วันศุกร์ที่ 28 ก.พ.นี้ Hands On ทุกสาขาจะปิดทำการเร็วกว่าปกติ เนื่องจากมี staff party ตามเวลาดังนี้: สีลม เวลา 17:30, ปิ่นเกล้าและพระราม 2 เวลา 16:00

Hands On Blog | บล็อคเพื่อการเรียนต่อสหราชอาณาจักร

| หมวดหมู่ Counsellor Blog

แท็ก : , ,

1 October 2019

สวัสดีค่า พี่แนตตี้ค่ะ UK Counsellor สำนักงานใหญ่สาขาสีลมค่ะ วันนี้ก็จะมาแชร์ประสบการ์การใช้ชีวิตและเรียนต่อที่ UK เป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม ที่ Oxford Brookes University โดยพี่แนตตี้เองจบปริญญาโทที่ Brookes ในสาขา International Hospitality, Event and Tourism Management ค่ะ

ขอเกริ่นก่อนเลยว่าที่เราสนใจเรียนที่ UK เพราะว่าเราเองเคยไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่นู่นประมาณเดือนนึง แล้วรู้สึกประทับใจกับเมือง ผู้คน วัฒนธรรม พอมีโอกาสเรียนต่อก็ไม่ลังเลที่จะเลือกไป UK อีกครั้ง และรู้จักมหาวิทยาลัยนี้ เพราะว่าเราเลือกดู Ranking จาก สาขาที่เราสนใจเรียนต่อก็คือ การท่องเที่ยวและโรงแรม ตอนนั้นก็มีเลือกอยู่ 2-3 มหาวิทยาลัย แต่สุดท้ายก็จบที่นี่ เพราะในขณะนั้น Oxford Brookes University ก็อยู่ใน World Top 10 (ถ้าดูใน Ranking ให้ดู Oxford School of Hospitality นะคะ)

และด้วยเมืองที่มีขนาดไม่ใหญ่ ดูไม่วุ่นวาย และดูเป็นเมืองแห่งการศึกษา (เพราะมี 2 มหาวิทยาลัยหลักๆ อยู่ในเมืองเล็กๆ ก็คิดว่านักศึกษาน่าจะเยอะ คือตอนนี้ก็คิดไปเองอะนะ ไม่ได้หาข้อมูลจริงจัง > <) หลังจากได้มาเริ่มเรียนที่มหาวิทยาลัยก็คือ ชอบเลย เราได้เรียนที่ Main Campus ซึ่งเพิ่งเริ่มเปิดตึกเรียน และห้องสมุดใหม่เป็นปีแรก (2015) ทำให้ Facilities ทุกอย่างดูดี ใหม่ ทันสมัย แต่นอกเหนือจากนั้นการเรียนที่ Brookes ก็เข้มข้นไม่แพ้ที่อื่น อาจารย์เอาใจใส่ดูแลดีมาก International support ก็ดีมากเช่นกัน  ตอนอยู่มหาวิทยาลัย Student Centre คือ เป็นทุกอย่างของเราเลย จ่ายค่าเทอม ขอเอกสาร ปรึกษาเรื่องวีซ่า ถามข้อมูลทั่วไป คือทำได้ทุกอย่างอะ เพราะงั้นถ้าใครกลัวว่าไปอยู่ที่ UK แล้วไม่รู้ว่าจะติดต่อเรื่องเอกสาร หรือเรื่องต่างๆ จากที่ไหน เราแนะนำว่าไป Student Centre เป็นที่แรกเลย เราขอพูดเรื่องมหาวิทยาลัยและเรื่องเรียนไว้แค่นี้แล้วกัน ถ้าใครสนใจเรียนสาขานี้ อยากเปรียบเทียบมหาวิทยาลัยหรืออยากทราบเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Oxford Brookes University ก็สามารถติดต่อพี่แนตตี้ ได้ที่สาขาสีลมนะคะ 🙂

ต่อไปขอเล่าถึงเมือง Oxford บ้าง เมืองนี้คือเป็นเมืองแบบที่เราฝันไว้เลยว่าขอไปอยู่ซักครั้งในชีวิต

ด้วยความที่เราเป็นเด็ก ตจว. แบบเด็กใต้ Slow life 555 ก็จะไม่ชอบความวุ่นวายของเมืองใหญ่ ดังนั้นเมืองเล็กจึงตอบโจทย์เรามากกว่า และอยากอยู่เมืองที่เดินเป็นพื้นหิน มีปราสาท ตึกเก่าๆ เมืองสีน้ำตาลอ่อนอิฐๆ แล้วพอไปถึง Oxford คือร้อง Yes!! เลย ที่สำคัญใครจะตามรอย Harry Potter ก็คือต้องมาเลย ที่ Christ Church College, University of Oxford ซึ่งเป็นต้นแบบของ Staircase และห้องอาหารของ Hogwarts แต่ถึงจะเป็นเมืองไม่ใหญ่ก็มี Shopping Centre ที่ทำเราล้มละลายได้เหมือนกันนะ T T แต่ถ้ายังไม่สะใจก็นั่งรถไป London เลย รถไฟเที่ยวเร็วสุดแค่ 40 นาที แต่สำหรับ Low budget อย่างเรา Coach เท่านั้นค่ะ ประมาณ 2 ชม. ถึง Oxford Street เลยในราคาไป-กลับแค่ 10 ปอนด์

