บทความนี้พี่ Hands On ได้สรุปสาระสำคัญจากงานสัมมนา SoP Writing Guidance โดย Dr. Jirada Suntornsawet หรืออาจารย์โจอี้ที่มาแนะนำเทคนิคการเขียน Statement of Purpose สมัครมหาวิทยาลัยใน UK ให้ถูกใจกรรมการ ทั้งวิธีการเริ่มต้นเขียน, เทคนิคการเขียน PEC, ข้อควรระวังในการเขียนและเทคนิคอื่น ๆ อีกเพียบ ให้เป็นไอเดียในการเขียนสำหรับน้อง ๆ ว่าที่นักเรียน UK กันได้เลย
พิเศษสำหรับน้อง ๆ ที่สมัครเรียนต่อกับพี่ Hands On สามารถเขียน SoP และมาให้พี่ ๆ ตรวจได้เลย บริการฟรี ไม่มีจ่ายเพิ่มเติมทุกขั้นตอน
เปิดโปรไฟล์ผู้ให้ข้อมูล 👩🏻🏫
Dr. Jirada Suntornsawet – จิรดา สุนทรเศวต “อาจารย์โจอี้”
- สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกจาก University of York
- อาจารย์ผู้ดูแล Birmingham International Academy ที่ University of Birmingham
- อาจารย์ดูแลวิจัยและวิทยานิพนธ์ในระดับปริญญาโท ที่ Liverpool John Moores University
📋 ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการเขียน SoP
รวมประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับการเขียน SoP 📨
💬 เทคนิคในการเริ่มต้นเขียน Statement of Purpose
อาจารย์โจอี้: การที่เราจะเขียนหรือจะพูดอะไรในเชิงภาษาศาสตร์ เราต้องมีทิศทางหรือความคิดในสิ่งนั้นก่อนแล้วเราถึงจะเริ่มเขียนหรือพูด ยังไม่ต้องเขียนก็ได้ นั่งคิดเลยว่าทำไมเราอยากไปเรียนที่นี่หลักสูตรนี้ เข้าไปหาในออนไลน์เลยว่าเขาสอนหลักสูตรอะไร แล้วเราก็จะเริ่มนึกแล้วว่าเราเรียนอะไรมา แล้วจะเรียนได้มั้ย หรือทำให้ดีขึ้นมากกว่านี้ได้มั้ย พอความคิดพวกนี้เริ่มออกมาเราจะเริ่มรู้สึกว่าคิดได้แล้วว่าประสบการณ์ของเรา หลักสูตรที่เราเรียนมามันเติมเต็มหรือไปต่อได้ เมื่อไหร่ที่ความคิดนี้ออกมาแล้วถึงค่อยเริ่มเขียนค่ะ
💬 Format ของการเขียน SoP ควรเป็นอย่างไร?
อาจารย์โจอี้: SoP ที่ดีส่วนใหญ่จะมี 3 ย่อหน้าแบ่งเป็น Past, Present และ Future
Past: อาจเริ่มต้นโดยการแนะนำตัวเราและเบื้องหลังที่เราเรียนมาและอธิบายว่าทำไมถึงอยากเรียนหลักสูตรนี้
Present: ตอนนี้เราเรียนอะไร Skill ที่สั่งสมมา จุดแข็งที่เรามีเหมาะกับหลักสูตรนี้ยังไง และถ้าเรามีจุดด้อย การเรียนหลักสูตรนี้จะช่วยเติมเต็มอะไรมั้ย วิจัยที่เคยทำมาก็สามารถนำมาเขียนได้
Future: แผนในอนาคตหลังเราเรียนจบ หลักสูตรนี้จะช่วยเราในระยะสั้นหรือระยะยาวได้อย่างไร
หมายเหตุ: ในบางหลักสูตรจะมีแบบการเขียน SoP โดยเฉพาะ หรือมีการให้โจทย์กับผู้สมัครตอบคำถาม เช่นหลักสูตร MBA เป็นต้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ปรึกษาพี่ ๆ Hands On ฟรีทุกขั้นตอน
💬 SoP ให้ตอบเป็น 3 คำถาม ควรแยกตอบหรือเขียนต่อเนื่องกันเป็นอันเดียวดี?
อาจารย์โจอี้: ถ้าเขามี Format แบบนี้ ถ้าเป็นครูจะตอบทีละอันเลยค่ะ ต้องดู Instruction ของเขาค่ะว่าเขาเขียนยังไง ถ้าเขาเขียนว่าให้เขียน SoP ที่ครอบคลุม Point 3 อย่างนี้ก็เขียนรวมเป็นอันเดียวกันเลย แต่ถ้าเขาบอกให้ตอบคำถามก็เขียนแยก ต้องดูว่าเขาเกริ่นข้างต้นยังไง
💬 จุดขายที่อาจารย์แนะนำให้เขียนลง SoP
อาจารย์โจอี้: ความที่เราเป็น International Students ตรงนี้เราเอามาเป็นจุดขายได้นะคะ ว่าเราเป็นเด็กไทย เน้นไปเลยว่าความเป็นไทยของเรามันดียังไงกับโครงการของเขา เช่น การทำงานด้านนี้ในประเทศไทยมันเป็นแบบไหน ถ้าเราได้เข้าไปเรียนเราจะสามารถแชร์ตรงนี้ได้ แต่วิธีการเขียนครูอยากจะให้ระวังนิดนึง อย่าว่าประเทศของตัวเองว่าขาดสิ่งนั้นสิ่งนี้มันไม่ดีเลย ให้เขียนเป็นแนว Professional ว่าประเทศเราเป็นอย่างไรในการเรียนเรื่องนี้ แต่ถ้ามาเรียนอังกฤษ มันจะพัฒนาช่องโหว่ยังไง แล้วความเป็นคนไทยของเรามันจะนำความหลากหลายเข้ามายังไงทั้งในเชิงวัฒนธรรมด้วย ลองนึกข้อดีของความเป็นไทย ที่เราอาจจะต่างไปจาก European หรือชาติอื่น ๆ นึกให้ได้แล้วพยายามเขียนเอามาใส่
สมัครเรียนต่อต่างประเทศกับพี่ Hands On มีบริการตรวจ SoP ให้ฟรีด้วยนะ
💬 การเขียนตามเทคนิค ‘PEC’
อาจารย์โจอี้: PEC คืออะไร?? เราจะเริ่มที่ Point (P) คือการแบ่งประเด็นออกเป็น Point สั้น ๆ เช่น เราจะพูดเรื่องเรียน ประสบการณ์ หรือการไปฝึกงานเมื่อปีที่แล้ว จากนั้นให้ Example (E) ว่ารายละเอียดของสิ่งนั้นคืออะไร เป็นข้อเท็จจริงที่มาสนับสนุน Point นี้ว่าเราทำอะไรไปบ้าง เสร็จแล้วค่อย Comment (C) ผ่านการคิด วิเคราะห์ พิจารณาของเรามาแล้วว่าเห็นข้อดี ข้อไม่ดี ประโยชน์ หรือเห็นว่าควรจะปรับปรุงอย่างไร ให้เราใส่ลงไปโดยเขียน Move ในทุก ๆ จุดเป็นแบบนี้เสมอคือ Point รายละเอียด และสะท้อนวนไปเรื่อย ๆ ใน SoP ของเรา
และในส่วนของ Comment ไม่ต้องกลัวว่าอดีตเราเคยไม่เก่งแล้วจะไม่เขียน ยิ่งเราเขียนว่าเมื่อก่อนเราเคยไม่รู้แล้วประสบการณ์ทำให้เรารู้และอยากรู้มากขึ้น ยิ่งทำให้เขาอยากให้เรามาเรียนเพราะเขาเห็นแล้วว่ามีการพัฒนา เขาจะยิ่งอยากให้เรามาเพื่อพัฒนาต่อ
💬 Skills ที่ควรเขียนลงใน SoP
อาจารย์โจอี้: ไม่ว่าจะเป็นงาน Project หรือสิ่งที่เราเรียน นอกจากชื่อหลักสูตรแล้ว มันพัฒนา Academic Skills ของเรานะคะ เช่น เคยทำ Project หรือเรียนสิ่งนี้มา มันพัฒนา Problem Solving Skill, Logical Thinking หรือ Evaluation Skill ของเรา
อีกอย่างที่เราควรจะเขียนลงไปคือ Interpersonal Skills เช่น เกิดการพัฒนาการสื่อสารขึ้นมาหรือการ Co-Operate กับคนอื่น หรือ Time Management แต่เราต้องรู้ก่อนว่าสิ่งที่เราเรียนหรือทำงานมามันดียังไง หรืออยากพัฒนายังไง แล้วนำมาเชื่อมโยงว่าเราอยากพัฒนาอะไรบ้างในกลุ่ม Skill เหล่านี้
บางคนเรียนหรือทำงานมาด้านหนึ่ง แต่อยากไปเรียนต่ออีกด้านหนึ่งซึ่งต่างจากที่เราเรียนหรือทำงานมา แล้วเราจะเขียนหรือขายตัวเองอย่างไร อันนี้เราก็สามารถเขียนโดยอิงจาก Academic Skills หรือ Interpersonal Skills ที่เรามีมาเชื่อมโยงกับหลักสูตรได้ เช่น ตอนที่เรียนอยู่มีการเรียนรู้เพิ่มเติมด้าน Sustainable Practices กับ Green Technology ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับการเรียน Environment Scientist แบบนี้ค่ะ
หรือพวก Extra Online Course ตาม Platform ฟรีก็ใช้ได้นะคะ เราอาจจะเคยเรียนแล้วมันมี Skill บางอย่างที่มันเชื่อมโยงกันได้ รวมถึงรางวัลที่เราได้จากที่ทำงาน เพราะฉะนั้นอย่ากลัวที่เราเรียนหรือทำงานมาแตกต่างกัน เราเขียนได้โดยการหา Academic Skills หรือ Interpersonal Skills ที่นำมาเชื่อมโยงกันได้แล้วเขียนให้เชื่อมโยงกัน
💬 การเขียน SoP เมื่อต้องสมัครเรียนหลายมหาวิทยาลัย
อาจารย์โจอี้: อยากให้เราเขียนแต่ละอันแยกทีละอันเลยค่ะ ไม่ใช่แค่เปลี่ยนบางส่วน เพราะแต่ละมหาวิทยาลัยก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันไป บางทีประสบการณ์ในชีวิตมันมาเติมเต็มข้อนี้ของหลักสูตรได้ แต่ไปเติมเต็มของอีกที่หนึ่งไม่ได้เพราะฉะนั้นพยายาม Treat แต่ละ SoP ด้วยการนั่งเขียนใหม่เลยดีกว่าแค่เปลี่ยนส่วนใดส่วนหนึ่ง อ่านแล้วมันไม่ Fresh เหมือนเขียนใหม่ทั้งหมดค่ะ
💬 เขียนเป็นภาษาไทยก่อน แล้วค่อยแปลเป็นภาษาอังกฤษได้มั้ย?
อาจารย์โจอี้: ไม่แนะนำเลยค่ะ สำนวนการแปลมันไม่ดีเลย ต่อให้เราเป็นคนแปลเองไม่ได้ใช้ AI แปลก็ไม่ดี ให้เขียนเป็นภาษาอังกฤษไปเลย แล้วค่อยเกลาภาษาอังกฤษนับจากนั้น นี่เป็นเหตุผลที่ทำไมเราถึงต้องการ First Draft, Second Draft, Third Draft แล้วก็ Final Draft ก็คือเกลาภาษาไปเรื่อย ๆ เริ่มต้นให้เริ่มเขียนที่ภาษาอังกฤษ ไม่งั้นมันจะเพี้ยนมากเลยในการแปลแล้วก็เก็บความหมายได้ไม่หมดด้วย
สมัครเรียนต่อต่างประเทศกับพี่ Hands On มีบริการตรวจ SoP ให้ฟรีด้วยนะ
💬 ความสำคัญของการให้คนอ่านช่วยรีวิว SoP ของเราหลังเขียนเสร็จ
อาจารย์โจอี้: ไม่ว่าเขียนอะไรก็ตาม ไม่ใช่แค่ Sop แต่รวมถึง Assignment ด้วย ถ้าเป็นไปได้ให้คนอื่นอ่านด้วย เวลาเขียนเองเราเข้าใจอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นถ้าเราตกหล่นอะไรไปเราก็จะมองไม่เห็นแล้วเราจะรู้สึกว่าเราเข้าใจ แต่คนอื่นที่เขาไม่ได้รู้จักเรา เขาจะมองเห็นเลยว่าจะรู้ได้ยังไงว่าหมายถึงสิ่งนี้ อะไรแบบนี้ เพราะฉะนั้นเราจะต้องเคารพ Feedback ของคนอื่นด้วย ฉะนั้นก็จำเป็นค่ะ ยิ่งเราให้คนอ่านเยอะ เรายิ่งได้ Feedback เยอะ ก็นำมาขัดเกลาให้มันดีขึ้น ก่อนที่จะเริ่มเขียนก็จำเป็นที่จะต้องไปอ่านงานเขียนของคนอื่นมาเยอะ ๆ แล้วพอเขียนเสร็จก็จำเป็นที่จะต้องให้หลาย ๆ คนมาอ่านงานของเรา
💬 ถ้าได้รับทุนจากองค์กรในประเทศไทยควรเขียนใน SoP ด้วยมั้ย?
อาจารย์โจอี้: เขียนเลยค่ะ เขียนสั้น ๆ ว่าตอนนี้เรากำลังทำอะไรอยู่แล้วก็ได้ทุนอะไร อาจจะเขียนไปสั้น ๆ สัก 1-2 ประโยคว่าทุนนี้ Focus คืออะไร แล้วเขาเลือกคนยังไง การที่เราได้ทุนนี้ก็เป็นการคัดกรองชั้นหนึ่งแล้วว่าเรามี Quality นี้ ดีค่ะ เขียนได้
หรือถ้าเป็นทุนอื่น ๆ ก็เขียนว่าเราได้ทุนชื่อนี้แล้ว ซึ่งเป้าหมายของทุนคืออะไร หลักเกณฑ์ของทุนนี้สั้น ๆ คืออะไร เพราะฉะนั้นการที่เราได้ทุนนั่นหมายความว่าเรามีคุณสมบัตินี้แล้ว ซึ่งเกี่ยวพันกับคุณสมบัติที่ต้องการในหลักสูตรนี้ เราเลยมั่นใจว่าเราจะเรียนจบแน่นอน
💬 การเขียน SoP ควรขายตัวเองด้วยความมั่นใจแบบเต็ม 100% หรือควรมีคความถ่อมตัวนิด ๆ ดี?
อาจารย์โจอี้: ของอังกฤษหรือฝั่งตะวันตกไม่ต้องถ่อมตัวค่ะ มั่นใจไปเลยค่ะ เคยได้รางวัลอะไร เคยสอบได้ที่ 1 ของโรงเรียน เราเชื่อเป็นอย่างยิ่งเลยว่าคุณสมบัติการ Discipline ของเรา การเอาจริงเอาจังของเราจะทำให้เราก้าวต่อไปข้างหน้าได้อย่างสำเร็จแน่นอน อะไรแบบนี้ แล้วเราไม่ได้แค่อยากเรียนให้จบอย่างเดียว แต่เราอยากจะได้ Merit หรือ Distinction เราแน่ใจว่าเราทำได้ ก็เขียนไปเลยไม่ต้องถ่อมตัวค่ะ
💬 ถ้าเคยทำงานวิจัยกับอาจารย์ในต่างมหาวิทยาลัย ควรใส่ทั้งชื่อมหาวิทยาลัยและชื่ออาจารย์ไปเลยมั้ย?
อาจารย์โจอี้: พยายามเลี่ยงชื่ออาจารย์ ชื่อบุคคลอื่น เพราะว่าทางโลกตะวันตกทั้งอเมริกาและอังกฤษจะค่อนข้างซีเรียสเรื่องความเป็นส่วนตัว แค่ใส่ชื่อ Project ชื่อตำแหน่ง หรือชื่อมหาวิทยาลัย ที่สำคัญคือ Skill ที่เราได้จากการทำสิ่งนั้นที่นำมาเชื่อมโยงกับ Module คืออะไร
💬 ข้อควรระวังเรื่อง CV และ SoP
อาจารย์โจอี้: ระวังอย่าลงรายละเอียดมากเกินไป เรามีพื้นที่แค่ 500-800 คำเอง อย่าง CV ของครูมีพื้นที่แค่ 4 หน้า ถ้าเอาสิ่งที่เขียนใน CV มาเขียนใน SoP มันจะยาวมากเกินไป เพราะฉะนั้นไม่ต้องนึกถึง CV ก็ได้ค่ะ แต่ให้นึกถึงสิ่งที่เราทำ หรือเรียน หรือได้รางวัลมา แล้วรู้สึกว่ามันเกี่ยวข้องกันมากกับหลักสูตรนี้ก็คัดเลือกสิ่งนั้นมาเขียน
🍊 พี่ Hands On หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับน้อง ๆ ที่กำลังวางแผนเรียนต่อต่างประเทศและกำลังเริ่มเขียน Statement of Purpose เพื่อสมัครเรียนต่อกันทุกคนเลย และสำหรับน้อง ๆ ที่วางแผนเรียนต่อกับ Hands On พี่ ๆ มีบริการตรวจ SoP ให้ฟรีด้วยนะ
ปรึกษาเรียนต่อต่างประเทศกับ Hands On ตัวแทนมหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักรอย่างเป็นทางการประจำประเทศไทย วางแผนเรียนฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายทุกขั้นตอน









