Hands On Blog | บล็อคเพื่อการเรียนต่อสหราชอาณาจักร

| หมวดหมู่ Study in the UK

แท็ก : , , , , ,

22 August 2016

เป็นไหมคะ เวลาที่จะต้องจากบ้านไปนานๆ อาลัยอาวรณ์บ้าน พ่อแม่ พี่น้องและห้องนอนของเราเหลือเกิน ไม่อยากจากไปเลย ฮือๆ เราเป็น (*ยกมือสูง) เราเกิดอาการแบบนี้ทู้กกทีเวลาที่จะต้องจากบ้านไปไกลนานๆ แล้วอาการแบบเดิมก็จะวนกลับมาอีกรอบตอนขากลับ ไม่นะ! ชั้นยังไม่อยากกลับบ้านนน ชั้นยังอยากเที่ยวอยู่เลยย (ได้ข่าวว่าเธอไปเรียน) ดราม่าตัลหลอดด

ด้วยความที่ยังไม่อยากกลับบ้านมาเผชิญโลกแห่งความเป็นจริงและกิเลสอยากเที่ยวหนาๆ พอเวลาเริ่มนับถอยหลังเพื่อนเราเลยมาชวนกลับบ้านแบบค่อยๆ กระเถิบไปประเทศไทย ไอ้เรามันใจง่าย ตอบตกลงไปแบบไม่ต้องคิด

ตอนแรกพวกเราวางแผนจะนั่งรถไฟจากอังกฤษกลับเมืองไทยตามแรงบันดาลใจที่ได้มาจากกระทู้เด็ดกระทู้ดัง แต่ทว่าโครงการนี้ไม่ได้รับการอนุมัติจากผู้ปกครอง…ผู้ปกครองของใครดับฝันคะ? ผู้ปกครองดิฉันเองค่ะ! 555 ล่ม!! ล่ม!! ล่ม!! ทำแผนเพื่อนล่ม!!โครงการผจญภัยอันยิ่งใหญ่ของเราเป็นอันพับไป ฉันขอโทษ เราแอบงอนแม่นิดนึง แต่ก็เข้าใจ ผู้ร่วมทริปของเราเป็นเพียงหญิงสาวตัวเล็กๆ(?) ขุ่นแม่เป็นห่วง ขุ่นแม่ไม่สบายใจ ขุ่นลูกไม่กล้าฝืนคำสั่งเดี๋ยวแม่นอนไม่หลับ บาปกรรม บาปกรรม

เปลี่ยนแผนค่ะ! คุณแม่ไม่ให้นั่งรถไฟงั้นลูกบินกลับก็ได้ เอาใจแม่สุดฤทธิ์ แต่สายการบินนี้บินนานหน่อยนะคะแม่ บินจากอังกฤษใช้เวลาประมาณ 1 เดือนกว่าถึงประเทศไทยพอดี อิอิ ขอแวะชมวิวระหว่างทางนิดนึงนะแม่นะ

เราบินกลับเส้นทางนี้:

Scotland > England > Malta > Greece > Turkey > Russia > Thailand

plane-841441_960_720

บางประเทศเราอยู่ 2-3 วัน บางประเทศเราอยู่ 2 สัปดาห์ แล้วแต่ความพึงพอใจและปัจจัยสำคัญซึ่งนั่นก็คือออ..ราคาของตั๋วเครื่องบิน! เราขึ้นสายการบิน Low Cost ตลอดทั้งทริปและเราไม่ได้ซื้อน้ำหนักกระเป๋าเลย ใช่แล้วค่ะ เราเบี้ยน้อย ตะลอนไปเรื่อยๆโดยมีกระเป๋าเป้เพียงใบเดียว นี่ก็ยังงงๆ ว่าเรายัดชีวิตตลอดทั้ง 1 เดือนไปอยู่ในเป้ใบนั้นได้ยังไง เป้เราใบแค่แบบขนาดใหญ่กว่าที่เด็กมัธยมหิ้วไปโรงเรียนหน่อยเดียวเอง ความจำเป็นมันบังคับบ

