านสไลด์ก่อนเรียน แล้วก็เดาคำถามว่าเขาจะถามอะไร เราควรตอบอะไร มันก็จะมีคำถามระหว่างทางว่าตรงนี้อาจารย์อธิบายเพิ่มขึ้นได้มั้ย มันทำให้การเรียนสนุกแล้วก็มีคุณภาพมากขึ้นค่ะ

 

วิชาอะไรที่เราชอบที่สุดคือวิชาไหน แล้วเนื้อหาของคอร์สนี้หลัก ๆ มีอะไรบ้าง?

P’Kaew: ถ้าเอาตัวที่ชอบที่สุดเลยคือ Climate Change and Risk Management ในฝั่งของ Finance ค่ะ Risk Management มันก็จะเป็นพวกสำรองเงินไว้ยังไงถ้าบริษัทล้มละลายประมาณนั้น แต่ถ้าของ Climate Change จะเป็น Physical Risk หรือ Transition Risk ค่ะ Physical Risk ก็คือพวกภัยพิบัติทางธรรมชาติ มันกระทบธุรกิจได้ยังไงบ้าง เรารู้สึกว่าสิ่งนี้มันเกิดขึ้นจริงกับบริษัทใหญ่หลาย ๆ ที่ พอเรามาวิเคราะห์จริง ๆ เราก็เห็นภาพมากขึ้นว่าเขาใช้ข้อมูลอะไรในการมาประมวลผล มันทำให้เราเห็นเส้นทางอาชีพในอนาคตมากขึ้นว่าการทำงานแนวนี้เราแฮปปี้กับมัน ถึง Green Finance มันจะใหม่ แต่มันก็มีตำแหน่งหรือเส้นทางที่หลากหลายมาก ไม่ได้จำกัดอยู่ที่แค่อย่างเดียว แต่สามารถไปเป็นนักวิเคราะห์ด้านทรัพยากร หรือว่านักวางแผนการลงทุนอะไรแบบนี้ได้ค่ะ

บรรยากาศในห้องเรียน

P’Kaew: ปีนี้มีคนไทย 2 คนค่ะ มีอีกคนกับแก้ว แล้วก็ที่น่าแปลกใจเลยคือมีคนอังกฤษคนเดียวค่ะ (หัวเราะ) แต่หลาย ๆ สาขาก็เหมือนจะมีแต่เด็กอินเตอร์เรียน Master’s กัน คนจีนก็เยอะค่ะ ส่วนคอร์สของแก้วมีหลากหลายมากเลย มี India, Uzbekistan ก็คือแทบจะมาจากทุกโซนของโลก วัฒนธรรมก็ค่อนข้างหลากหลาย แล้วเวลาพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน วิธีการคิดของเขามันมองกันคนละมุมกัน ไม่มีใครถูกใครผิด เราจะได้เรียนรู้ว่ามันคิดแบบนี้ก็ได้เนอะ

ส่วนถ้าช่วงที่เนื้อหามันเยอะ อาจารย์ก็จะบรรยายซะส่วนใหญ่แล้วก็มีนักเรียนถามระหว่างทาง ซึ่งคลาสแก้วส่วนใหญ่เขามีประสบการณ์การทำงานแล้วเขาสนใจมาเรียนเรื่อง Climate Change จริง ๆ ทำในห้องแต่ละคนเอาประสบการณ์มาถามบวกกับทฤษฎีในห้องค่อนข้างเยอะ เราก็เหมือนได้ซึมซับความรู้นอกเหนือจาก Professor แล้วยังได้จากเพื่อนที่มีประสบการณ์แล้วก็ถามเก่งด้วยค่ะ

อาจารย์สั่งงานหรือการบ้านเป็นรูปแบบไหนบ้าง?

P’Kaew: อาจารย์ของแก้วมีครบให้ทุกแบบเลย มีทั้งสอบ, งานกลุ่ม, งานเดี่ยว ซึ่งการสอบน่าจะเป็นสิ่งที่นักเรียนหลายคนไม่ชอบที่สุดแล้ว รวมถึงแก้วด้วย (หัวเราะ) แก้วจะชอบพวกงานกลุ่มที่คำถามมันจะยากกว่างานเดี่ยวหรือสอบ แต่ว่ามันทำให้เราได้แลกเปลี่ยนความรู้กันแล้วมันจะคอยเตือนเราตลอดว่าคุณคิดถูกมั้ย ส่วนเวลาส่งเปเปอร์จะส่งเป็นชิ้นเดียวค่ะ ทางมหาวิทยาลัยจะมีระบบขึ้นให้เลยว่า 5 คนในกลุ่มนี้ เราเป็นคนส่งงานให้ทุกคนแล้วนะ

ถ้าเป็นเทอมแรก แก้วจะไปรวมอยู่กับพวก Investment, Finance แล้วก็กลุ่มอื่นด้วย แต่ว่าเทอมนี้มี 11 คน มันก็ได้ประมาณ 3 กลุ่มเล็ก กลุ่มนึง 3-4 คนก็เพื่อน ๆ กันทั้งนั้น กลายเป็นว่าทุกคนก็ปรึกษากันหมดเลยว่าเลือกใช้วิธีอะไรในการทำงานนี้ เป็นข้อดีของกลุ่มเล็กด้วยเหมือนกันว่าเราจะทำอะไร เราติดอะไร เรารู้กันหมดเลย เพราะว่าเราก็อยากจะได้ A กันหมด (หัวเราะ)

รีวิวข้อดีของ University of Reading และการใช้ชีวิตในเมือง Reading 

P’Kaew: แก้วชอบที่มหาวิทยาลัยมันไม่ใช่ตึกแถว (หัวเราะ) มันไม่เมืองจ๋า ส่วนใหญ่แก้วจะเรียนที่ตึก Henley Business School ค่ะ แล้ว Facility แค่ Business School ก็ครบแล้ว มีห้องสมุด ห้องคอมฯ มี Co-Working Space โดยที่ไม่ต้องไปหอสมุดกลางก็ได้ค่ะ  แต่ช่วงปิดเทอมแก้วชอบมาหอสมุดกลาง เพราะว่าสิ่งอำนวยความสะดวกเขาดีมาก เป็นหอสมุดที่มี 5 ชั้น มีแคปซูลสำหรับคนที่อยากโฟกัส แล้วก็เปิด 24 ชม. ช่วงสอบ

ส่วนเรื่องการใช้ชีวิต แก้วค่อนข้างคิดว่าปีนึงมันสั้น เลยไม่ค่อยอยู่ห้องแล้วพยายามออกไปเที่ยวเล่นกับเพื่อน แก้วมา UK ครั้งแรกเพราะมีโอกาสได้มาเรียน ก็เลยอยากเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้ได้เยอะที่สุด แล้วก็ใช้ชีวิตให้ได้เยอะที่สุด ถ้าเป็นวันปกติก็จะไปเดินในเมือง Reading ไปซื้อกาแฟเพราะว่าติดกาแฟค่ะ (หัวเราะ) แล้วก็ออกไปดูระหว่างทาง เดินตามตรอก มันก็มีอะไรที่น่ารัก ๆ เยอะมาก ทั้งร้านอาหาร เมือง ผู้คน สวนสาธารณะ มันมีหลายอย่างให้เราดื่มด่ำ ไม่ใช่เมืองอย่างเดียว มันมีสวนใกล้ ๆ ด้วยแล้วทุกที่มันเดินถึงกันได้หมด อันนี้แก้วรู้สึกว่าถ้าเราไม่มีเวลาจะเดินทางออกไปนอกเมืองจริง ๆ อะ Reading ก็ตอบโจทย์แล้ว

 

สนใจเรียนต่อ University of Reading แบบพี่แก้ว ปรึกษาพี่ Hands On ตัวแทนมหาวิทยาลัยอย่างเป็นทางการประจำประเทศไทยได้เลย บริการฟรีทุกขั้นตอน

Enquiry Form

Please provide the following information and we will aim to respond within 24 hours:

Your details
Please enter your first name.
Please enter your last name.
Please enter a valid email address.
Please enter your phone number.
Please select a country you want to study.
Please select a year you want to study.
Please select your preferred branch.

* All fields required (in English)

  • Share this: