รีวิว MSc International Development: Public Policy and Management ที่ University of Manchester โดย Paint

  • Share this:

Paint: สวัสดีค่ะ ชื่อเพ้นท์นะคะ ตอนนี้เรียนปริญญาโท MSc International Development: Public Policy and Management ที่ University of Manchester ค่ะ

ก่อนหน้านี้ทำอะไรมา และทำไมถึงเลือกเรียนคอร์สนี้คะ?

Paint: ก่อนหน้านี้เพ้นท์จบปริญญาตรี คณะศิลปศาสตร์ เอกประวัติศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ค่ะ แล้วได้มีโอกาสทำกิจกรรมเกี่ยวกับเรื่องการเมืองมาตั้งแต่สมัยอยู่มหาวิทยาลัยแล้ว พอเรียนจบก็มีโอกาสได้ทำโครงการเกี่ยวกับชุมชน ต่อมาก็ได้ทำงานเป็นทีมสื่อสารของพรรคการเมืองหนึ่งค่ะ พอทำงานไป 1 ปี รู้สึกว่าตัวเองอยากจะพัฒนา Career Path ไปให้ไกลกว่านี้ และเป็นคนที่สนใจเรื่อง Policy Development อยู่แล้ว ก็อยากเรียนรู้ Policy ของประเทศอื่น ๆและเราก็สนใจใน Management ด้วย เพื่อที่อาจจะกลับไปทำงานเอกชนได้อีก เลยมาลงตัวที่คอร์สนี้ค่ะ

 

ทำไมถึงเลือกเรียนคอร์สนี้ที่ University of Manchester คะ?

Paint: เลือก University of Manchester เพราะว่ามหาวิทยาลัยนี้ถือเป็น Top University ของอังกฤษ และทั้งRanking ของมหาวิทยาลัยเองและตัว School อยู่ค่อนข้างสูงเลยค่ะ

University of Manchester – Top 40 มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลก
จาก QS World University Rankings 2027

ตอนแรกก็ไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับ Manchester เท่าไหร่ค่ะ แต่มีรุ่นพี่ที่ทำงานจบจากที่นี่เหมือนกัน เขาแนะนำว่าถ้าอยากเรียนต่อ Policy มหาวิทยาลัยนี้ก็น่าสนใจนะ เพราะอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยก็จบจาก UOM ด้วยค่ะ

ตอนนั้นเพ้นท์มาเรียน Pre-degree 6 weeks ก็เห็นว่า Manchester เป็นเมืองที่น่าสนใจมาก มันเป็นเมืองที่สร้างมาในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม บวกกับนโยบายและอาจารย์ของที่นี่ค่อนข้างถนัดเรื่อง Developing Country เลยรู้สึกว่าถ้าเรียนแล้วมันสามารถเอาไป Apply ได้ค่ะ

เริ่มหาข้อมูลเรียนต่อยังไงบ้างคะ?

Paint: จริง ๆ ของเพ้นท์เป็นเคสที่ฉุกละหุกมาก ช่วงนั้นเพ้นท์มีแค่คณะที่อยากเข้าแต่ยังไม่ชัวร์ด้วยว่าเป็นคณะนี้แน่ ๆ เลยไปลงทะเบียนกับทาง Hands On ไว้ สรุปว่าพี่ Hands On ก็โทรมาเลยหลังจากนั้นไม่นาน และถามว่าสนใจคณะอะไรบ้าง เพ้นท์ก็ส่งไปประมาณ 3 คณะที่สนใจ แล้วก็ได้ลิสต์มาจาก Hands On ค่ะ

 

รีวิวบริการของพี่ Hands On

Paint: Hands On ให้ข้อมูลมาครบมากเลยค่ะ พี่ Counsellor ของเพ้นท์คือตอบไวมาก ตอบทุกคำถาม มีลิสต์มีอะไรให้หมด ซึ่งเพ้นท์รู้สึกว่าคุยแล้วค่อนข้างสบายใจด้วยค่ะ มีการแนะนำที่เรียน IELTS, การเขียน SoP, การขอ Recommendation Letter แม้กระทั่งแนะนำการเลือกไฟลต์บินที่จะมาอังกฤษด้วยค่ะ

ก่อนบินได้เข้าร่วม Hands On Pre-departure Briefing & Networking with Alumni* มั้ยคะ?

Paint: ไปค่ะ ได้รู้จักเพื่อนหลายคนที่มาเรียนต่อที่นี่ และได้เจอพี่ที่ตัดสินใจอยู่หอเดียวกันด้วยค่ะ เราก็คุยและเช็กกันว่าหอโอเคมั้ย ทุกวันนี้ก็ยังคุยกัน ยังช่วยเหลือกันอยู่ เพ้นท์รู้สึกว่าตัดสินใจถูกมากที่ได้ไปงานนี้ เพราะเราค่อนข้างห่วงมากว่าถ้าเรามาอยู่ที่นี่ 1 ปี แบบไม่มีเพื่อนคงจะเฉาตายค่ะ (หัวเราะ)

*กิจกรรมปฐมนิเทศก่อนบินไปเรียนต่อที่ UK จัดขึ้นสำหรับน้อง ๆ ที่ใช้บริการและตอบรับ offer ผ่านบริการของพี่ Hands On โดยเฉพาะ

สนใจเรียนต่อ University of Manchester ปรึกษาพี่ ๆ Hands On ฟรีทุกขั้นตอน คลิก

 

รีวิว MSc International Development: Public Policy and Management ที่ University of Manchester

Paint: เทอมแรกของคอร์สนี้จะเป็น Foundation เกี่ยวกับวิธีการวิจัยเชิงปริมาณ แต่เราเรียนสายศิลป์มาตั้งแต่มัธยมปลาย ไม่เคยเรียนแคลคูลัสมาก่อน พอต้องมาเรียนแคลคูลัสในวัย 25 ปี ก็คือค่อนข้างท้าทายมาก เพราะว่าจะต้องปรับตัวกับที่ใหม่ ๆ และเนื่องจากเราทำงานมาแล้ว 2 ปี ก็ต้องปรับตัวเพื่อเป็นนักศึกษาอีกครั้งหนึ่งด้วย เลยต้องทำการบ้าน ต้องอ่านหนังสือเยอะมากค่ะ

เทอมแรกก็จะมีวิชาบังคับเป็น Research Skills for Economic Development 1 (Quantitative Methods) และวิชา Economic Analysis of the Public Sector ค่ะ ถ้าเกิดว่าใครที่เคยเรียนสายรัฐศาสตร์มา จะเห็นได้ว่ามันก็คือพื้นฐานของสายรัฐศาสตร์เลยค่ะ

 

มีวิชาอื่น ๆ ที่น่าสนใจและอยากรีวิวมั้ยคะ?

Paint: Econometric Analysis of the Public Sector ค่ะ วิชานี้ต้องใช้การอ่านกราฟเยอะมาก ซึ่งเพ้นท์ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ การเรียนวิชานี้มันเลยเป็นการข้าม Comfort Zone ของเพ้นท์ด้วยนิดหนึ่ง แต่เราก็คิดว่ามันจำเป็นนะ ถ้าเกิดว่าในอนาคตเราจะไปต่อในสาย Policy จริง ๆ มันควรที่จะต้องศึกษาว่าไปพัฒนาตรงนี้แล้วมันจะมีจุดคุ้มมั้ย? พัฒนาตรงนี้ไปแล้วคนที่มีส่วนได้กับส่วนเสียเท่าไหร่? เราต้องจัดการทุกอย่างให้ดีเพราะว่ามันคือการจัดสรรงบประมาณ จากเงินของประชาชนไปใช้ ก็รู้สึกว่าเรามาเรียนพื้นฐานนี้ก็เป็นเรื่องที่จำเป็นมากค่ะ

โดยรวมการสอนของที่นี่เป็นยังไง ต่างจากที่ไทยมั้ย?

Paint: เขาปูพื้นฐานมาค่อนข้างแน่นสำหรับคนไม่มีพื้นเรื่องของการเรียนเรื่องของ Policy เพราะว่าตัวนี้จะเป็นคล้าย ๆ รัฐประศาสนศาสตร์แบบที่ไทยค่ะ คือออกแนวรัฐศาสตร์บริหาร ไม่ได้เป็นการปกครองขนาดนั้น ก็เลยรู้สึกว่าปรับตัวตรงวิชาที่มีตัวเลขนิดหนึ่งแต่ก็ผ่านมาได้

ที่ University of Manchester จะถนัดเรื่องของ Financial Policy และด้านของ Sustainable Policy ค่อนข้างมาก อะไรที่เกี่ยวกับความยั่งยืนแบบเนิร์ด ๆ ออกแนววิทยาศาสตร์หน่อย ๆ ที่นี่จะค่อนข้างจะถนัด มันทำให้เพ้นท์เรียนเทอม 2 ง่ายขึ้นมาก แม้จะเป็นวิชาที่แอบยากเหมือนกัน

 

และวิชาเลือกเราเลือกเรียนอะไรไปบ้างคะ?

Paint: เขามีคอร์สให้เลือกเยอะมากเลยค่ะ เพ้นท์เลือกเรียนเป็น Financing Social Protection, The Politics and Governance of Development, Anti-Poverty Transfers, Gender & Development และ Economics of Environment for Development จริง ๆ ถ้าเลือกได้อีก เพ้นท์อยากจะเลือกลงเยอะกว่านี้ด้วยซ้ำ เพราะเนื้อหามันน่าเรียนแทบทุกวิชาจริง ๆ ค่ะ

ในเทอม 2 มันจะเลือกเรียนวิชาอื่น ๆ นอกเหนือจากวิชาบังคับของคณะเราได้แล้ว สามารถขอไปเรียนตัวอื่นใน SEED (School of Environment Education and Development) ได้ด้วย เพราะว่า SEED จะมีหลาย Department มากเลยที่เป็นเกี่ยวข้องกับนโยบายสาธารณะ

อย่างที่เพ้นท์เห็นเพื่อนในคลาสเรียน ถ้าจำไม่ผิดบางคนเป็นที่ปรึกษาด้านนโยบายของรัฐบาลเปรู เขาเหมือนเป็นที่ปรึกษา Policy เกี่ยวกับ Econ มาค่ะ และวิชาในคณะที่เพ้นท์เรียนไม่ได้ครอบคลุม Econ เขาก็ไปลงอีกตัวหนึ่งที่เป็นของ Financial Development ของคนละสาขาได้เลย ก็รู้สึกว่าวิชาเลือกของที่นี่ค่อนข้างเปิดกว้างค่ะ

สนใจเรียนต่อ University of Manchester ปรึกษาพี่ ๆ Hands On ฟรีทุกขั้นตอน คลิก

ทำไมเราถึงเลือกเรียนวิชานั้น ๆ คะ?

Paint: เพ้นท์เคยช่วยทำสื่อสารเกี่ยวกับนโยบายกองทุนบทบาทสตรีมาก่อน และเคยเคลื่อนไหวให้การสนับสนุนการสมรสเท่าเทียมด้วยค่ะ เลยรู้สึกว่าอยากเรียน Gender & Development เพราะว่ากรอบ Gender ของแต่ประเทศไม่เท่ากัน พอมาอยู่ Manchester เมืองที่ค่อนข้างเปิดกว้างเรื่องเพศด้วย ก็เลยอยากจะรู้ว่าการมองกรอบเรื่องเพศของที่นี่เป็นยังไง? นโยบายของเขาเป็นยังไง? เลยอยากรู้ว่ากรอบความคิดของเขาและประเทศอื่น ๆ เหมือนกันมั้ย? เขาไปถึงขั้นตอนไหนกันแล้ว? ก็เลยลงเรียนวิชานี้ค่ะ

และที่เลือก Economics of Environment for Development เพราะว่าที่ผ่านมาประเทศไทยมีปัญหาเรื่องของมลภาวะทั้ง PM 2.5 ปัญหาเรื่องน้ำท่วมที่ค่อยข้างบ่อย เลยรู้สึกว่าอยากจะลงเรียนวิชานี้ดู อาจารย์ที่เป็นคนสอนวิชานี้ก็เคยทำวิจัยและนโยบายเกี่ยวกับการจัดการน้ำ เกี่ยวกับการจัดการทรัพยากรในลาติน-อเมริกามาก่อน แล้วก็ยังเคยเป็น Consult ให้กับมหาวิทยาลัยในอเมริกาด้วยค่ะ เลยรู้สึกว่าเขาน่าจะมีมุมมองหรือมีอะไรที่แนะนำเราได้ดี ซึ่งก็คิดถูกจริง ๆ เพราะอาจารย์ค่อนข้างที่จะเปิดโลกเรามาก รู้สึกว่าเรียนแล้วสนุกขึ้นมากกว่าเทอมแรกมากค่ะ

 

มีวิชาไหนที่ประทับใจอยากเล่าให้ฟังอีกมั้ยคะ?

Paint: จริง ๆ มีที่ประทับใจแบบไม่คาดคิดมาก่อนค่ะ คือวิชา Financing Social Protection ถ้าแปลเป็นไทยง่าย ๆ ก็คือวิชาจัดการการเงินประกันสังคมค่ะ  ด้วยความที่คนสอนเป็นคนเดียวกับที่สอนแคลคูลัสในเทอม 1 แล้วคะแนนไม่ค่อยดี แต่ว่าพอไปเรียนแล้ว เขาก็ไม่ได้สอนยากขนาดนั้น พอคลาสมันเล็กลงแล้วด้วยเขาเลย Control ได้ ได้มี Interact กับอาจารย์มากขึ้น พออาจารย์รู้ว่าเราเป็นคนไทยเขาก็จะถามเยอะมากว่านโยบายที่ไทยเป็นยังไงบ้าง เราก็จะต้องทำการบ้านก่อนเรียนไปด้วย ว่าของประเทศเราเป็นยังไงเผื่อเขาถาม ทำให้เราต้องหาความรู้ไปในตัวด้วย

วิชานี้เป็นวิชาที่ปล่อยข้อสอบ Final ตั้งแต่เปิดเทอม ให้เราเลือกว่าเราอยากจะทำอะไร โดยเขาให้ไปยกตัวอย่างสิทธิประกันสังคมของแต่ละประเทศก็จะได้รู้เรื่องประกันสังคมของเพื่อน ๆ ในแต่ละประเทศด้วยว่าแต่ละที่ต่างกันยังไงค่ะ

 

คอร์สนี้คนเรียนเยอะมั้ยคะ?

Paint: ที่เพ้นท์เรียนจะมีคนอยู่ประมาณ 70-80 คน ซึ่ง Majority คือเป็นคนจีนน่าจะประมาณเกือบ 50 คนได้ แต่ว่าที่เหลือจะกระจายมาจากทั่วทุกมุมโลกแบบหลากหลายมากค่ะ มาจากอินเดีย ปากีสถาน โอมาน ซาอุดิอาระเบีย คือเยอะมากน่าจะไล่ไม่หมด ขนาดคลาสเล็ก ๆ ที่มีแบบว่า 20 กว่าคนยังมีเป็น 13-14 ประเทศเลย เวลาพูดอะไรขึ้นมาก็แทบจะมีตัวแทนจากทุกประเทศเลยค่ะ

การเรียนสายนี้ ทำให้คลาสเรามี Discussion เยอะมั้ยคะ?

Paint: Discussion ค่อนข้างเยอะค่ะ แต่คิดว่าไม่ได้ซีเรียสขนาดที่ต้องปวดหัวทุกสัปดาห์อะไรแบบนี้ค่ะ ส่วนใหญ่ก็จะมีคลาส Seminar กับคลาส Tutorial แยก ซึ่งอาจารย์ก็จะให้ Discuss กันเป็นกลุ่มเล็ก ๆ สัปดาห์เว้นสัปดาห์

 

Assessment ของคอร์สนี้เป็นยังไงบ้างคะ?

Paint: ของคณะนี้ส่วนใหญ่จะมี Assessment ชิ้นเดียวที่นับเป็น 100 คะแนนต่อเทอมเลยค่ะ เป็นงานเขียนประมาณ 1,500-3,000 คำ แล้วแต่วิชาเลย และเพ้นท์เป็นคนเขียนสั้น เพราะว่าเคยทำงานสายเขียนข่าวมาก่อน เพราะฉะนั้น 1,500 คำคือสบายมาก แต่ 3,000 คำอันนี้จะยากไปหน่อย เพราะพอมันไม่ใช่ภาษาไทยแล้ว การยืด Sentence มันแอบยากมาก แบบจะยืดยังไงดี พอยืดไปแล้วก็มีแต่น้ำไม่มีเนื้อ

แต่รู้สึกว่าพอไปเทียบกับคณะอื่น เพื่อนคณะอื่นแอบเรียนเครียดกว่าเรามาก เราเรียนยากก็จริง แต่เราจะไปหัวหมุนช่วงปั่น Assessment ให้เสร็จอย่างเดียว ซึ่งไม่เหมือนคณะอื่น ๆ ที่ต้องประชุมต้องทำ Project กลุ่มบ่อย ๆ ค่ะ

สนใจเรียนต่อ University of Manchester ปรึกษาพี่ ๆ Hands On ฟรีทุกขั้นตอน คลิก

 

คอร์สนี้มี Guest Speaker หรือ Field Trip นอกห้องเรียนบ้างมั้ยคะ?

Paint: สำหรับ Guest Speaker มีแทบทุกสัปดาห์เลยค่ะ ของคณะก็จะ Provide ให้เลยว่าเดือนนี้มีตาราง Conference ของนโยบายส่วนนี้นะ ใครสนใจไปฟังได้ แล้วก็อาจารย์ซึ่งเป็น Head of Program Director ก็พยายามพาศิษย์เก่ามา Feedback ว่าจบไปแล้วตอนนี้เขาอยู่ UN นะ จบไปแล้วตอนนี้เขาเป็น Consult ให้กับรัฐบาลประเทศนี้ ๆ นะ เขาก็มีส่งอีเมลมาให้ เราก็สามารถเข้าไปนั่งฟังได้ แต่สำหรับ Field Trip คณะนี้ไม่ค่อยมีค่ะ จะมีเป็น Conference หรือสัมมนาอะไรแบบนี้บ่อยแทน แทบจะทุกสัปดาห์ที่ School จะส่งมาให้ในส่วนนี้

รีวิวการเรียนที่ University of Manchester

Paint: ไม่รู้ว่าที่อังกฤษน่าจะเป็นคล้ายกันทุกที่มั้ย แต่เป็น Culture Shock ของนักศึกษาไทยที่มาเรียนอังกฤษมากว่าสัปดาห์หนึ่งอาจจะไม่ได้มีคลาสเดียว Lecture อย่างเดียว วิชาหนึ่งอาจมีได้ทั้ง Tutorial, Seminar หรืออาจจะมี Lab ด้วยค่ะ ในช่วง Seminar ก็จะได้แลกเปลี่ยนความคิดกับเพื่อนในคลาส กับอาจารย์ ซึ่งรู้สึกว่าอันนี้เป็นอะไรที่ดีมาก

แล้วก็อีกอันหนึ่งเป็น Academic Surgery Class ซึ่งอันนี้ Additional ว่าทางคณะค่อนข้างที่จะใส่ใจนักศึกษามาก เพราะตัว Research Skill ที่เป็น Quantitative มีคนเรียนไม่ได้เยอะมาก คณะก็พยายามหาทางออกให้โดยมีการสอนพิเศษที่ให้เราเรียนเสริมนอกรอบค่ะ

 

Facility อื่น ๆ ของมหาวิทยาลัยเป็นยังไงบ้างคะ?

Paint: จริง ๆ เพ้นท์รู้สึกว่าทุกตึกที่นี่ดีมากเลย เราติดการนั่งทำงานในคาเฟ่แบบที่ไทย แต่ที่นี่ไม่ต้องเสียเงินไปนั่งคาเฟ่เลยค่ะ เพราะใน Library กว้างมาก จะมีตึกที่เป็น Student Common ที่มีประมาณ 5 ชั้น ซึ่งใช้ได้หมดทุกชั้นเลย มีเครื่องปรินต์ มีคอมพิวเตอร์ให้ใช้ เลยรู้สึกว่า Facility ตรงนี้ค่อนข้างครบและตอบโจทย์

ที่นี่จะมี University Place ซึ่งข้างล่างจะมี Market Place เป็นร้านอาหารนานาชาติ ทั้งไทย มาเลเซีย เวียดนาม เกาหลี ญี่ปุ่น จีน ตัวอย่างเมนูจะมีทงคัตสึ เบอร์เกอร์ ประมาณนี้ ในส่วนที่นั่งก็ค่อนข้างเยอะเลยค่ะ ช่วงแรก ๆ เพ้นท์ก็ไปนั่งกับเพื่อน เพื่อไปนั่งกินข้าวที่ตัวเองเตรียมมาเฉย ๆ แต่ว่าตอนหลัง ๆ รู้ว่ามีผัดไทยจานละ 7 ปอนด์ ข้าวหมูแดงจานละ 8 ปอนด์พร้อมน้ำ 1 กระป๋อง รสชาติก็ค่อนข้างโอเคค่ะ สำหรับที่อังกฤษคือถูกมาก ตอนหลังก็เลยชอบไปนั่งกินตรงนั้นค่ะ

แล้วเราชอบไปตึกไหนคะ? ลองบอก Hidden Place ให้รุ่นน้องฟังหน่อย

Paint: มี Hidden Place ที่หนึ่งที่แบบว่าคนอาจจะรู้น้อยมากคือ ชื่อตึก Christie’s Bistro ค่ะ จะอยู่ที่ Christie Building ซึ่งเป็นตึกที่ถ้าเห็น Main Building ของมหาวิทยาลัยที่เป็นตึกเก่า ๆ คือตึกนั้นเลย ข้างหลังจะมีเป็นห้องสมุดเก่า มานั่งทำงานที่นี่ก็จะได้ฟีลเหมือนได้นั่งอยู่ในพิพิธภัณฑ์เลยค่ะ ส่วนในคาเฟ่ขนมไม่ค่อยแพง แต่ถ้าจะเอารสชาติก็ไม่คาดหวังดีกว่า (หัวเราะ) ตรงนั้น Professor จะไปนั่งเยอะมาก บางทีเราอาจจะเจออาจารย์ที่สอนคลาสต่อไปของเราก็ได้

สนใจเรียนต่อ University of Manchester ปรึกษาพี่ ๆ Hands On ฟรีทุกขั้นตอน คลิก

 

รีวิวเมือง Manchester

Paint: Manchester เป็นเมืองที่ค่อนข้างที่จะว้าวซ่าค่ะ เป็นเมืองที่คาดเดาอะไรไม่ค่อยได้ (หัวเราะ) มาอยู่แรก ๆ อาจจะไม่ค่อยชิน เมืองนี้ฝนตกเยอะที่สุดในอังกฤษเลยด้วยค่ะ ส่วนตัวคิดว่าเป็นเมืองที่แอบวุ่นวายเล็ก ๆ แต่ไม่วุ่นวายเท่า London แล้วก็เป็นเมืองที่อิสระค่อนข้างสูง ทุกคนเป็นตัวของตัวเอง เป็นเมืองที่สนุกค่ะ อยู่แล้วมีอะไรให้เรา Surprise ได้ทุกวัน อย่างบางวันก็เจอการประท้วงกันเป็นเรื่องปกติเลย เราก็ชอบมากเพราะได้ดูว่าวันนี้เขาประท้วงกันเรื่อง Topic อะไร แต่ละที่ในมหาวิทยาลัยบางทีนักศึกษาก็ติดป้ายกันได้แบบเสรี

อีกอย่าง China Town ค่อนข้างใหญ่ค่ะทำให้รู้สึกว่าเราไม่ได้ไกลบ้านขนาดนั้น ร้านอาหารไทยใน Manchester ก็ค่อนข้างเยอะมาก รู้สึกว่าไม่ค่อยโหยหาอาหารไทยเท่าไหร่

แต่ว่า Manchester เป็นเมืองที่บางคนอาจเคยได้ยินมาว่าเป็นเมืองที่อันตรายนิดหนึ่ง แต่มันก็ไม่ค่อยน่ากลัวนะคะ เพราะมันเป็น Living City ในเมืองมีคนออกมาตลอดเวลา ทำกิจกรรม 24 ชั่วโมง ตอนเช้าก็เจอกลุ่ม Run Club ตอนเย็นก็เจอคนไปผับประมาณนี้ค่ะ

 

การเดินทางในเมืองเป็นยังไงบ้างคะ?

Paint: ตัวมหาวิทยาลัยกับตัวเมืองคืออยู่ใกล้กันมาก เดินไม่เกินครึ่งชั่วโมงก็สามารถเข้าเมือง ทำนู่นทำนี่ได้ เพ้นท์คิดว่าเป็นเมืองที่สะดวกมาก เดินอย่างเดียวไม่ค่อยได้ใช้รถเมล์เลย และมี Tram นั่งออกไปข้างนอกได้

Manchester เป็นเมืองที่วันนี้อยากไปที่ไหนก็สามารถไปได้เลย รวมถึงการไปเที่ยวเมืองต่าง ๆ ด้วย เพราะค่อนข้างเดินทางสะดวกค่ะ จะนั่งรถไฟไป Liverpool ก็แค่ 1 ชั่วโมง หรือไป Chester ก็ 1 ชั่วโมง หรือไป London ก็ 2 ชั่วโมงครึ่ง คือรู้สึกว่ามาอยู่ที่นี่ได้เที่ยวเยอะมาก

ชอบไปเที่ยวหรือทำกิจกรรมที่ไหนบ้าง?