พอเราตัดสินใจจองตั๋วเครื่องบินทัวร์กระดึ๊บกลับบ้านแล้ว เราก็หันมาจัดการสมบัติพัสถานที่เราสะสมมาตลอดหนึ่งปีกว่า โอ้ มาย….นี่มันอะไรเยอะแยะ แน่นอนเราขนพวกมันกลับบ้านพร้อมเราไม่ได้ หนทางเดียวที่นึกออกคือเราต้องแพ็คทุกอย่างส่งทางเรือ และนี่คือขั้นตอนที่เราต้องทำ

  1. ถาม เราถามเพื่อน รุ่นพี่และกูเกิ้ลว่าควรให้บริการของบริษัทอะไร ทำต้องอะไรยังไงบ้าง
  2. เข้าไปดูรายละเอียดเงื่อนไขและค่าบริการของแต่ละบริษัทแล้วเปรียบเทียบ
  3. เลือกบริษัทที่ถูกใจ
  4. ชวนเพื่อนมาร่วมกันหารโดยพร้อมเพรียง ถ้าส่งหลายๆ กล่องพร้อมกันแล้วหารค่าใช้บริการกับเพื่อนราคาจะยิ่งถูกค่ะ แต่ของทั้งหมดจะถูกส่งไปแค่ที่อยู่เดียวนะ แนะนำให้เลือกบ้านเพื่อนที่ค่อนข้างมีพื้นที่ เพราะกล่องใหญ่เบิ้มนับสิบจะถูกส่งมากองรวมกัน แล้วก็เลือกสถานที่ที่เดินทางสะดวกและเจ้าของบ้านเต็มใจค่ะ
  5. ไป shopping ค่ะ ใช่ อ่านถูกแล้ว จงไปช้อปให้หนำใจ สิ่งใด on sales จงไปคว้า อะไรที่แพ็คลงกล่องได้แล้วเมืองไทยหายาก จงไปตามเก็บมา เราแพลนล่วงหน้าไว้ประมาณ 1 เดือนกว่าๆ ระหว่างนั้นเราก็ช้อปไปเรื่อย
  6. กะคร่าวๆ ว่าเราต้องการกล่องทั้งหมดกี่กล่อง เรากะด้วยสายตาเลยเพราะเราขี้เกียจ 555 อันไหนจะขนกลับ อันไหนจะยกให้รุ่นน้องต่อ อันไหนจะทิ้ง(บางคนก็ขาย) จำแนกแจกแจง ทดไว้ในใจหรือใครจะแยกกองจัดไว้เลยก็ได้ ขึ้นอยู่กับความขยันส่วนบุคคล แล้วจดจำนวนกล่องทั้งหมดที่ต้องการไว้ (ถามเพื่อนๆ ที่จะหารกันทุกคนให้แน่ใจด้วยนะ ว่าแต่ละคนจะเอาเท่าไหร่ จะได้ไม่ตีกันแย่งกล่องทีหลัง) สั่งให้เผื่อเหลือดีกว่าเผื่อขาดนะคะ เราสามารถคืนกล่องได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ แต่ถ้าไม่พอ สั่งเพิ่มก็จะเสียเวลาค่ะ **เราสามารถส่งกลับมาเป็นกระเป๋าเดินทางได้ด้วยนะ ถ้ากระเป๋าใส่ของไม่พอก็ค่อยสั่งกล่องเพิ่มเอาค่ะ**
  7. ประเมินตัวเองว่าต้องการเวลานานแค่ไหนในการแพ็คของทั้งหมดแล้วก็สั่งให้เค้ามาส่งกล่องเลย เราเผื่อเวลาก่อนวันเดินทางประมาณสัปดาห์กว่าๆ ก็ฉุกละหุกปวดหัวใช้ได้อยู่ ใครของเยอะเผื่อนานกว่านี้ก็ดีนะ
  8. รอ ระหว่างรอจะ shopping เพิ่มก็ไม่ว่ากัน กะให้ยัดลงไปในกล่องได้ก็โอเค ถ้าใส่ไม่พอก็ตัวใครตัวมันจ้าา
  9. พอถึงวันนัดจะมีรถแวนขับมาส่งกล่องเปล่าที่เราสั่งไว้ถึงหน้าประตูเลยค่ะ เค้าจะให้เทปกาว ปากกา บับเบิ้ลกันกระแทกและเชือกแถมมาด้วย ดี๊ดี (แต่ไม่รู้ว่าทุกบริษัทเหมือนกันมั้ยนะ)
  10. เริ่มขั้นตอนการใช้แรงงานค่ะ พับๆ เก็บๆ ยัดๆ

คำแนะนำเล็กน้อย:

  • เราเอาหนังสือไว้ล่างสุดเพราะมันหนักและเข้ามุมได้พอดี พื้นที่ตรงฐานมันจะได้แน่นๆ ไม่ล้มง่าย
  • ถ้าเป็นพวกเครื่องสำอาง น้ำหอม ครีมบำรุงเป็นขวดๆ เราจะพันเทปใส่ไว้ที่ฝา 2-3 รอบกันฝาเปิดหกเลอะเทอะ ม้วนบับเบิ้ล จากนั้นม้วนไว้ในเสื้อทีละขวดอีกทีค่ะ กันแตก
  • เรามีความจำเป็นต้องส่ง laptop เรากลับมาในกล่องนี้ด้วยเพราะเราเอาไปเที่ยวด้วยไม่ได้ ฮือ จริงๆ เค้ามีบริการส่งแบบสิ้นค้ามีราคา มีประกงมีประกันอะไรด้วยนะ แต่ laptop เรามูลค่ามันไม่ได้สูงอะไรมากมาย เราเสี่ยง ตัดใจส่งมาในกล่องนี่แหละ ห่อกันกระแทกวนไปค่ะแล้วม้วนไว้ในเสื้อกันหนาวตัวหนาๆ อีกที สวดมนต์ภาวนา 3 จบแล้วยัดลงกล่อง เราเอาไว้ตรงกลางๆ คิดเอาเองว่ามันน่าจะปลอดภัยสุด
  1. ปิดกล่อง ปิดเทปกาวรอบกล่องให้เรียบร้อย แนะนำให้ติดที่ก้นกล่องหนาๆ ด้วย ปลอดภัยไว้ก่อน
  2. เขียนชื่อ เขียนที่อยู่ปลายทางไว้บนกล่องตัวโตๆ อ่านง่ายๆ ถ้าเป็นกระเป๋าเดินทางก็ติดป้ายไว้ซะหน่อยเพื่อความสบายใจ แต่ล็อคคงไม่จำเป็นเพราะถ้าเค้าจะเปิดกระเป๋าเราจริงๆ เอาปากกาจิ้มซิปก็เปิดได้แล้ว ฮืออ T^T
  3. เจ้าหน้าที่จะมารับกล่องถึงที่บ้านตามวันและเวลาที่นัด ทั้งนี้ทั้งนั้นเค้ามีหน้าที่แค่มารับกล่องนะคะ ไม่ได้มีหน้าที่ยกกล่องขึ้นรถให้เรา เราต้องรับผิดชอบ ยกได้ด้วยตัวเอง เว้นเสียแต่ว่าเค้าจะมีน้ำใจช่วยเรายก กล่องที่เหลือๆ ก็ส่งกลับคืนไปกับเจ้าหน้าที่ได้ตอนนี้เลยค่ะ
  4. สมบัติขึ้นรถไปหมดแล้ว โบกมือบ๊ายบาย แล้วเตรียมตัวไปเที่ยว เอ้ยย! กลับบ้านสิ
  5. สัมภาระจะใช้เวลาเป็นเดือนๆ นะคะกว่าจะมาถึง ต้องใจเย็นๆ เราไปเที่ยว 1 เดือน กลับมารออีก 2-3 สัปดาห์กล่องก็มาถึง ทุกอย่างเรียบร้อยดี ไม่บุบ ไม่ยุบ ไม่พัง เย้!

ความลีลาในการกลับบ้านของเรากับเพื่อนๆ ก็มีประมาณนี้ ใครอยากมีการเดินทางกลับบ้านเป็นเดือนก็ลองไปประยุคดูได้นะ 🙂

luggage-1436515_960_720

 

Go to top