การไปเรียนต่อต่างประเทศเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นและเปิดโลกมากสำหรับใครหลาย ๆ คน แต่ในตลอดการเรียนต่อนั้นคงไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขภาพ อุบัติเหตุ หรือสถานการณ์ไม่คาดฝันต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม พี่ Hands On ได้สัมภาษณ์รุ่นพี่นักเรียนไทยใน UK อย่าง “พี่ A” (นามสมมุติ) ที่ผ่านวิกฤตสุขภาพเกี่ยวกับสมองมาแล้ว และต้องบอกเลยว่า “การเตรียมตัวรับมือ” คือสิ่งสำคัญที่สุด เพราะคนที่ตั้งสติได้และวางแผนมาแล้วจะผ่านสถานการณ์นั้นไปได้ง่ายและปลอดภัยกว่า บทความนี้พี่เลยจะมาแชร์ 5 สิ่งที่ควรทำเพื่อรับมือ Emergency ช่วงเรียนต่อ เพื่อให้น้อง ๆ และผู้ปกครองอุ่นใจมากขึ้นก่อนออกเดินทางครับ
👩🏻🎓 ประสบการณ์ตรงจากรุ่นพี่นักเรียนไทยใน UK
พี่ A: “วันเกิดเหตุก็คือสลบไป พอฟื้นขึ้นมาในโรงพยาบาล ลืมตาและคุยได้อะไรปกติ แต่ทุก ๆ 5 นาที เราจะจำอะไรไม่ได้เลย ทุกอย่างจะเริ่มใหม่หมด อย่างเราคุยกันเรื่องอะไรก็ลืมแล้ว และเหมือนทุกอย่างไม่เคยเกิดขึ้น ก็คือมีปัญหาทางสมองส่วนความจำระยะสั้น หมอเช็กอาการเบื้องต้นและพาเราไป CT Scan ตอนแรกหมอวินิจฉัยว่าเป็นเส้นเลือดในสมองโป่งพอง ปรากฏว่าผ่านไป 2-3 วันและน่าจะได้ CT Scan อีกรอบและหมอก็เลยสรุปว่าเราเป็น ‘เส้นเลือดขอดในสมอง’ ไม่มีสาเหตุการเกิด เป็นแล้วรอแค่ระเบิด ทำให้ต้องนอนโรงพยาบาลเกือบ 3 อาทิตย์ แค่จะลุกขึ้นนั่งหรือแค่ทรงตัวก็ไม่ได้มันยากมาก เพราะมันดันไปเกิดที่สมองและทำให้ส่งผลกระทบไปหมดจนขยับไม่ได้เลย”
🚨 5 สิ่งที่ควรทำเพื่อรับมือ Emergency ช่วงเรียนต่อ
1. ควรทำประกันการเดินทางไว้เผื่อเหตุฉุกเฉิน
พี่ A: ประกันเดินทางที่ทำไป เค้าช่วยซัพพอร์ตในส่วนของค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เราเป็นหนักมาก ซึ่งประกันเดินทางก็ช่วยซัพพอร์ตค่าใช้จ่ายของญาติด้วย พอบินกลับมารักษาตัวที่ไทยต่อ NHS ไม่ได้ช่วยอะไรเราแล้ว คือมันจบไปตั้งแต่เราบินออกมาจากอังกฤษแล้ว พอมาถึงประเทศไทยเราก็ต้องไปหาคุณหมอ ซึ่งประกันฯของที่เราทำไว้เนี่ยยังมีงบในส่วนของค่ารักษาอีก 2 แสนค่ะ
2. ก่อนบินไปเรียนต่อควร Share contact ต่าง ๆ
พี่ A: จริง ๆ ควรแชร์ช่องทางติดต่อของเอเจนซีให้ที่บ้าน และแชร์ของที่บ้านให้เอเจนซีไว้ เหมือนเหตุการณ์วันนั้นคุณแม่ก็รู้แต่อยู่ไทยก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะไม่มีชองทางติดต่อกับใครเลย จริง ๆ ก็ควรแชร์กันไว้ถ้าอย่างน้อยคุณแม่ติดต่อเอเจนซีได้ เอเจนซีก็สามารถติดต่อไปทางมหาวิทยาลัยหรือทางนู้นให้เค้าช่วยดูได้ วันนั้นที่รู้กันเพราะได้เพื่อน ๆ คนไทยที่ยังอยู่บอกกันมาอีกที เราก็มีสร้างกลุ่มคนไทยกันที่นั่นอยู่ ใครเป็นอย่างไรก็คือรู้กันหมดค่ะ ถ้าแชร์แค่ไลน์ให้กันก็โอเค เพราะยังไงพี่ Hands On ก็มีข้อมูลครบอยู่แล้ว เกิดอะไรขึ้นที่บ้านก็ไม่สามารถทำอะไรต่อได้ จะเป็นเอเจนซีมากกว่าที่รู้ข้อมูลทั้งหมดและดำเนินการให้
3. พอเกิดเหตุปุ๊บ ต้องแจ้งใครก่อน?
