Hands On Blog | บล็อคเพื่อการเรียนต่อสหราชอาณาจักร

Pornpiya Pholvisutsak

| หมวดหมู่ Student Blog

แท็ก : , , ,

28 November 2017

ท้าทายตัวเองด้วยการทำ dissertation กับบริษัทที่อังกฤษ

ไม่รู้ว่าอ่านหัวข้อบทความนี้กันแล้วรีบคลิกเข้ามาอ่านกันเลยหรือเปล่า ถ้าหัวข้อนี้ไปสะดุดตาใครเข้าตั้งแต่แรกแสดงว่าสนใจอยากจะทำ dissertation กับบริษัทที่อังกฤษอยู่แน่ ๆ ก่อนอื่นขอแนะนำตัวเองคร่าว ๆ ก่อนว่าชื่อเสียงเรียงนามเป็นอย่างไรและเรียนอยู่ที่ไหนกันดีกว่า สวัสดีทุกคน เบลล์จาก Lancaster University นะคะ สาขาที่เบลล์เลือกมาเรียนคือ Advanced Marketing Management นั่นเอง

Lancaster University Management School

เกริ่นคร่าว ๆ ก่อนว่าการทำ dissertation นั้น โดยทั่วไปมักจะมีอยู่สองแบบด้วยกัน หากอ้างอิงตามมหาลัยที่เบลล์เรียนอยู่นั้น แบบแรกจะเรียกว่า Library Based และแบบที่สองคือ Company Based เรามาทำความรู้จักกันเล็กน้อยว่าแต่ละแบบนั้นเป็นอย่างไร เริ่มด้วย Library Based ที่เป็นการทำ dissertation แบบค้นคว้าหาข้อมูลด้วยตัวเองถึงเรื่องที่เราสนใจ หากเรามีคำถามที่เราสงสัยว่าอยากจะค้นหาหรืออยากทำ research เอามาก ๆ แล้วล่ะก็ แบบแรกนี้ถือว่าตอบโจทย์ได้ดีเลยทีเดียว ส่วนแบบหลังคือการทำ research จากหัวข้อที่ได้รับมอบหมายจากบริษัทที่เราอยากจะร่วมงาน ซึ่งฟังดูอาจจะยาก แต่จริง ๆ แล้วถือเป็นการท้าทายในความสามารถที่ตัวเองและช่วยเพิ่มเครดิตใน resume เราให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

Lancaster University Management School

หากสนใจเลือกทำแบบ Company Based เราจะต้องเขียนเรียงความประมาณหนึ่งหน้าไปยังบริษัทที่อยากทำว่าทำไมเราถึงสนใจแล้วทำไมเราถึงควรได้รับการคัดเลือก และหากได้รับการคัดเลือกหรือได้ไปต่อ อย่างน้อยทางบริษัทและคณะต้องเล็งเห็นถึงความสามารถที่เรามีอย่างแน่นอน แต่เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งดีใจไปนะจ๊ะนี่เป็นแค่ด่านแรกเท่านั้น ส่วนด่านที่สองคือช่วงเวลาที่เราต้องทำงานกับบริษัทที่เราเลือก แน่นอนว่าการเจอกันครั้งแรกนั้นต้องตื่นเต้นมากแน่ ๆ ช่วงเวลานี้จะต้องตั้งใจฟังให้ดี แล้วถามทางบริษัทให้ชัด ๆ ว่าสิ่งที่ต้องการคืออะไร สั้น ๆ ง่ายคือ scope of work ที่ทางบริษัทอยากได้นั้นเป็นอย่างไร หลังจากได้รับ Brief มาแล้ว เราต้องไปทำการเก็บข้อมูลด้วยตัวเองทั้งหมดเพื่อนำผลที่ได้มานำเสนอกับทางบริษัทเพื่อเป็น Final Presentation ส่วนนี้แหล่ะเป็นส่วนสุดท้ายที่จะแสดงถึงความเป็นมืออาชีพของเราว่าหลังจากที่ได้ไปทำงานมานั้น เราสามารถวิเคราะห์และกลั่นกรองข้อมูลให้เป็นประโยชน์ให้กับบริษัทมากน้อยเพียงใด หากโชคดี วันพรีเซนต์นั้นอาจจะมี CEO ของบริษัทมานั่งดูเราด้วยก็ได้ ในวันนี้เรียกได้ว่าต้องเตรียมตัวให้มากที่สุด เพราะโปรเจคนี้เปรียบเสมือนเป็นหน้าเป็นตาให้เราตลอดช่วงเวลาสามเดือนที่ผ่านมาเลยทีเดียว

Lancaster University Management School

เพื่อนๆ หลายคนอาจจะยังลังเล เบลล์เลยขอสรุปข้อดีข้อเสียอ้างอิงจากสิ่งที่พบเจอมาไว้ประกอบการตัดสินใจแล้วกันเนอะ

1. Library Based

ข้อดี: สามารถเริ่มทำงานและวาง Timeline ให้กับงานของตัวเองได้โดยไม่ต้องรอใคร เมื่อเก็บข้อมูลเสร็จแล้วนำมาวิเคราะห์และเริ่มเขียน report ได้ มีโอกาสที่งานจะเสร็จเร็วกว่าแบบ Company Based

ข้อเสีย: เป็นงานที่ต้องใช้เวลาอยู่กับตัวเองค่อนข้างเยอะ ข้อมูลเกือบทั้งหมดต้องเริ่มหาด้วยตัวเอง ถ้าวันไหนขี้เกียจแล้วล่ะก็ งานไม่เสร็จหรืออาจจะทำได้ช้ากว่าคนอื่นแน่ ๆ จ้า

 

2. Company Based

ข้อดี: หัวข้อต่าง ๆ ไม่ต้องคิดให้วุ่นวาย เพราะเราจะได้รับมอบหมายงานที่ทางบริษัทกำหนดให้มีโอกาสได้ทำ research เกี่ยวกับตลาดในประเทศอังกฤษค่อนข้างสูง มีโอกาสได้พูดคุยกับคนอังกฤษแท้ ๆ ค่อนข้างมาก และได้รู้จักคนในประเทศนี้เพิ่มขึ้นด้วย อีกทั้งยังได้ฝึกการทำงานแบบ Professional working สามารถนำไปใส่ใน resume ได้

ข้อเสีย: ไม่สามารถเลือกหัวข้อที่ต้องการทำได้และเวลาต้องมีความยืดหยุ่นมากพอสมควรและต้องคอยอัพเดตงานให้กับทางบริษัทอยู่ตลอด ที่สำคัญมี deadline ในการส่งงาน ต้องสามารถทำงานภายใต้เวลาที่กดดันได้

จริง ๆ แล้วการเลือกทำแบบ Company Based ก็แอบไปเที่ยวได้บ้าง แต่จะไม่สามารถไปทริปยาว ๆ ที่มากกว่า 1 สัปดาห์ได้ (ก่อนจะเป็นการตัดกำลังใจ ขอยกตัวอย่างเคสของเบลล์ที่ได้มีโอกาสไปเที่ยวสองครั้ง

 

ขอเพิ่มเติมให้อีกสักหน่อย ส่วนสำคัญอีกหนึ่งอย่างที่ขาดไปไม่ได้ไม่ว่าจะเลือกทำ dissertation แบบไหนก็ตามคืออาจารย์ที่ปรึกษาหรือ supervisor ขอแนะนำให้รีบเล็งไว้ก่อนเลยว่าคนไหนน่าจะเหมาะกับโปรเจคเราแล้วรีบนำหัวข้อเข้าไปคุยหรือแอบถามรุ่นก่อน ๆ ที่เคยเรียนไว้ก็ได้ จุดนี้เบลล์บอกได้เพียงว่า “supervisor ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง”

Lancaster University Management School

สุดท้ายนี้ ถึงแม้ว่ามหาลัยที่เพื่อน ๆ เรียนอยู่อาจจะไม่ใช่มหาลัยเดียวกัน แต่ทุกคนก็ต้องทำ dissertation เป็นงานชิ้นสุดท้ายก่อนจบ ดังนั้นบทความนี้น่าจะเป็นแรงผลักดันให้ทุกคนลองลุกขึ้นมาท้าทายและทำในสิ่งที่ตัวเองอาจจะยังไม่กล้า และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ใหม่ ๆ กันดีกว่า เพราะจริง ๆ แล้วมันก็ไม่ได้ยากกว่าที่คิด และบอกตรงนี้เลยว่าไม่ได้ยากจนเป็นไปไม่ได้ ให้กำลังใจกันขนาดนี้ ไม่เลือกทำกับบริษัทที่อังกฤษไม่ได้แล้วนาจา เป็นกำลังใจทุกคนโลดดดดดดด

Go to top