Hands On Blog | บล็อคเพื่อการเรียนต่อสหราชอาณาจักร

Aunchisa

| หมวดหมู่ Student Blog

แท็ก : , , , ,

23 April 2019

รีวิวการเรียนที่ Durham University

วันนี้เราจะมาเล่าถึงประสบการณ์การเรียนที่มหาวิยาลัยเดอรัม (Durham University) ในสหราชอาณาจักรให้ทุกคนฟังกัน ขอบอกเลยว่า ตอนที่เลือกมหา’ลัย และคอร์สเรียน เราใช้เวลาเลือกนานม้ากกกก เพราะตั้งใจว่ายังไงก็เรียนปริญญาโทแค่ครั้งเดียว แถมเสียเงินข้ามน้ำข้ามทะเลมาตั้งไกลก็ต้องเลือกทีดีๆเลยสิ เราจึงเริ่มหาข้อมูลจากอันดับมหาวิทยาลัย และคอร์สเรียน จนสุดท้ายก็มาซบอก MSc Marketing ของ “มหาวิทยาลัยเดอรัม” ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัย Top100 ของโลก และอันดับต้นๆของสหราชอาณาจักร

 

mew blog2

mew blog2

 

พูดถึงชื่อมหาวิทยาลัย คนไทยอาจจะไม่คุ้นหูนัก ทั้งที่เดอรัมเป็นมหาวิทยาลัยที่โด่งดัง, เก่าแก่ และมีเกียรติมากในประเทศอังกฤษ (เทียบกับ Oxford และ Cambridge ได้เลยนะ) ประกอบกับ อันดับสาขามาเก็ตติ้งที่พุ่งพรวดขึ้นมาทำให้ที่นี่เป็นตัวเลือกแรกๆของเรา ตอนนั้นเราก็มีส่งใบสมัครไปหลายมหาวิทยาลัยอยู่เหมือนกันค่ะ เราโทร และไลน์คุยกับพี่โทนี่ แฮนด์ออน บ่อยมาก เพื่อที่จะขุดคุ้ยข้อมูลมหาวิทยาลัย ซึ่งพี่โทนี่ก็ซัพพอตเราดีมาก เรียกได้ว่าเป็นบริการครบวงจรจริงๆ ตั้งแต่ช่วยส่งข้อมูลมหาวิทยาลัย, วางแผนการยื่นใบสมัคร และสอบไอเอล ทำให้เราได้ยื่นใบสมัครตั้งแต่มหาลัยเริ่มเปิดรับเลยทีเดียว (กันยายน-ตุลาคม) นอกจากนี้แฮนด์ออนยังมีบริการ ตรวจทาน Statement of Purpose ให้ จนเป็นที่น่าพอใจและ ยังสมัครมหาวิทยาลัยให้กับเราด้วย จากนั้นเราก็ทำใจให้สบาย นั่งเอนหลัง จิบน้ำชารอชิวๆ ได้เลย (เน้นว่าจิบน้ำชานะคะ ต้องฝึกไว้ก่อน เพราะคนอังกฤษดื่มชาวันหนึ่งเยอะมาก แฟลตเมทเราดื่มสี่แก้วต่อวัน ขอยกมือขึ้นทาบอกและอุทานดังๆว่า (“คุณพระ!”)

 

mew blog2

 

เรื่องการเรียน

Marketing เป็นหนึ่งในคอร์สของ Business School การเรียนการสอนจะแบ่งเป็นสามเทอม เราจะเรียนทั้งหมด แปดตัว ประกอบไปด้วยวิชาบังคับห้าตัว (Marketing Theory, Marketing Management and strategy, Contemporary Marketing and Communication, Consumer and consumption, และ Research method) และหลังจากนั้นทุกคนจะได้ไปต่อยอดในวิชาเลือกสามตัว ตามแต่เราจะสนใจ ซึ่งมีให้เลือกเยอะค่ะ สามารถดูได้จากเว็บไซต์มหาวิทยาลัย (เช่น Digital Marketing, Strategic Brand Management, Advanced Marketing Strategy, และ Consulting) ในเทอมสุดท้ายจะเป็นการทำ Dissertation งาน research ก่อนจบของเรานั่นเอง ดังนั้น หลักๆ เราจะเรียนอยู่สองเทอม เฉลี่ยเทอมละสี่ตัว ก่อนที่จะเริ่มทำโปรเจคจบในเทอมสุดท้าย

 

ทุกครั้ง อาจารย์จะอัพโหลดเอกสารการเรียน (เลคเชอร์ สไลด์) และเอกสารอ่านประกอบให้เรา ในเว็บก่อนเข้าเรียน ซึ่งวิธีการเตรียมตัวคือ เราควรจะลองอ่านสไลด์คร่าวๆ เพื่อหาไอเดียว่าอาจารย์สอนเรื่องอะไร และควรพยายามกวาดสายตาอ่าน (Skimming) เอกสารอ่านประกอบที่อาจารย์แนะนำให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็น Journal ที่ได้รับการตีพิมพ์ และนั่นก็คือสิ่งที่อาจารย์นำมาอ้างอิงในเอกสารการเรียนของเรานั่นเอง ถ้าสมมติอ่านคร่าวๆ ได้ครบทุกไฟล์ในอาทิตย์นั้นจริงๆ อาจารย์พูดอะไรเราจะเก็ตเลย (ซึ่งถามว่าแล้วเราอ่านครบหมดมั้ย คำตอบคือ ไม่ ใครจะไปอ่านไหว 55555 แต่เก็ตจริง เคยลองแล้ว กลับมาอ่านทีหลังก็ได้ เน้นหาคีย์เวิร์ดในสไลด์แล้วอ่านตรงจุดที่อาจารย์สอน)

 

ส่วนในห้องเรียน นอกจากงานแล้ว อาจารย์จะมีคำถามให้เราแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อนในห้องเรียนบ้าง เค้าจะเน้นให้เรารู้จักการคิดวิเคราะห์ หลังจากนั้นจะมีการอัพโหลดเลคเชอร์ให้เราฟังซ้ำในระบบ ถ้าเรายังไม่เข้าใจเนื้อหาอีกก็มีหนังสือเป็น Reading list ที่สามารถหาได้จากห้องสมุดคณะ หรือห้องสมุดกลางของมหาวิทยาลัย แต่เราต้องใช้ความพยายามในการแย่งชิงนิดนิง ซึ่งเราไม่เคยซื้อหนังสือเลย ใช้วิธียืมตลอด หลังจากผ่านช่วงเดือนแรกของเทอมมาได้ คู่แข่งที่คอยแย่งหนังสือเราก็จะยกธงขาวยอมแพ้ไปเอง

 

mew blog2

 

ได้ฟังประสบการณ์ไปแล้ว เราหวังว่าทุกคนจะได้หลักการเรียน ไปปรับใช้กันบ้าง และคิดว่าการเรียนในประเทศอังกฤษ ไม่ยากเกินไป สุดท้ายนี้ ก็ขอให้ทุกคนประสบความสำเร็จในการสมัคร และตามมาเรียนกันเยอะๆ นะคะ

 

mew blog2

 

Go to top