พี่ A: ก่อนจะสลบติดต่อแค่เพื่อนคนไทยคนเดียวในคลาสเดียวกัน ก็จะเห็นกันทุกวัน ๆ ตอนนั้นเราบอกเค้าว่าเรียกรถพยาบาลให้หน่อย รถที่มารับเรา เพื่อนเราจะไม่รู้ว่าเราไปที่ไหน เพราะในอังกฤษเขาเคร่งเรื่องความเป็นส่วนตัว เพื่อนก็เลยไปแจ้งหัวหน้าอาจารย์ผู้สอนของเรา ซึ่งคนนี้แหละเป็นคนที่ไปตามหาต่อได้ ถึงรู้ว่าอยู่โรงพยาบาลนี้นะ หลังจากนั้นอาจารย์กับ Hands On ก็ช่วยแจ้งมหาวิทยาลัยให้ ที่รอดได้อะเพราะเพื่อนคนไทยเลย เค้าเข้าถึงตัวเราได้ง่ายกว่าเพื่อนต่างชาติ แค่โทรไปกริ๊งเดียวแล้วบอกว่าไม่ไหวแล้ว เลยต้องบอกเอาไว้ว่ามีเอาไว้จะอุ่นใจมาก ๆ
4. คำแนะนำถึงน้อง ๆ จากรุ่นพี่นักเรียนไทยใน UK
พี่ A: ต้องบอกว่าการมีเอเจนซีคือหัวใจหลักของเรื่องนี้เลย สุดท้ายแล้วเอเจนซีคือมีข้อมูลครบทุกอย่างจริง ๆ แม้กระทั่งเรื่องของประกัน และถ้าเกิดอะไรขึ้นมา เอเจนซีก็ยังเป็นตัวกลางที่ติดต่อทุกส่วนมาคุยกันอยู่ดี จนพาเรากลับบ้านมาไทยได้ อุ่นใจมากเลยกับพี่ Hands On เพราะเรื่องเรียนก็พี่ Hands On เรื่องหอก็กับพี่ Hands On และประกันอีก เพราะฉะนั้นข้อมูลทุกอย่างที่เราต้องใช้ตอนไปอยู่ที่นู่นพี่ Hands On มีอยู่แล้วในมือ ถ้ามันเกิดเรื่องขึ้น ทำอะไรต่อ ที่บ้านก็อาจจะไม่แน่ใจว่าต้องไปทางไหน แต่กับพี่ Hands On คือเค้าสามารถจัดการต่อได้อยู่แล้ว
5. เมื่อทำประกันควรมีพี่ Hands On อยู่คุยด้วย
อีกเรื่องสำคัญมากในภาวะฉุกเฉินที่พี่อยากย้ำก็คือ การแจ้งประกัน ซึ่งในสถานการณ์จริง ในกรณีที่น้อง ๆ ไม่พร้อมทั้งด้านเอกสารต่าง ๆ หรือสภาพร่างกาย การมีเอเจนซีอย่างพี่ Hands On คอยอยู่ข้าง ๆ ช่วยคุยกับบริษัทประกันฯ จัดการเอกสาร และอธิบายขั้นตอนต่าง ๆ ให้ เพราะเอเจนซีจะมีข้อมูลประกันฯ ของน้อง ๆ ครบอยู่แล้ว และรู้ว่าต้องทำอะไร เมื่อไหร่ กับใคร ทำให้ทางน้อง ๆ และครอบครัวหายห่วงจะได้โฟกัสกับการรักษาหรือแก้ไขสถานการณ์ตรงหน้าอย่างเดียวครับ และไม่ต้องห่วงทุกการตัดสินใจต่าง ๆ น้องและครอบครัวจะเป็นคนควบคุมการตัดสินใจทั้งหมด
สนใจเรียนต่อต่างประเทศติดต่อพี่ Hands On ตัวแทนมหาวิทยาลัยอย่างเป็นทางการกว่า 350+ แห่ง ปรึกษาเรียนต่อฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายทุกขั้นตอน









