แนะนำตัวให้รู้จักหน่อยค่ะ
Wan: ชื่อยาหยีค่ะ เรียนจบ Master of Business Analytics ที่ Macquarie University
ทำไมถึงเลือกเรียนคอร์ส Businesss Analytics ที่ออสเตรเลีย
Yayee: จริง ๆ เรื่องมันค่อนข้างยาวนิดนึงนะคะ (หัวเราะ) คือตอนแรกเลือกมหาวิทยาลัยนี้เพราะว่าที่นี่มีสิ่งที่เรียกว่า Double Degree ก็คือเราสามารถเรียน 2 ปี พอจบแล้วก็จะได้ปริญญาโท 2 ใบค่ะ ช่วง Covid คนน่าจะออกจากออสเตรเลียไปเยอะค่ะ มหาวิทยาลัยทางออสเตรเลียเค้าก็เลยจะมีทุนให้นักเรียนจากต่างชาติในช่วงนั้นเยอะ เราเลยได้เห็น Ads บ่อย ๆ เกี่ยวกับการมาเรียนต่อที่ออสเตรเลีย แล้วก็ได้คุยกับพี่ ๆ Hands On มีหาข้อมูลเองด้วย สุดท้ายก็เลยตัดสินใจว่า ออสเตรเลียมันโอเคเลย เพราะว่าเรียน 2 ปี คอร์สมันก็ไม่ได้กระชับมากจนรู้สึก Intense เพราะว่าถ้าไปที่อังกฤษมันจะเรียนแค่ปีนึง เราก็รู้สึกว่าโอเค 2 ปี ได้ทำงานด้วย ได้ใช้ชีวิตด้วย แล้วก็ได้เรียนด้วยก็น่าจะโอเคกว่าค่ะ
ตั้งแต่ก่อนที่จะไปเรียนภาษา เราใช้เวลาในการเตรียมตัวมาเรียนต่อนานเท่าไหร่คะ
Yayee: จำได้ว่าช่วงนั้น Visa ช้ามาก ๆ เราก็เลยเหมือนเตรียมตัวก่อนล่วงหน้า ถ้าหนูจำไม่ผิด หนูเรียนจบตอนประมาณเดือนเมษายน แล้วหนูมาที่นี่เดือนตุลาคม ก็ประมาณ 4-5 เดือนค่ะ
พี่ Hands On ช่วยเราเตรียมตัวเรียนต่อยังไงบ้าง
Yayee: ตอนแรกที่คุยกับพี่ Hands On คือตั้งใจจะเรียนปริญญาโท พี่ Hands On ก็ช่วยทุกอย่างเลยค่ะ ตั้งแต่เลือกกันว่าจะเรียนโรงเรียนไหน เพราะเราอยากเรียนภาษาอังกฤษก่อน แล้วเห็นว่าทุกคนเรียน General English กัน เราก็เลยถามพี่เค้าว่า มันมีทางอื่นมั้ยที่เราจะสามารถเรียนคอร์ส Pathway (หลักสูตรปูพื้นฐานภาษาอังกฤษเชิงวิชาการ) โดยที่ไม่ต้องสอบเพื่อเข้ามหาวิทยาลัยอีกรอบ สุดท้ายก็ไปเจอว่ามีไม่กี่โรงเรียนที่มีคอร์ส Pathway นี้ ก็เลยเลือกโรงเรียน Navitas ที่สามารถเข้าเรียนต่อกับ Macquarie University ได้เลยค่ะ
พี่ Hands On ช่วยเหลือเราเรื่องไหนอีกบ้าง
Yayee: อย่างที่บอกว่าพี่ Hands On ช่วยเรื่องเตรียมตัวเรียนต่อ ช่วยเลือกคอร์สเรียน แล้วก็มันจะมีช่วงนึงที่ Visa หนูมันเหมือนจะต่อไม่ได้ทันทีแล้วต้องกลับไทย ก็คือยังปรึกษากับพี่ Hands On อยู่เลยว่าเราทำอะไรได้บ้างในส่วนนี้ พี่เค้าก็ให้ Option มาว่าเราจะอยู่ต่อโดยที่ไม่ต้องกลับไทยได้ยังไงบ้าง อย่างล่าสุดหนูเหมือนจะมีปัญหาเกี่ยวกับประกันสุขภาพ เหมือนที่มหาวิทยาลัยหรือไม่ก็คนที่ลงกรอกวันที่เค้าน่าจะกรอกผิด หนูก็เลยกลับไปปรึกษากับพี่ Hands On ว่าช่วยอะไรตรงนี้ได้บ้างทั้ง ๆ ที่มันไม่ใช่ความรับผิดชอบของพี่เค้า คือหนูก็พึ่งรู้ว่าไม่ใช่เพราะมหาวิทยาลัยเป็นคนกรอก แต่พี่เค้าก็ยังช่วยติดตามเรื่องให้ด้วยค่ะ (หัวเราะ)
สนใจเรียนต่อ Macquarie University ปรึกษาพี่ ๆ Hands On ฟรีทุกขั้นตอน คลิก
📚 รีวิว Master of Business Analytics ที่ Macquarie University
ทำไมถึงเลือกเรียนหลักสูตร Business Analytics
Yayee: 2 ตัวที่เลือกไว้ตอนแรกคือ Management กับ Business Analytics ค่ะ คือหนูจบเศรษฐศาสตร์มาแล้วก็รู้สึกว่าอยากจะเรียนอะไรที่เป็น IT เพราะว่าช่วงนี้ทุกงานค่อนข้างจะต้องการทักษะ การ Coding หนูก็เลยเลือกที่จะเรียน Business Analytics ส่วน Management เป็นวิชาที่สนใจแล้วก็อยากเรียนด้วย ก็เลยจับคู่ 2 ตัวนี้มา แต่พอจำเป็นต้องเลือกจริง ๆ ก็เลยต้องเลือก Business Analytics เพราะดูเป็นฝั่งที่เปิดโอกาสด้านการหางานมากกว่าค่ะ
รีวิวเนื้อหา Master of Business Analytics
Yayee: จริง ๆ แล้วมีการปรับหลักสูตรบ่อยมากค่ะ เพราะว่า Business Analytics อะ เราเข้าใจว่ามันเป็นวิชาใหม่ที่มหาวิทยาลัย Macquarie ก็ยังพยายามปรับตัวอยู่บ้าง ดังนั้นเนื้อหาในหลักสูตรก็จะมีการปรับในทุก ๆ เทอม อย่างเช่นถ้าเราเรียนเทอมที่ 1 เพื่อนเราที่มาเรียนอีกเทอมนึงก็จะได้เรียนไม่เหมือนกันแล้ว เพราะหลักสูตรมันมีการพัฒนาอยู่ตลอด คิดว่าน่าจะเป็นไปในทางที่ดีขึ้นค่ะ (ยิ้ม) ส่วนเรื่องคอร์สเรียน มันเป็นคอร์สที่เหมือนอยู่กึ่งกลางระหว่าง Business กับฝั่ง IT ในคลาสเรียนก็จะมีบางคลาสที่ได้เรียนกับเด็ก Data Science บางครั้งก็จะเรียนกับเด็ก Management หรือบางครั้งก็จะได้เจอกับเพื่อนคณะอื่นที่อยู่ใน Business School เดียวกัน ไม่ค่อยมีวิชาที่เป็นวิชาเฉพาะเจาะจงสำหรับเด็ก Business Analytics ขนาดนั้นค่ะ
มีวิชาไหนที่เรารู้สึกชอบหรือคิดว่ามันน่าจะได้ใช้ประโยชน์จริง ๆ บ้าง
Yayee: วิชาที่รู้สึกว่าวิชาที่จะได้ใช้ประโยชน์จริง ๆ ส่วนใหญ่จะเป็นวิชาที่ได้ลองใช้เครื่องมือในการ Coding ค่ะ เช่น การเรียน Python การเรียนทำ Dashboard แต่ว่าก็จะมีวิชาเลือกที่เราสามารถเลือกได้เอง คืออาจจะไม่ใช่วิชาที่เป็น Core หลักของ Business Analytics ขนาดนั้น แต่เราเลือกได้เอง ก็จะเป็นวิชาคล้าย ๆ กับวิชา Master of Business Administration (MBA) เป็นวิชาที่สนุกแล้วก็ครูสอนดีค่ะ
บรรยากาศในชั้นเรียน อาจารย์กับเพื่อนในคลาสเรียนเป็นยังไง
Yayee: อันนี้พูดได้ว่าแล้วแต่วิชาเลยค่ะ จากการสังเกตของตัวเราเอง ถ้าเป็นฝั่ง IT คุณครูส่วนใหญ่จะเป็นครูชาวเอเชีย คนจีนอะไรอย่างนี้ค่ะ ครูคนอินเดียก็จะมีเยอะหน่อย แต่ถ้าไปฝั่ง Business ก็จะมีคุณครูคน Aussie เยอะ มีคนอังกฤษบ้าง มีความหลากหลายเลยค่ะ เพื่อน ๆ ในห้องเรียนส่วนใหญ่ที่มหาวิทยาลัยนี้ก็จะเป็นเพื่อนฝั่งอินเดีย บังกลาเทศ มีคนจีนบ้าง แล้วก็มีเวียดนาม เด็กไทยใน Macquarie University ก็เยอะเหมือนกันค่ะ
การบ้านหรือ Assignment ของคอร์สเราเป็นแบบไหน
Yayee: เรื่องงานก็แล้วแต่วิชาอีกค่ะ คือบางวิชามันจะรู้อยู่แล้วว่า ถ้าเป็น Project Management มันควรจะเป็นงานที่ต้องใช้ Teamwork งานก็จะเป็นงานกลุ่ม แต่ว่างานวิชา IT หรือ Coding อะไรแบบนี้ก็จะเป็นงานเดี่ยวค่ะ คือก็แล้วแต่แต่ละวิชาเลยว่าเค้าจะจับกลุ่มมาให้มั้ย ถ้าเค้าจับกลุ่มมาให้เอง อันนี้ก็อาจจะต้องใช้การสื่อสารกันหน่อย เพราะว่าต้องคุยกับเพื่อนที่ไม่เคยรู้จักกันเลยหรือว่าเพื่อนต่างชาติที่วัฒนธรรมต่างกัน แต่ว่าถ้าเป็นวิชาที่เค้าให้เราจับกลุ่มเอง ส่วนใหญ่ก็จะจับกลุ่มกับเพื่อนที่รู้จักกันอยู่แล้วจะได้คุยกันง่ายขึ้นค่ะ
สนใจเรียนต่อ Macquarie University ปรึกษาพี่ ๆ Hands On ฟรีทุกขั้นตอน คลิก
🎓 รีวิว Macquarie University
สิ่งอำนวยความสะดวกของมหาวิทยาลัยที่เราได้ใช้เป็นยังไงบ้างคะ
Yayee: สำหรับ Macquarie University เราคิดว่าเราเลือก Campus นี้เพราะว่ามหาวิทยาลัยมันใหญ่ คือมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ที่เรา Search เจอจะอยู่ในเมือง Campus ก็จะแคบ แต่ว่ามหาวิทยาลัยนี้มีพื้นที่เยอะมาก มีสวน มีฟิตเนส มีสระว่ายน้ำ มีตึกเรียนที่สวย ๆ เยอะ และห้องสมุดก็ใหญ่ค่ะ ส่วนสิ่งที่อยากจะแนะนำ เราคิดว่าทุกมหาวิทยาลัยก็น่าจะมีเหมือนกันก็คือมีนักจิตวิทยาสำหรับนักเรียน ถ้าเกิดรู้สึกว่าช่วงไหนเครียด Intense อะไรแบบนี้ เค้าก็จะรู้อยู่แล้วว่า Lists ปัญหาส่วนใหญ่ที่นักศึกษาจะเจอคืออะไร เด็กที่มาจากต่างชาติก็จะมีปัญหาส่วนตัวที่เด็กออสเตรเลียอาจจะไม่เข้าใจ สิ่งนี้ก็สามารถไปปรึกษากับนักจิตวิทยาได้ ซึ่งก็เป็นบริการของทางมหาวิทยาลัยเหมือนกันค่ะ
แชร์ความประทับใจเกี่ยวกับ Macquarie University ให้ฟังหน่อยค่ะ
Yayee: คิดว่าเรื่องที่เรารู้สึกประทับใจก็คือเรื่องของ Mental Health นี่แหละ เรารู้สึกว่ามหาวิทยาลัยที่นี่เค้าใส่ใจกับเรื่อง Mental Health ของเด็กมาก อย่างเรื่องที่ทางมหาวิทยาลัยไม่ได้ Strict มากเกินไป มันทำให้เด็กที่รู้สึกเครียดมาก ๆ ในหลาย ๆ ด้านได้บรรเทาความเครียดพวกนั้นลงได้ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็สามารถเข้าไปปรึกษาได้ หนูเองก็เคยเข้าไปปรึกษาครั้งนึงค่ะ (ยิ้ม) จริง ๆ เค้าก็จะวิเคราะห์ก่อนว่าเรามีปัญหาแค่จุดเล็ก ๆ หรือมีปมในใจที่ต้องแก้ไข หรือว่าคนนี้ควรจะต้องรักษาในระยะยาว ซึ่งคนไหนมีอาการที่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาในระยะยาว เค้าก็จะนัดเป็นคอร์สไปค่ะ ไม่ได้ทิ้งหรือว่าโยนไปที่อื่น
🇦🇺 รีวิวเมือง Perth & Sydney
รีวิวเมืองให้ฟังหน่อยค่ะ ทำไมถึงเลือกมาที่นี่
Yayee: เรารีวิวได้ 2 เมืองหลัก ๆ ก็คือ Perth กับ Sydney ค่ะ เราเคยไปอยู่ Perth มาช่วงแรกที่ไปเรียนหลักสูตรปูพื้นฐานของ Navitas
รู้สึกว่าเป็นเมืองที่ถ้าใครชอบบรรยากาศต่างจังหวัด ชอบความเป็นเมืองท่ามากเพราะมันจะเงียบ แต่พอมีกลุ่มเพื่อนที่นั่นก็จะมีอะไรสนุก ๆ ให้ทำตลอด แล้วทะเลฝั่งนั้นสวยมากค่ะ ข้อดีของเมืองนี้คือเวลาห่างจากไทยแค่ชั่วโมงเดียว จากเมือง Perth บินกลับไทยก็แค่ 5 ชั่วโมง ใครที่รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้อยากจะอยู่ในเมืองที่วุ่นวายมาก หรือถ้าใครคิดถึงบ้านหรืออยากจะกลับบ้านบ่อย ๆ ก็แนะนำ Perth ค่ะ เป็นเมืองที่น่าสนใจเลย
ส่วน Sydney อย่างที่ทุกคนรู้ว่าเป็นเมืองที่คนเยอะมาก คนพลุกพล่าน ทะเลก็สวยเหมือนกัน คนที่นี่เค้าจะเน้นกิจกรรมพวกการออกกำลังกาย มี Activity อะไรแบบนี้ ส่วนตัวที่เรียนมหาวิทยาลัย Macquarie มา ช่วงที่หนูเรียนก็ไม่ได้เข้าเมืองบ่อยเพราะมหาวิทยาลัยมันจะต้องออกนอกเมืองมานิดนึง ดังนั้นบรรยากาศมันก็จะไม่ได้พลุกพล่านเหมือนกับในเมืองมาก บรรยากาศมันก็จะสงบกว่าค่ะ
ความเป็นอยู่กับการเดินทางเป็นยังไงคะ
Yayee: ถ้าให้เทียบระหว่าง Perth กับ Sydney เรารู้สึกว่า Sydney เดินทางสะดวกกว่า ด้วยความที่เป็นเมืองใหญ่ ขนส่งสาธารณะก็เลยมีมากกว่า มี Train, Metro, Tram แล้วก็มี Bus ไม่ว่าจะอยู่ไกลแค่ไหน เราก็รู้สึกว่าสามารถเดินทางด้วยรถสาธารณะได้ แต่ที่ Perth เรารู้สึกว่าถ้าไม่ได้อยู่กลางเมืองก็อาจจะเดินทางยากหน่อย อาจจะต้องใช้รถส่วนตัวหรืออาจจะต้องมี Scooter ไว้ใช้สำหรับการเดินทางค่ะ
