Hands On Blog | บล็อคเพื่อการเรียนต่อสหราชอาณาจักร

| หมวดหมู่ Student Blog

แท็ก : , , , ,

2 January 2020

แนะนำให้เรารู้จักหน่อยค่ะ

ชื่อ Nada นะคะ เป็นนักเรียนทุนรัฐบาลอังกฤษ (Chevening scholarship) นะคะ ไปศึกษาต่อที่ University of Essex ค่ะ ไปเรียนต่อกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศค่ะ

ทำไมถึงเลือกเรียนคอร์สนี้คะ

ก็เราทำงานในสายงานนี้ค่ะ เราทำงานด้านสิทธิความหลากหลายทางเพศแล้วก็สิทธิมนุษยชนในประเด็นอื่นๆ ด้วย เช่น สิทธิแรงงาน สิทธิของชนเผ่าพื้นเมืองอะไรแบบนี้ในประเทศไทยค่ะ เราเลยพยายามจะหาคอร์สไปศึกษาต่อที่มันสามารถตอบโจทย์ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของความรู้ด้านวิชาการแล้วก็ประสบการณ์การทำงานค่ะ พอ search ชื่อก็มีชื่อขึ้นมาเยอะแยะมากมายหลากหลายมหาวิทยาลัย แต่ว่าทุกครั้งที่เราพูดถึงกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศเนี่ย University of Essex คือชื่อแรกเลย ถึงแม้ว่าใน World ranking อาจจะยังไม่ขึ้น แต่ว่าในวงการการทำงานด้านสิทธิมนุษยชนใน UN ทุกคนจะรู้เลยว่า Essex คือมาเฟีย มาเฟียเนี่ยหมายถึงคนที่รู้ลึก รู้จริง ผู้เชี่ยวชาญขององค์การสหประชาชาติก็จบจากสายนี้โดยตรงเลย และอีกอย่างที่ Essex ก็เป็นสถาบันด้านสิทธิมนุษยชนที่เก่าแก่ในยุโรป ก็มองไม่เห็นที่อื่นจริงๆ ค่ะก็เลยต้องไปเรียนต่อที่นี่

ก็เลยเหมือนตัด choice ประเทศอื่น มหาวิทยาลัยอื่นไปด้วยเลย

ใช่ค่ะ ตอนแรกปีก่อนหน้านี้ที่เริ่มเข้ามาปรึกษา Hands On ใหม่ๆ เลือกที่แรกเป็นมหาวิทยาลัยดังเลยในลอนดอน อยากไปมาก แต่ปรากฎว่าปีแรกที่สมัครติดนะได้ offer มา เพราะมี Professor คนนึงเค้าทำงานด้านนี้ แล้วเค้าก็คงอยากได้เราเป็นลูกศิษย์ แต่พอเราไปบอกเพื่อนว่าฉันติด ที่นี่นะ ฉันตั้งใจอยากจะไปเรียนมากเลย เพื่อนก็ถามว่าจะไปเรียนอะไร พอตอบว่าจะไปเรียนสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ทุกคนก็หันหน้ามามองเลยว่ามันใช่หรอ! เพราะว่าถ้าในภาพรวมเราก็คิดว่า University of Essex น่าจะเป็นอะไรที่ดีที่สุดแล้ว

สนใจเรียนต่อ University of Essex ปรึกษาพี่ๆ Hands On ฟรี คลิก

การเตรียมตัว

ก่อนหน้านี้เราไป take course เป็น Human Rights in Asia ที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล ก็ไปเจอเพื่อนๆ ที่ทำงานในสายงานนี้เต็มเลย ตั้งแต่นักวิชาการ เจ้าหน้าที่รัฐ เค้าก็ไปรวมตัวกัน เราก็เจออาจารย์ท่านนึงค่ะ ท่านจบที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์แต่สอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยทักษิณที่ภาคใต้ สงขลา เค้าก็แนะนำว่าถ้าไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นตรงไหนเนี่ย ให้ไปที่ Hands On อาจารย์บอกว่า The Best! อาจารย์บอกว่าไม่ต้องคิดเยอะ ที่นี่เค้าทำทุกอย่าง ตอนแรกเราก็นึกว่าเค้าทำให้ทุกอย่างแบบนี้เค้าเก็บตังค์หรือเปล่า อาจารย์ก็บอกว่าเค้าไม่เก็บเพราะมันเป็นเรื่องของ commission กันเดี๋ยวเค้าไปเคลียร์กันเองกับมหาวิทยาลัย เค้าเป็นเอเจนซีเดี๋ยวเค้าก็ดีลตรงนั้นไป เค้าก็จะแบกรับความเครียดทุกอย่างให้เรา ประเด็นคือเรื่องนี้เลยเพราะว่าเราทำงานหนักแล้วก็ไม่มีเวลา จริงๆ เราเห็นใจ Counsellor เรามากเลยเพราะว่าเราเป็นคนที่ busy มาก ทำงานไม่หยุดเลย บางครั้งเกรงใจน้องเค้ามากเวลาส่งอีเมลมากว่าเราจะตอบ เราต้องเคลียร์ slot เวลาเรามานั่งอ่านอีเมลเค้า มานั่งติดตามตรวจสอบอะไรแบบนี้ หลายครั้งเราก็ทำพลาดหลายอย่าง แต่ก็ได้น้องเค้าช่วยไม่งั้นชีวิตเราก็คงจะแบบว่าแย่มากแน่เลย

การบริการจาก Hands On

ตอนแรกโทรศัพท์ก่อน เจอแฮค ตอนนั้นเนี่ยปรึกษาแฮคแล้วได้รับคำปรึกษาที่ดีมาก ตอนนั้นแฮคก็ส่งรายละเอียดมาให้หมดเลยนะว่ามีมหาวิทยาลัยไหนบ้างที่น่าจะเค้าข่ายนี้ ลิสต์มาให้เราหมดเลยพร้อมรายละเอียดเรื่อง IELTS ต่างๆ แต่ตอนนั้นเราก็ยังไม่พร้อม แล้วเราก็กลับมาอีกรอบนึงแล้วเห็นว่าเค้ามีมหกรรมการศึกษา ก็เลย walk-in เข้าไปแล้วเจอแฮค แล้วแฮคก็เลยแนะนำให้รู้จักแนตตี้ค่ะ ก็เลยได้ติดต่อกัน หลังจากนั้นชีวิตก็ดีเพราะทำหน้าที่ส่งเอกสารอย่างเดียว ที่เหลือแนตตี้ก็ดูแลให้ทุกอย่างค่ะ

พี่ Nada คิดว่าได้อะไรบ้างมั้ยจากการที่ Counsellor เราจบจาก UK มา

ดีเริ่ดสิคะ เพราะเค้าเข้าใจบรรยากาศ เข้าใจ context เค้าก็สามารถบอกทั้งทางด้านลึกลับดำมืดยันด้านสว่างให้เราฟังได้ เค้าก็จะบอกได้ว่าตรงนั้นอย่าไป ตรงนี้อย่าไป ตรงนั้นเป็นยังไง ด้านสว่างของมันคืออะไร เค้าก็จะบอกเราได้ซึ่งมันดีมากๆ อันนี้คือข้อดีเลยนะ เอาคนที่ไม่จบมาก่อนแล้วมาแอคชั่นก็จะแบบ อ๋อ ไม่เคยไปค่ะ ที่เล่ามาคืออะไร ดู Notting Hill หรอ (หัวเราะ)

สัมภาษณ์กับ University of Essex

พบเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยที่งาน UK Universities Interview Day

ก็รู้สึกว่าอลังการงานสร้างมาก ไม่ได้จองอะไรมาเลย ก็จะคิวยาวแต่ก็ไม่เป็นไรเพราะเค้าก็ดูแลเราดีมากเลย ตอนนั้นก็วิ่งแฮกเหมือนกันเพราะไม่เคยเจอมหาวิทยาลัยที่เราอยากเจอ แต่ไปๆ มาๆ ตอนที่เราอยากไปเรียนที่อื่นๆ ก็จะเจอแต่ Essex ตลอดเลย เหมือนดวงสมพงษ์กัน มหาวิทยาลัยก็เอาใจใส่ดีมากเลย

ต้องบอกว่าเราเคยสมัครไป ปีก่อนหน้า แต่ผิดหวัง คงดวงมันจะได้ไปปีนี้จริงๆ มันเป็น destiny มากๆ เลยอ่ะ เพราะปีที่แล้วไม่ว่าเราจะพยายาม present ตัวเองหนักขนาดไหนก็ไม่เวิร์คเลย แต่ปีนี้ก็เค้าดูแลเราดีมากนะ ตั้งใจฟังเรา

เคล็ดลับการสัมภาษณ์กับมหาวิทยาลัยและเจ้าหน้าที่พิจารณาทุน Chevening

ความมั่นใจ และความพร้อมของเรา เราคิดว่าสำคัญนะ

เราคิดว่าการที่เค้าจะมองคนๆ นึงให้ไปเรียนมันไม่ใช่แค่ภาษาเลิศ แต่มันคือ package ที่คนๆ นั้นมี แล้วเราคิดว่าเรามีล้นมาก ในประเทศนี้เราคิดว่าเรายืนแถวหน้า (เรื่องสิทธิมนุษยชน) เราไม่เคลมว่าเราต้องเป็นเบอร์หนึ่ง แต่เราเป็นแถวหน้าที่เรามีของจะให้คุณด้วยนะ เราไม่ใช่จะไปตักตวงจากคุณอย่างเดียว เรียนเรื่องพวกนี้ฉันไม่ต้องถ่อไปถึงบ้านคุณนะ ฉันเรียนที่นี่ได้แต่ถ้าไม่ได้ทักษะกระบวนการความเชี่ยวชาญของที่นี่ (เมืองไทย) เราไม่ได้บอกว่ามันเป็นการตุกติกนะแต่มันเป็น tactics ซึ่งที่นี่มีกลเม็ดสูงมาก ที่นี่มีทักษะในการล็อบบี้ มีทุกอย่าง เพราะเราทำงานรณรงค์ การเป็นนักรณรงค์ต้องมีทักษะหลายด้าน ด้านนึงคือการล็อบบี้ การสื่อสารอันนี้ดีมากที่ช่วยให้เรารู้สึกว่าเรามีความมั่นใจ

กิจกรรมเตรียมพร้อมก่อนเดินทางจาก Chevening

จริงๆ กิจกรรมจาก Hands On ก็มีนะ แต่เราติดงานตลอด แต่ก็โชคดีที่เราเป็นเด็ก Chevening เค้าก็มี Orientation เค้าก็อธิบายหมดเกลี้ยงเลยว่าต้องเตรียมตัวยังไง อะไรควรทำไม่ควรทำ แล้วก็เอารุ่นพี่ที่จบมาก่อนมาคุยกับเรา มีอยู่คนนึงด้วยความที่เค้าเพิ่งสอบเป็นผู้พิพากษาได้ เค้าบอกว่าเค้ายังเสียใจเหมือนติดอยู่ในใจเค้าอยู่เลยว่าเค้าเคร่งเครียดกับการเรียนมาก เค้ากลัวเรียนไม่จบ กลัวเกรดไม่ดี กลัวไปหมด แล้วเค้าไม่มีความสุขกับชีวิตเลย ซึ่งความจริงมันไม่ต้องเครียดขนาดนั้น แล้วเค้าก็พบว่าเค้าไม่ได้เที่ยวเลย

 

ผิดหวังจากการสมัครขอทุนปีแรก แล้วพี่นาดากลับมาตั้งหลักใหม่อย่างไรคะ

เศร้ามากค่ะ ก็บอกน้องแนตตี้ที่ Hands On ว่าพี่จะลาออกจากงานแล้วค่ะ พี่จะไม่ทำอย่างอื่น (หัวเราะ)

ก็หยุดทำงานไปช่วงนึงไปเรียน IELTS จริงจัง และสุดท้ายแล้วมันก็อยู่ได้ไม่นานหรอกคนมันเป็นนักกิจกรรม เราก็ออกไปลุยงานการเมือง มีโอกาสเข้ามาก็อยากจะลองดู อีกอย่างคือเดิมพันสูงมากตอนนั้น ก็ไป ก็หลุดวงโคจรไปเลยจ่ะ หลุดๆๆๆ จนแบบว่าเห็นเพื่อนคนนึงเค้าจบดร.ที่ไทย เค้าก็เก่งมากจนจบใบที่ 2 แล้วอ่ะ เราก็เลยมาคิดว่าแล้วเราทำอะไรอยู่ เราก็สะเทือนใจมากเพราะเค้าจบเอก 2 ใบแล้ว แล้วเรายังทำตามความฝันตัวเองไม่ได้เลย ก็จำได้ว่า 2 วันสุดท้ายที่เห็นเค้าประกาศใบ Transcript ก่อนวันรับสมัครวันสุดท้าย เราก็ตัดสินใจว่าเราไม่สมัครไปลงเลือกตั้ง รู้สึกแบบว่าฉันจะเอาเวลาในชีวิตของฉันมาเสียกับเรื่องนี้หรอ ฉันไม่จำเป็นต้องเป็นส.ส.ก็ได้นะที่จะมาทำงานพวกนี้ แล้วสุดท้ายงานด้านสายสิทธิมนุษยชนคนก็ต้องมาถามฉันอยู่ดี เพราะฉันเป็นผู้เชี่ยวชาญ

แล้วอีกอย่าง way เราที่เราเขียนขอทุน Chevening ไป เราไม่ได้เขียน way นี้เลย เราบอกว่าเราอยากเป็นกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เราอยากไฟท์เรื่องนี้ เราก็เลยคิดว่าเรามาสายนี้ดีกว่า แล้วเราเป็นคนชอบทำงานแบบปราศจากการครอบงำ เราหน่ะเป็นตัวของตัวเองได้อย่างเต็มที่เพราะเราเป็น กสม. (คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ) เพราะเราถูกคัดเลือกเข้าไป เรามีเสรีภาพทางความคิด เราคุยกันเป็นคณะกรรมการเป็นทีม

ก็นั่นละ สุดท้ายแล้วความเป็นตัวตนของเราและความมุ่งมั่นตั้งใจในสายอาชีพที่เรารัก ก็กลับมาทำให้เราฮึดสู้เพื่อตัวเองอีกครั้งค่ะ (ยิ้ม)

คาดหวังว่าอีก 1 ปีข้างหน้า คิดว่าพี่ Nada จะเป็นยังไง

ก็คงจะเป็นคนที่มีความแข็งแกร่งและมีความมั่นใจมากขึ้นจากที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว (ยิ้ม)พี่คิดว่าพี่น่าจะเป็นคนที่แข็งแกร่งแล้วนุ่มลึกมากขึ้น อยู่ที่นี่เราอาจจะรู้สึกว่าเราเป็นแถวหน้า แต่อยู่ที่โน่นเราคือ Global citizen เราน่าจะเป็นคนที่อ่อนน้อมมากกว่านี้ เราคิดว่าเราเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตนนะ แต่บางทีหน้างานเราจะถ่อมตนมากไม่ได้เพราะเราต้องไฟท์ แล้วก็อยากเป็นผู้รู้ในเรื่องที่เราจะไปเรียนจริงๆ  

สนใจเรียนต่อ University of Essex ปรึกษาพี่ๆ Hands On ตัวแทนมหาวิทยาลัยอย่างเป็นทางการประจำประเทศไทยฟรี คลิก

Go to top