Paint: ถ้าเกิดใครชอบธรรมชาติก็อาจจะชอบที่นี่ค่ะ เพราะ Manchester อยู่ติด Peak District คนไปเดิน Hiking กันฉ่ำมาก กิจกรรมเยอะทั้งตัวมหาวิทยาลัยเองและตัวเมือง มีลานสกี, โบว์ลิ่ง, สนุ๊กเกอร์, สนามกอล์ฟหรือมินิกอล์ฟ

Manchester เมืองที่มีประวัติศาสตร์หลากหลายมาก ค่อนข้างสนุก เหมาะสำหรับคนเบื่อง่าย มีทั้งความเป็นเมืองและมุมธรรมชาติ หรือออกวินเทจหน่อยก็มี เดิน Shopping แค่ Window Shopping ก็มีความสุขแล้วนะบางที วันไหนที่แดดออกก็ไปนั่งกินข้าว นั่งดื่มข้างนอกคือแบบฟินมาก ได้เห็นคนทำกิจกรรม พาสุนัขไปเดินเล่น บางสัปดาห์มี Flea Market หรือบางทีในโบสถ์ก็มีเป็น Craft Market อะไรแบบนี้ ก็ไปเดินเล่นกัน เป็นเมืองที่ Explore มาครึ่งปีแล้ว แต่ยังมีให้ไป Explore ได้เรื่อย ๆ แล้วยิ่งพอจะเข้าฤดูใบไม้ผลิแล้วทุกอย่างมันเบ่งบาน กลับมา Bloom อีกครั้ง บรรยากาศดี คนก็ออกไปข้างนอก ทำให้อยู่ที่นี่แล้วมีความสุขมากค่ะ ชอบสุด ๆ

 

ฝากอะไรถึงน้อง ๆ ที่สนใจอยากเรียน University of Manchester แบบเราหน่อยค่ะ

Paint: สำหรับใครก็ตามที่อยากจะมาเรียนที่ Manchester ไม่ว่าจะเรียนต่อปริญญาโทหรือปริญญาตรี คิดว่าตัวเองเลือกได้เลย ที่นี่มีความน่าสนใจเยอะมากและ Ranking ค่อนข้างดีในหลายสาขาเลย Professor ค่อนข้างจริงจัง รู้สึกว่าทุกคนมี Connection และตั้งใจสอนกันมากเพราะอยากให้ Degree ของเราได้ใช้งานจริง ๆ

อยากให้ทุกคนเลือกมา Manchester ไม่ใช่แค่เพราะว่ามันเป็น Top Rank แต่ว่าด้วยตัวเมืองและ Culture ต่าง ๆ ของ เมืองก็ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกห่างไกลบ้านมากขนาดนั้น ที่นี่โอบรับความแตกต่างไม่ว่าจะเป็นเพศ สัญชาติ ทุกอย่าง ถ้ามาที่นี่ไม่ต้องกลัวเลยว่าที่นี่จะมองเราเป็นคนแปลก ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Gender หรือ Nationality ผู้คนที่นี่มองทุกคนเป็นคนเท่ากัน ทุกคนมีสิทธิมีเสียงเท่ากัน

ถ้าอยากได้ประสบการณ์พร้อมกับความทรงจำดี ๆ เกี่ยวกับการเรียนต่อที่ต่างประเทศ Manchester เป็นอีกเมืองหนึ่งที่อยากให้ทุกคนลองมาค่ะ

สนใจวางแผนเรียนต่อ University of Manchester หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ปรึกษาพี่ ๆ Hands On ตัวแทนมหาวิทยาลัยอย่างเป็นทางการประจำประเทศไทย ฟรี ทุกขั้นตอน เพียงกรอกแบบฟอร์มด้านล่าง

Enquiry Form

Please provide the following information and we will aim to respond within 24 hours:

Your details
Please enter your first name.
Please enter your last name.
Please enter a valid email address.
Please enter your phone number.
Please select a country you want to study.
Please select a year you want to study.
Please select your preferred branch.

* All fields required (in English)

  • Share this: