เราคือใคร

Hands On Education Consultants เป็นบริษัทที่มีความเป็นมืออาชีพและให้ความเป็นกันเองในการให้คำปรึกษาในเรื่องการศึกษาในประเทศอังกฤษ บริษัทก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี พ.ศ. 2548


เราเป็นตัวแทนประเทศใดบ้าง

เราเชี่ยวชาญเฉพาะสหราชอาณาจักร เนื่องจากเรามีประสบการณ์กว้างไกลที่นั่น


เรามีประสบการณ์ด้านใดบ้าง

ทีมงานที่ปรึกษาของเราล้วนผ่านการศึกษาจากสหราชอาณาจักรทั้งสิ้น นอกจากนี้ที่ปรึกษาทุกท่านยังได้ไปเยือนสหราชอาณาจักรเป็นประจำเพื่อรับทราบข้อมูลข่าวสารจากมหาวิทยาลัยที่เราเป็นตัวแทน


เรามีความแตกต่างอย่างไร

‘Hands On’ มีความภูมิใจในชื่อเสียงในการให้บริการอย่างมืออาชีพและเป็นมิตร เราตระหนักดีว่าการศึกษาในสหราชอาณาจักรเป็นเป้าหมายหลักและการลงทุนอย่างหนึ่ง เราจึงมุ่งที่จะเสนอให้คำปรึกษาอย่างเป็นอิสระเพื่อที่คุณจะได้พิจารณาทางเลือกอย่างถี่ถ้วน และเราจะประสานความคืบหน้าในการสมัครให้กับคุณเป็นระยะ


ทำไมต้องเลือกใช้ตัวแทน

การสมัครเข้าศึกษาที่สหราชอาณาจักรไม่ค่อยยุ่งยากและมหาวิทยาลัยส่วนน้อยที่คิดค่าสมัคร อย่างไรก็ตามการเลือกหลักสูตรและมหาวิทยาลัยที่เหมาะสม ตลอดจนการติดตามสถานะของการสมัครและการติดต่อประสานกับทางมหาวิทยาลัยอาจทำให้คุณเสียเวลาได้ Hands On จึงช่วยให้คุณผ่านขั้นตอนที่สำคัญเหล่านี้ให้ลุล่วงด้วยดี เพื่อให้คุณแน่ใจกับแผนที่วางไว้และจัดการสิ่งต่างๆ ได้ถูกต้องทันเวลา เรามีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ อีกทั้งการติดต่ออย่างใกล้ชิดกับมหาวิทยาลัยที่เราเป็นตัวแทน ซึ่งจะช่วยให้คุณผ่านเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดไปได้ เมื่อคุณได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยแล้ว ก็ยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่คุณต้องจัดการ ซึ่งเราจะช่วยให้คุณบริหารจัดการทุกอย่างที่เกี่ยวข้อง (อาทิ ที่พัก วีซ่า ภาษาอังกฤษ และการเดินทาง เป็นต้น) เราสามารถแนะนำคุณให้ทำความรู้จักกับนักศึกษาท่านอื่นๆ ทั้งที่กำลังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยที่ท่านกำลังจะไป และนักศึกษาที่กำลังจะเดินทางไปพร้อมกับคุณ รวมทั้งจัดทำสรุปก่อนการเดินทางและให้คำแนะนำกับคุณ การให้บริการทุกอย่างของเราไม่เสียค่าใช้จ่าย ดังนั้น หากคุณเลือกใช้บริการของเรา ก็จะไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมแต่อย่างใด สำนักงานของเรามีทั้งหมด 5 สาขา นั่นคือ สาขาสีลม, สาขาชิดลม, สาขาปิ่นเกล้า, สาขาพระราม 2 และสาขาเชียงใหม่ คุณสามารถเลือกใช้บริการของเรา โดยเลือกสาขาที่คุณเดินทางสะดวก บางครั้งเราก็ยินดีให้คำแนะนำนอกเหนือจากเวลาทำการดังกล่าว ดังนั้น กรุณาโทรมาปรึกษาเพื่อนัดหมายเวลาที่คุณสะดวกได้


เราคิดค่าบริการหรือไม่

เราให้บริการกับนักเรียนโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

ทำไมเลือกศึกษาที่สหราชอาณาจักร

มีเหตุผลหลายประการในการเลือกศึกษาในสหราชอาณาจักร ทุกๆ ปี มีนักเรียนมากกว่า 100,000 คน ได้เดินทางไปศึกษาต่อที่นั่น ด้วยเหตุผลหลักๆ ได้แก่

คุณภาพของการเรียนการสอนและการทำวิจัย – รัฐบาลอังกฤษมีการตรวจสอบคุณภาพการเรียนการสอนและการทำวิจัยในมหาวิทยาลัยของรัฐทุกแห่ง ซึ่งเป็นการรับประกันมาตรฐาน ประเทศอังกฤษมีระบบการประกันคุณภาพที่ดีที่สุดสำหรับการศึกษาในระดับสูง

ภาษาอังกฤษ – ภายหลังจบการศึกษาจากประเทศอังกฤษ ภาษาอังกฤษของคุณจะต้องดียิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับคุณและทำให้นายจ้างของคุณประทับใจ

แนวทางการเรียนการสอน – จะเน้นที่การคิดและการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ นักศึกษาจะเข้าร่วมชั้นเรียนและมีส่วนร่วมในหัวข้อวิจัย และในแต่ละหลักสูตรจะช่วยพัฒนาทักษะการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างต่อเนื่องซึ่งมีความสำคัญกับการงานในอนาคตของคุณได้