ส่วนความเป็นอยู่ก็สบาย ๆ ค่ะ ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีอาหารไทยกิน ยิ่ง Sydney คืออาหารไทยเต็มไปหมด Perth ก็มีเหมือนกันค่ะ แต่ค่าใช้จ่ายก็จะต่างกันไป ที่ Perth ค่าใช้จ่ายโดยรวมก็จะประหยัดกว่า อย่างเรื่องการเดินทาง ที่ Perth ถ้าอยู่ใน Central Business District (CBD) กลางเมือง ค่าเดินทางก็จะฟรีค่ะ เป็น Free Zone แต่ถ้าเป็น Sydney ก็จะต้องจ่ายค่าเดินทางค่ะ คือจะมีช่วง Off ช่วง Peak สองราคา แต่รวม ๆ คือที่ Sydney มันจะมีค่าใช้จ่ายจุกจิกที่มันจะแพงขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ก็ต้องวางแผนดี ๆ ค่ะ

สนใจเรียนต่อ Macquarie University ปรึกษาพี่ ๆ Hands On ฟรีทุกขั้นตอน คลิก
ได้ไปเที่ยวเมืองอื่นในออสเตรเลียบ้างมั้ย
Yayee: ในออสเตรเลีย เรารู้สึกติดใจกับ Brisbane ค่ะ คือเคยไป Brisbane แค่ 1 หรือ 2 วันนี่แหละ แต่เรารู้สึกว่าที่นั่นแดดออกตลอด เป็นเมืองเล็ก ๆ น่ารัก ไซส์กำลังพอดี เหมือนอยู่กึ่งกลางระหว่าง Perth กับ Sydney เพราะว่า Perth ก็จะเงียบไปเลย ส่วน Sydney ก็จะวุ่นวายไปเลย แต่ Brisbane เหมือนเป็นเมืองที่อยู่ตรงกลาง เป็นเมืองท่องเที่ยว รู้สึกว่าอากาศดีค่ะ ในช่วงหน้าหนาวก็อาจจะไม่ได้หนาวมาก มีทะเล ใกล้ Gold Coast เราก็เลยอยากจะแนะนำ Brisbane ค่ะ แต่ไม่รู้นะคะว่าถ้าไปอยู่ที่นั่นจริง ๆ แล้วจะเป็นยังไง (ยิ้ม) ถ้าถามว่าแนะนำการเที่ยวที่ไหน เรารู้สึกว่าเที่ยว Landmark ในเมืองก็สนุกค่ะ แต่ว่าถ้ามีโอกาส อยากให้ลองออกไป Road Trip ลองขับออกไปนอกเมืองหน่อย รู้สึกว่าตรงนั้นจะมีหาดที่สวยจนเราคิดไม่ถึงว่าจะมีที่แบบนี้อยู่ มันก็ทำให้เรารู้สึกว่าการ Road Trip ในออสเตรเลียมันสนุกดีค่ะ
☀️ สนุกกับชีวิตเรียนต่อที่ออสเตรเลียมั้ยคะ
Yayee: สนุกมากค่ะ (หัวเราะ) แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราอยู่กับใครด้วย คือมันยากที่จะมาอยู่ต่างประเทศแล้วจะเจอกับเพื่อนที่คลิกกันเหมือนที่ไทย เราเองก็ใช้เวลานานอยู่เหมือนกัน มีช่วงที่… ไม่มั่นใจว่ามันเรียกว่า Homesick มั้ย แต่คือเหงาจนรู้สึกว่าอยู่ที่นี่ไม่สนุกเลย จนมาเจอกลุ่มเพื่อนที่รู้สึกว่าโอเค ถึงจะรู้สึกว่าที่นี่สนุกมากกก ดังนั้นมันอยู่ที่ว่าเราจะเอาตัวเองไปเจอคนแค่ไหน แล้วก็อยู่ที่จังหวะชีวิตด้วยว่าเพื่อนที่รู้จักคลิกกันมั้ย แต่ถ้าถามว่าสนุกมั้ย สนุก มีกิจกรรมให้ทำเยอะ ก็เลยรู้สึกชอบการใช้ชีวิตที่นี่ค่ะ (ยิ้ม)



























