St. George’s University x Northumbria University มาปูเส้นทางอาชีพหมอที่ต่างประเทศ กับมหาวิทยาลัยชั้นนำทางการแพทย์

  • Share this:

ถ้าน้อง ๆ อยากเป็นนักเรียนแพทย์ที่มีโอกาสขึ้นคลินิกในโรงพยาบาลที่อังกฤษหรืออเมริกาในปีที่ 3 – 4 ของการเรียน Doctor of Medicine ตามมาทำความรู้จัก St. George’s University กันค่ะ

จุดเด่นของ St. George’s University 🇬🇩🇬🇧🇦🇺 ที่พี่อยากแนะนำให้บทความนี้

✔️ ชื่อเสียงของมหาวิทยาลัย SGU ในวงการแพทย์
✔️ การพาร์ทเนอร์กับ Northumbria เปิดแคมปัสในอังกฤษ
✔️ นักศึกษาต่างชาติมี Residency placement สูงถึง 89%
✔️ โอกาสขึ้นคลินิกในโรงพยาบาลที่ UK, US และ Canada

ตามมาดูกันต่อเลยค่ะ ว่าหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตที่ขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพการศึกษามาตรฐานสากลจาก World Federation of Medical Education (WFME) ของมหาวิทยาลัย SGU จะน่าสนใจขนาดไหน

 

🏆 ชื่อเสียงของ St. George’s University มีผลกับการเรียนต่อแพทยศาสตร์มั้ย?

เป็นความจริงที่ว่า Ranking และชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยมีผลต่อการเรียนต่อต่างประเทศ รวมถึงการเรียนแพทย์ในสาขา Doctor of Medicine ด้วย ในยุคที่มีมลภาวะฝุ่นร้าย โรคภัยใหม่ก่อเกิด สังคมสูงวัยกำลังขยายตัว วิวัฒนาการทางการแพทย์และความเชี่ยวชาญของบุคลากรการแพทย์จึงสำคัญ การพัฒนาทักษะความสามารถของนักเรียนแพทย์ที่ St. George’s University จึงมุ่งเน้นการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์วงการแพทย์ และให้โอกาสเก็บประสบการณ์การขึ้นคลินิกกับผู้เรียนอย่างจริงจัง ได้เข้าแล็บระหว่างพรีคลินิก และขึ้นคลินิกที่โรงพยาบาลได้จริง

Student look into MRI machine

Student look into MRI machine

SGU FUN FACT

St. George’s University สร้างปรากฏการณ์ส่งออกคุณหมอเป็นจำนวนมากที่สุด ให้กับ US Healthcare System อัตราการเรียนจบแพทย์ของนักศึกษา SGU มีจำนวนสูงสุดทุกปี จึงส่งออกนักศึกษาระดับคุณภาพไปฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้านหรือ Residency มากที่สุดในแต่ละปี จากข้อมูลผลสำรวจเดือนกันยายน 2025
St. George’s University ผลิตบุคลากรทางการแพทย์เข้าสู่วงการแพทย์ระดับโลกมากกว่า 25,000 คน รวมนักศึกษา บัณฑิต และเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยจาก 150 กว่าประเทศรอบโลก อ้างอิงจากจำนวนนักศึกษาทั้งหมดที่เรียนจบหลักสูตรการแพทย์ Doctor of Medicine ตั้งแต่ปี 1981 – 2025

 

🇬🇧 ทำไมถึงควรเรียนหมอ ที่ SGU กับ Northumbria University ในอังกฤษ?

เมื่อ St. George’s University ร่วมมือกับ Northumbria University เปิดหลักสูตรแพทยศาสตร์ร่วมกัน นักศึกษาจะได้รับโอกาสเรียนต่อ Bachelor of Medical Sciences เป็นช่วง Pre-clinic ในประเทศอังกฤษ และเรียน Doctor of Medicine ปีที่เหลือที่มหาวิทยาลัย SGU ในประเทศเกรนาดา หมายความว่าผู้เรียนจะได้ประกาศนียบัตรจาก 2 มหาวิทยาลัย และยังได้เก็บประสบการณ์ฝึกหัดแพทย์ในหลายสภาพแวดล้อม เสริมทักษะความพร้อมต่อทุกสถานการณ์ นอกจากนั้นหลังจบพรีคลินิกผู้เรียนมีโอกาสขึ้นคลินิกกับโรงพยาบาลในอังกฤษด้วย

SGU FUN FACT

เมื่อเรียนต่อที่แพทยศาสตร์กับ St. George’s University และ Northumbria University ผู้เรียนจะได้รับปริญญาบัตรจากทั้งสองหลักสูตร Bachelor of Medical Sciences (BMedSci) และ Doctor of Medicine (MD) เพิ่มความโดดเด่นให้พอร์ตของผู้เรียน
หากเลือกเรียนแพทย์ที่อังกฤษและจบหลักสูตร Bachelor of Medical Sciences ผู้เรียนสามารถยื่นวีซ่าเพื่อขอขึ้นคลินิกภายใต้ National Health Service (NHS) เป็นโอกาสเก็บประวัติผลงานการฝึกหัดแพทย์ที่อังกฤษที่น่าสนใจมาก ๆ

ปรึกษาขอข้อมูลรายละเอียดการเรียนต่อแพทย์ใฃกับ SGU ได้เลยที่ Hands On

 

🩺 การขึ้นคลินิกที่ต่างประเทศ ช่วยต่อยอดเส้นทางอาชีพหมออย่างไร?

การฝึกอบรมแพทย์ในปี Clinic ตั้งแต่ปี 4 เป็นต้นไป เป็นส่วนสำคัญที่สุดของ Doctor of Medicine เพราะเป็นช่วงที่ผู้เรียนจะได้ฝึกหัดแพทย์เต็มที่ เรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ ขึ้นวอร์ด ตรวจผู้ป่วย และอยู่ภายใต้การดูแลของอาจารย์ในกลุ่มเล็ก ๆ ทำให้นักเรียนแพทย์ได้รับคำแนะนำอย่างใกล้ชิด ตอบโจทย์การเก็บประสบการณ์แพทย์ฝึกหัดได้ครบทุกข้อ ซึ่งที่ SGU นักเรียนต่างชาติมีโอกาสยื่นขอขึ้นคลินิกสำเร็จสูงถึง 89% (จากผลสำรวจ International students ตั้งแต่ปี 2021 – 2025 โดย SGU) และยังได้รับการซัพพอร์ตเพื่อเตรียมสอบ USMLE หรือใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมของสหรัฐอเมริกาเพื่อต่อยอดในอนาคตอีกด้วย

Students practicing on an ultrasound machine in anatomy lab

Students practice airway clearance techniques on a simulation dummy

SGU FUN FACT

St. George’s University มีนักศึกษานานาชาติที่ได้ฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้านในสหรัฐอเมริกาสำเร็จ ได้ Residency placement คิดเป็น 89% จากผลสำรวจของนักศึกษาทุกคนที่ไม่ใช่ประชากรของสหรัฐฯและไม่ใช่แคนาดา ที่ได้ US Residency ตั้งแต่ปี 2021 – 2025 วัดผลเมื่อเดือนกันยายน 2025
นักเรียนต่างชาติที่มหาวิทยาลัย SGU ที่สอบ USMLE Step 1 หรือสอบวัดผลความรู้พื้นฐานทางการแพทย์ในปี 2020 – 2024 มีอัตราการสอบผ่านสูงถึง 81% จากผลสำรวจของนักศึกษาทุกคนที่ไม่ใช่ประชากรของสหรัฐฯและไม่ใช่แคนาดา โดยผู้เรียนต้องเรียนวิชา Basic Sciences จบก่อนถึงมีสิทธิ์สอบ

 

💉 ขึ้นคลินิกที่โรงพยาบาลในต่างประเทศ มีเรื่องไหนที่ต้องคิดบ้าง?

อัตราการขึ้นคลินิกสำเร็จที่ SGU นับว่าสูงมากแล้ว แต่ก็ยังมีอีกหลายปัจจัยที่ผู้เรียนควรคำนึงถึงตอนเลือกโรงพยาบาลถึงความหลากหลายของโรคหากต้องการฝึกวินิจฉัยหลาย ๆ ด้าน หรือความเฉพาะทางของการรักษาที่โรงพยาบาลหากเราเลือกสายแพทย์เฉพาะทางที่ต้องการแล้ว เป็นต้น โดยที่ St. George’s University มีโอกาสขึ้นคลินิกในโรงพยาบาลกว่า 85 แห่ง ที่ US, UK หรือ Canada มหาวิทยาลัยการแพทย์ ให้นักศึกษาเลือก

Students preparing for surgery in the operating theatre as part of their clinical training

Students preparing for surgery in the operating theatre as part of clinical training

ตัวอย่างรายชื่อโรงพยาบาลหลักและสมทบที่สามารถขึ้นคลินิกได้ที่ SGU:

  • North Middlesex University (London, UK 🇬🇧)
  • Norfolk & Norwich University Hospital (Norwich, UK 🇬🇧)
  • Royal Hampshire County Hospital (Winchester, UK 🇬🇧)
  • Community Health South Florida (Florida, US 🇺🇸)
  • Manhattan Psychiatric Center (New York, US 🇺🇸)
  • Doctors of Sullivan Heights (British Columbia, Canada 🇨🇦)
  • เป็นต้น

 

หากน้อง ๆ สนใจเติบโตในเส้นทางอาชีพหมอ 🎓 St. George’s University เป็นมหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพการศึกษาและการฝึกหัดแพทย์ตรงตามมาตรฐานการเรียนแพทย์ระดับโลกอย่างแน่นอน สอบถามข้อมูลเรียนต่อแพทย์กับพี่ Hands On ได้เลย

Enquiry Form

Please provide the following information and we will aim to respond within 24 hours:

Your details
Please enter your first name.
Please enter your last name.
Please enter a valid email address.
Please enter your phone number.
Please select a country you want to study.
Please select a year you want to study.
Please select your preferred branch.

* All fields required (in English)

  • Share this: