Hands On Blog | บล็อคเพื่อการเรียนต่อสหราชอาณาจักร

| หมวดหมู่ Student Blog

แท็ก : , , , , , ,

21 October 2019

การไปเรียนต่อเมืองนอกคงเป็นความฝันของใครหลายๆคน เราเองก็เช่นกัน…

เราเป็นเด็กที่เรียนโรงเรียนรัฐบาลมาตลอด skill ภาษาอังกฤษก็ตาม standard นักเรียนโรงเรียนรัฐบาล ฮ่าๆ ตอนมหาวิทยาลัยก็เรียนภาคไทย ชีวิตไม่เคยเรียน English Programme มาก่อนเลย เรารู้สึกมาตลอดว่าการไปเรียนต่อเมืองนอกมันยาก มันต้องเข้ายาก เตรียมตัวยาก ไปเรียนก็ไม่แน่ใจว่าตัวเองจะรอดมั๊ย แต่ก็อยากไปมาตลอด อยากไปมาตั้งแต่ตอนเรียนจบปริญญาตรี ส่วนหนึ่งเพราะเราเป็นคนชอบเดินทาง ชอบเที่ยว ชอบการท้าทาย เรารู้สึกว่าเราเรียนที่ไทยมาทั้งชีวิต มันอยู่ใน comfort zone มาก แต่เอาเข้าจริงเราก็ลังเลๆมาตั้งสามสี่ปี ไม่ได้ไปซักที นอกจากยังไม่ได้ไปแล้ว ยังไม่ได้มีการหาข้อมูลใดๆทั้งสิ้น ฮ่าๆ (อันนี้ไม่แนะนำให้ลอกเลียนแบบ)

จนกระทั่งวันหนึ่ง เรานั่งทำงาน แล้วเราก็คิดเรื่องนี้ขึ้นมา เรารู้สึกว่าเราอายุ 27 แล้ว แล้วถ้าเราจะลังเลแบบนี้ทุกปี ก็ไปให้มันจบๆไปเถอะ รู้ว่าเสี่ยงแต่คงต้องขอลอง พี่แด๊ก Big ass ได้บอกไว้

แต่แม้เราจะตัดสินใจได้แล้วแต่เราก็ยังไม่แน่ใจว่า เอ๊ะ นี่มันก็เดือนมกราคมแล้ว มันจะยังไปทันอยู่ไหม เพราะเรายังไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลย ยังไม่มีอะไรเลยจริงๆ ต้องใช้อะไรบ้างยังไม่รู้เลย แต่เราเคยอ่านกระทู้พันทิปกระทู้หนึ่งที่เล่าประสบการณ์การเตรียมตัวและได้แนะนำ Agent แห่งหนึ่งไว้ซึ่งไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น ใช่ค่ะ Hands-on นั่นเอง วันเสาร์เราเลยลองโทรไปที่ Hands On แล้วถามตรงๆเลยว่า ถ้าอยากไปเรียนอังกฤษปีนี้และยังไม่มีอะไรเลยรวมถึงคะแนน IELTS ด้วย จะยังไปทันไหม ทาง Hands On ก็ตอบกลับมาว่าทัน ให้เข้ามาคุยได้เลย วันนั้นเรารีบอาบน้ำแต่งตัวไปออฟฟิต Hands On ที่สีลม เพื่อคุยรายละเอียดทันที

 

พอเราไปถึงก็มีพี่ counsellor คือ พี่หลินมาอธิบาย timeline ต่างๆให้ฟังว่าเราจะต้องทำอะไรภายในเดือนไหนบ้าง รวมถึงให้รายละเอียด Programme ของมหาวิทยาลัยที่เราสนใจมาให้เราเลือกอีกทีว่าเราจะ apply ที่ไหนบ้าง ซึ่งเอกสารอาจจะแตกต่างไปตาม Programme แต่หลักๆที่ต้องมีมีดังนี้

  1. Statement of Purpose (SOP) เอกสารนี้เป็นงานขายของ บรรยาย background สรรพคุณต่างๆนาๆของเรา ทำไมเราถึงสนใจ Programme นี้ ทำไมเลือก University นี้ จบมาแล้วจะเอาความรู้ที่ได้ไปทำอะไร
  2. Transcript และ Certificate
  3. Recommendation Letter 2 ฉบับ เอกสารตัวนี้เราก็ต้องไปขอให้อาจารย์สมัยมหาวิทยาลัย และ/หรือ หัวหน้างานเราเขียนให้
  4. Passport
  5. CV