หลังจากผลาญเงินไปกับการ Shopping ก็จะต้องหาเงินเข้ากระเป๋าเพิ่ม เราก็เริ่มหางานทำซึ่งก็เป็นงานที่ป็อปที่สุดสำหรับนักศึกษา ก็คือเด็กเสิร์ฟร้านอาหารไทยจ้า ร้านอาหารไทยใน Oxford มีเยอะมาก เยอะอย่างไม่น่าเชื่อ เท่าที่นับได้น่าจะ 7-8 ร้านเป็นอย่างต่ำ เราก็ทำงานที่ร้านอาหารมาตลอด ตั้งแต่เริ่มจนเรียนจบกลับไทยเลย เป็นแหล่งรายได้ที่โอเคเลย และที่สำคัญคือการได้กินอาหารไทยฟรี ประหยัดค่าใช้จ่ายไปอีก แต่ยังไงก็ตามเราก็ต้องพยายาม Balance เรื่องการทำงานและเรื่องเรียนให้ได้ด้วย เพราะตอนเรียนคือการบ้าน งานเขียนค่อนข้างเยอะ ช่วงที่เรียนหนักก็คือ ไม่ได้ไปเที่ยวเลย ได้แค่เรียนกับทำงาน ถ้าถามถึงเรื่องความปลอดภัยของเมือง ตามประสบการณ์เรา เราคือว่าปลอดภัยมากนะ เนื่องจากคนในเมืองส่วนมากจะเป็นนักศึกษากับผู้สูงอายุค่ะ

ขอออกจาก Oxford ไปเที่ยวรอบๆ UK บ้าง ถึงเราจะเรียนและทำงานเยอะมาก แต่เราก็ยังคงหาเวลามาเที่ยวเพราะครั้งนึงในชีวิตที่จะได้ไปอยู่ก็ขอเอาให้เต็มที่ ทริปของเราส่วนมาจะไปกับครอบครัว ขับรถเที่ยวกัน ส่วนมากก็จะเน้นไปทางขึ้นเหนือ เดินทางขึ้นไปถึง Edinburgh และเหนือไปอีกจนถึง Inverness และ Isle of Skye เป็นเมืองที่ต้องไปซักครั้ง วิวทางเหนือสวยมาก นอกจากนี้เราต้องใช้ประโยชน์จาก UK visa ให้คุ้ม ดังนั้นเราจึงเดินทางต่อไปถึง Northern Ireland (ไม่ต้องขอวีซ่านะ เพราะว่า Scotland, Northern Ireland และ Wales อยู่ในเครือสหราชอาณาจักร หรือ United Kingdom ด้วยกันกับ England จ้า) ตามรอย Game of Thrones ไปอีก นอกจาก Scotland และ Northern Ireland เราก็ทีโอกาสได้ไปเที่ยวที่ Cardiff ซึ่งเป็นเมืองหลวงของ Wales ด้วย ทางด้านนั้นก็จะเปิดประสบการณ์แปลกใหม่ไปอีกแบบ ทั้งเมืองก็จะมีทั้งภาษาอังกฤษ และภาษาเวลส์สลับกันไป แปลกตาดีเหมือนกัน

สุดท้ายถ้าใครเบื่อ UK แล้วก็ออกไปเที่ยวยุโรปได้เหมือนกัน แต่ต้องขอวีซ่า Schengen เพิ่มเติมซึ่งไม่ยากนะ หาข้อมูลเพิ่มเติมตามเว็ปไซต์ต่างๆ ได้เลย ส่วนค่าตั๋วจาก UK ไปยุโรปก็ถูกแสนถูก ไป-กลับ หลักพันต้นๆ เอง ถ้ามีเวลาก็ลองหาข้อมูลดูนะคะ

สุดท้ายนี้ถ้าน้องๆ คนไหนสนใจเรียนต่อที่ UK หรืออยากปรึกษาพูดคุยเรื่องเรียนต่อแบบเป็นกันเอง การใช้ชีวิต ทำงาน และเที่ยวต่างประเทศ ก็สามารถติอต่อ Hands On มาได้เลยนะคะ แต่ถ้าอยากคุยกับพี่แนตตี้ก็โทรมาสาขาสีลมสำนักงานใหญ่ ใจดีและจริงใจได้เลยค่ะ 😊

Go to top