Hands On Blog | บล็อคเพื่อการเรียนต่อสหราชอาณาจักร

Siriwat Akkharathanainan

| หมวดหมู่ Student Blog

แท็ก : ,

3 March 2016

เปิดบัญชีธนาคาร ที่อังกฤษ ไม่ยากอย่างที่คิด

หลายๆ คนอาจจะสงสัยว่า การ เปิดบัญชีธนาคาร ที่นี่จำเป็นไหม? ต้องทำอย่างไร ไม่เปิดบัญชีได้ไหม หรือว่าจะเอาบัตร ATM ธนาคารไทยมากดเงินที่นี่ดีกว่า ตรงนี้ขอพูดในกรณีของทุนส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับผู้สนับสนุน (Sponsor) หรือผู้ปกครองนะครับ

อันดับแรกเลย ต้องถามตัวเองก่อนว่า

  • จะมาเรียนคอร์สภาษา (Pre-sessional course) ก่อนไหม
  • จำเป็นต้องมาขอวีซ่าที่นี่หรือเปล่า

ถ้าใช่ ตรงนี้จำเป็นต้อง เปิดบัญชีธนาคาร ที่นี่ครับ แต่ถ้าไม่เปิดที่นี่ ต้องบินกลับไทยไปขอวีซ่าอย่างเดียว ถ้ามาเรียนคอร์สหลัก (ป.ตรี-ป.เอก) หรือได้ Combine Visa (รวมคอร์สภาษากับคอร์สหลัก) ก็ไม่จำเป็นต้องเปิดก็ได้ครับ ถ้าไม่ต้องทำวีซ่าอีก

 

มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าครับ

 

เปิดบัญชีธนาคาร เพื่ออะไร?

เพื่อที่จะมี Statement รับรองตัวเองว่ามีเงินค่าครองชีพพอตามที่กงสุลกำหนดครับ ซึ่งต้องมีเงินอยู่ในบัญชีอย่างน้อย 28 วัน เรื่องจำนวนเงินตรงนี้ให้ถามพี่ที่ Hands On ได้เลยครับ พี่ๆ จะประเมินคร่าวๆ ให้ก่อน มาถึงที่นี่จะรู้จำนวนที่แน่นอนอีกทีก็ตอนที่มหาวิทยาลัยแจ้งครับ อย่าลืมคำนวนรวมค่าเทอม วีซ่า และ IHS ด้วยนะครับ

จะเปิดบัญชีที่นี่ ต้องวางแผนล่วงหน้าก่อนนิดหน่อย เชื่อว่าก่อนจะมาที่นี่ทุกๆ คนต้องเคยโอนเงินสดข้ามประเทศแล้ว สิ่งแรกที่ต้องทำเลยคือ เตรียมเงินสดเอาไว้ให้พ่อแม่ หรือญาติครับ เพื่อที่จะให้โอนมาหลังจากเปิดบัญชีแล้ว

หลังจากที่มาถึงแล้ว เป็นไปได้ก็ดูตารางเรียนก่อนว่าเราว่างตอนไหนบ้าง แล้วขอจดหมายรับรองจากมหาวิทยาลัยว่าเราต้องการเปิดบัญชี ที่ธนาคารไหน ซึ่งผมเปิดกับ LLoyds Bank ครับ (L 2 ตัว) คนไทยที่นี่ใช้กันเยอะ หลังจากนั้นก็จัดการขอนัด (Appointment) ตามวันเวลาที่เราสะดวกครับ ธนาคารที่นี่จะไม่เหมือนบ้านเราครับที่เดินเข้าไปกดบัตรคิวแล้วรอเปิดบัญชีได้เลย เอกสารที่ใช้ก็จะมีพาสปอร์ตครับ ถ้ายังไม่ได้ขอจดหมายจากมหาวิทยาลัยก็บอกไปว่าเดี๋ยวจะไปขอครับ

พอถึงวันเปิดบัญชี ก็เอาใบนัดเข้าไปธนาคารตามเวลานัดครับ แล้วก็บอกพนักงานพร้อมกับยื่นเอกสารเลย รอจนถึงเวลาพนักงานก็จะพาเข้าห้องครับ พนักงานก็จะอธิบายก่อนว่ามีบัญชีแบบไหนบ้าง ซึ่งตอนที่ผมมาเขาแนะนำให้ผมเปิด 2 บัญชี

  • บัญชีแรกมีไว้สำหรับเก็บเงิน จะได้บัตร ATM (Cashpoint) ไว้สำหรับถอนและฝากเงินสดเข้าบัญชี
  • บัญชีที่สองมีไว้สำหรับใช้เงิน จะได้บัตร Debit ไว้สำหรับใช้จ่ายทั้งร้านค้าและออนไลน์ รวมถึงถอนและฝากเงินสดได้ด้วย เช่นเดียวกับบัตร ATM

 

บัตร ATM จะมีคำว่า “Cashpoint” ใช้จ่ายซื้อของไม่ได้

เปิดบัญชีธนาคาร ที่อังกฤษ

บัตร Debit จะมีคำว่า “Visa Debit” รูดง่ายจ่ายสะดวก

เปิดบัญชีธนาคาร ที่อังกฤษ

ซึ่งจะเอาเงินไว้ที่บัญชีใดบัญชีหนึ่งก็ได้ครับแล้วแต่สะดวก แต่จำนวนเงินขึ้นต่ำต้องอยู่ในบัญชีเดียวอย่างต่ำ 28 วันนะครับ และเราสามารถโอนเงินข้ามกันไปมาระหว่าง 2 บัญชีได้โดยใช้ Application ของธนาคารครับ

 

ต่อมาก็จะมีการสัมภาษณ์ครับ ใช่แล้วครับ สัมภาษณ์ คำถามก็อย่างเช่น เปิดบัญชีทำไม เงินได้จากไหน รอบแรกเงินจะเข้าเท่าไร แล้วเงินจะเข้าอีกไหม เปิดบัญชีนานเท่าไร สารพัดเลยครับ แต่ไม่ต้องห่วงครับ เขาไม่ได้ถามยากอะไร นอกจากจะถามแล้วพนักงานก็จะให้ดูวีดีโอเกี่ยวกับประเภทบัญชี กฎระเบียบต่างๆ สัญญา เยอะแยะเต็มไปหมดเลยครับ นอกจากนั้นยังมีให้อ่านด้วย แต่พนักงานจะอ่านให้ฟังครับ ถ้าเขาถามว่ายอมรับได้ไหม ก็ยอมไปนะครับ เดี๋ยวจะเปิดไม่ผ่าน

 

หลังจากเปิดบัญชีเรียบร้อย พนักงานจะดำเนินการสมัคร Internet banking ให้ครับ ตรงนี้ให้พนักงานอธิบายดีกว่า แล้วอย่าลืมขอ IBAN นะครับ (ตรงนี้ถ้าเคยโอนเงินข้ามประเทศจะรู้จัก) จะได้ให้คนโอนเงินมาให้ เลือกเอาเลยว่าจะเอาบัญชีไหนดี ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 1-2 วันเงินก็จะเข้าบัญชีเรา

 

ที่นี่จะไม่มีสมุดบัญชีให้ครับ แต่จะมีบัตรมาให้แทน บัญชีละ 1 ใบ ซึ่งจะส่งทางไปรษณีย์ ใช้เวลาประมาณ 5-7 วันครับ 1 บัญชีจะได้จดหมาย 2 ฉบับ ฉบับแรกเป็นบัตร อีกหนึ่งฉบับเป็น PIN ของบัตร ซึ่งเราสามารถไปเปลี่ยนได้ที่ตู้เลย ส่วนอีก 1 ฉบับจะเกี่ยวกับ Internet banking จดหมายทุกฉบับอาจจะมาคนละวันกัน อาจจะต้องคอยเช็คดูที่กล่องจดหมายบ่อย ๆ ครับ

 

ถ้าหากว่าไม่เปิดบัญชีที่นี่ แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยถ้าจะใช้บัตร Debit จากไทยมาซื้อของออนไลน์ที่นี่ เพราะจะไม่ได้รับ OTP ครับ และอีกอย่างหนึ่งคือ ที่นี่เปิดบัญชีฟรี บัตรฟรีครับ

 

ฝากปิดท้ายไว้อีกนิดนึง ต้องระวังเรื่องบัตรหายกับเลขต่างๆ บนบัตรหน่อยนะครับ เพราะถ้าใครรู้เลขบัตรกับเลขหลังบัตรเราก็จะสามารถนำไปใช้จ่ายออนไลน์ได้ทันที เพราะธนาคารจะไม่มีการส่ง OTP มาที่เรามือถือครับ แล้วก็อย่ารูดบัตรเพลินจนลืมดูว่าเงินเหลือในบัญชีเท่าไร ค่าปรับจะหนักพอสมควร (น่าจะวันละ 10 ปอนด์ได้)

Go to top