ส่วนคะแนน IELTS เราสามารถยื่นตามหลัง หลังจากที่มหาวิทยาลัยยื่น Offer มาให้เราแล้วได้ค่ะ โดยหากไม่มีคะแนน IELTS ปกติมหาวิทยาลัยจะให้มาเป็น Conditional Offer และจะเปลี่ยนเป็น Unconditional Offer หลังจากที่คะแนนของเราถึง Requirement ของทางมหาลัยแล้วค่ะ

                       

หลังจากที่เอกสารต่างๆ ครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว ทางพี่ๆ Hands-on จะเป็นคนที่กรอกและส่ง application เพื่อสมัครใน Programme ที่เราต้องการให้ ซึ่งบอกเลยว่าขั้นตอนต่างๆนี้ หากเราจะสมัครเองโดยไม่ผ่าน Agent ก็สามารถทำได้ แต่เราว่ายากและเหนื่อย ฮ่าๆ คือพี่ๆ Hands-on ทำสิ่งนี้มาประมาณสิบแปดล้านรอบ พี่ๆสามารถให้คำปรึกษาและสมัคร รวมถึงสอบถามโดยตรงกับทางมหาวิทยาลัยแทนเราได้ ดังนั้นหน้าที่อย่างเดียวของเราคืออีเมล์เอกสารทั้งหมดให้กับทาง Hands-on และสอบ IELTS ให้ผ่าน บอกเลยว่าแม้แต่ VISA พี่ๆเค้าก็ apply ให้ เช็คเอกสารทุกอย่างให้ รวมถึงตาม VISA ให้เราด้วยถ้ายังไม่ได้ภายในเวลาที่กำหนด นอกจากนี้ก่อนที่เราจะบินยังมี Pre-departure briefing ให้เราด้วย

ไม่รู้ว่าคนอื่นเคยรู้มั๊ย แต่เราไม่เห็นเคยรู้ว่ามันง่ายขนาดนี้ ฮ่าๆ คือเราเคยเข้า web ไปดู programme นู่นนี่มามั่งเมื่อนานมาแล้ว แต่ก็คืองง มันอะไรไม่รู้เยอะแยะ เหนื่อยละ ปิด web (ไม่แนะนำให้ทำตามอะเกน) ดังนั้น ไปคุยกับพี่ๆ Hands-on เถอะ ชีวิตเราจะดี ถามได้ตอบได้เป็นอับดุล ไม่ได้อวยแต่พี่หลินดีมาก ฮ่าๆ เราถามเยอะมากแบบเยอะมากจริงๆ พี่หลินตอบตลอด ตอบชัดเจนมาก แต่พี่ๆเค้าก็มีเวลาทำงานนะ ถ้านอกเวลางานพี่ๆเค้าก็อาจจะไม่ได้ตอบไลน์เราทันที แต่ถ้าฉุกเฉินก็สามารถ e-mail ไปหาได้ เราเคย e-mail ไปวันอาทิตย์ พี่หลินก็ตอบไวมาก จนสงสัยว่านี่นั่งทำงานอยู่ใช่มั๊ย

 

ใครที่รู้สึกว่าไปเรียนมันยาก มันต้องใช่เวลาเตรียมตัวเยอะ เรารู้สึกว่าสิ่งที่นานที่สุดคือการตัดสินใจจะไป ถ้าตัดสินใจได้แล้วทุกอย่างมันจะไวมาก เราไปเรียน Pre-sessional เพื่อปรับภาษาก่อน 10 weeks ดังนั้นถ้านับกันจริงๆแล้ว ก็คือประมาณ 5 เดือนหลังจากเราไปคุยกับทาง Hands On ซึ่งเราว่าไวมากแล้วกับการเตรียมตัวไปเรียน ใครที่ยังไม่แน่ใจจริงๆก็เข้าไปคุยกับพี่ๆก่อนได้นะ เราก็น่าจะได้ idea อะไรชัดเจนขึ้น สำหรับบทความหน้าเราจะมาเปิดกระเป๋าให้ดูกันว่า ไปเรียนปีหนึ่งเนี่ย ต้องเอาอะไรกันไปบ้าง!

สนใจเรียนต่อ  University of Exeter ลงทะเบียนเพื่อรับข้อมูลเรียนต่อและคำปรึกษาจากพี่ๆ Hands On ตัวแทนมหาวิทยาลัยอย่างเป็นทางการประจำประเทศไทย ฟรี คลิก

Go to top