หลักสูตรจะสั้นกว่าในประเทศอื่น – ในประเทศอังกฤษ หลักสูตรการเรียนการสอนจะใช้เวลาน้อยกว่าในประเทศอื่นๆ ซึ่งหมายความว่า คุณจะได้รับการรับรองวุฒิและกลับไปประกอบอาชีพได้ในเวลาที่สั้นกว่า ในข้อนี้ทำให้ประเทศอังกฤษถือเป็นทางเลือกที่ประหยัดกว่า


มหาวิทยาลัยมีความแตกต่างกันหรือไม่

ถึงแม้ว่ามหาวิทยาลัยทุกแห่งจะได้รับทุนสนับสนุนและถูกตรวจสอบจากรัฐบาลอยู่แล้ว แต่กระนั้นก็ยังมีความแตกต่างอยู่ระหว่าง “มหาวิทยาลัยที่เก่าแก่” และ “มหาวิทยาลัยที่สร้างใหม่” สำหรับมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่นั้น ได้สร้างมาก่อน ค.ศ. 1992 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเน้นเรื่องการเรียนการสอนและการทำวิจัย ซึ่งมักจะได้รับคะแนนสูงแบบสำรวจประเมินของรัฐ ตลอดจนตารางจัดอันดับ รวมทั้งอาจารย์และเจ้าหน้าที่จำนวนมากกว่า ก็เท่ากับว่ามีคุณสมบัติด้านความรู้และการศึกษายิ่งขึ้น มหาวิทยาลัยเหล่านี้จึงมักมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าและเกณฑ์ในการรับเข้าศึกษาที่สูงมาก ส่วนมหาวิทยาลัยที่สร้างใหม่นั้น จะมาจากทางสายวิทยาลัยอาชีวะหรือวิทยาลัยซึ่งได้รับการรับรองสถานะเป็นมหาวิทยาลัยในปี ค.ศ. 1992 จากรัฐบาลอังกฤษ มหาวิทยาลัยเหล่านี้มีชื่อเสียงทางด้านการฝึกทักษะวิชาชีพและเน้นการเตรียมพร้อมสำหรับการประกอบธุรกิจให้กับนักศึกษามากกว่าเน้นด้านการทำวิจัย บ่อยครั้งที่อาจารย์และเจ้าหน้าที่ไม่ได้มีวุฒิปริญญาเอกในสาขาที่สอน แต่มักมีประสบการณ์หลายปีในด้านธุรกิจอุตสาหกรรมมาแลกเปลี่ยน อัตราค่าเล่าเรียนและเกณฑ์ในการรับเข้าศึกษาอาจจะต่ำกว่าเล็กน้อย และมีหลักสูตรที่เปิดเรียนในเดือนมกราคม


มีวุฒิการศึกษาระดับใดบ้าง

ในประเทศอังกฤษมีโปรแกรมการศึกษาให้เลือกมากมาย

ระดับปริญญาตรี – ปกติใช้เวลาเรียน 3 ปี มีทั้งสาขาศิลปศาสตร์ (BA) สาขาวิทยาศาสตร์ (BSc) สาขาวิศวกรรมศาสตร์ (BEng) หรือสาขานิติศาสตร์ (LLB) ในบางสาขาอนุญาตให้นักศึกษาทำงานไปด้วยในระหว่างศึกษาเพื่อให้ได้รับประสบการณ์ที่มีค่า

ระดับสูงกว่าปริญญาตรี – ในระดับนี้มีหลากหลายสาขา แต่ที่นิยมกันได้แก่ สาขาการสอนและการทำวิจัย

สาขาการสอน:

ระดับปริญญาโท (MA, MSc, LLM) – หลักสูตรใช้ระยะเวลาศึกษา 1 ปี ซึ่งรวมทั้งวิชาการสอน การทำแบบฝึกหัด ข้อสอบ และหัวข้อวิจัยอิสระ นักศึกษาจะได้มีส่วนร่วมในชั้นเรียนและอภิปรายแสดงความคิดเห็น และยังได้เขียนสารนิพนธ์หรือทำโครงการซึ่งจะเป็นส่วนย่อยหนึ่งของงานวิจัยของตนเอง โดยปกติมักคิดคะแนนประมาณร้อยละ 25-30

อนุปริญญา / ประกาศนียบัตรระดับสูง (PGDip / PGCert) – โดยปกติแล้วรายวิชาที่เรียนจะเหมือนกันกับในระดับปริญญาโท เว้นแต่ไม่มีการเขียนสารนิพนธ์ ในบางสาขายังอนุญาตให้นักศึกษาได้ทำสารนิพนธ์เพื่อรับวุฒิปริญญาโทได้ แต่บางสาขาก็ไม่อนุญาต

การทำวิจัย:

ระดับปริญญาเอก ใช้ตัวย่อว่า PhD เป็นระดับชั้นสูงสุดที่คุณจะได้รับและขึ้นอยู่กับการเขียนวิทยานิพนธ์ของคุณ เมื่อคุณเรียนจบระดับปริญญาเอก ก็สามารถเรียกตัวเองว่า ด๊อกเตอร์ (ดร.) วิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอกนี้จะต้องเพิ่มเติมจากความรู้เดิมที่มีอยู่แล้ว ซึ่งในการทำวิทยานิพนธ์ นักศึกษาจะต้องสำรวจ นำสืบ ไตร่ตรองพิจารณาหัวข้อที่คัดเลือกมา แล้วขยายองค์ความรู้ในสาขาดังกล่าว ในแวดวงวิชาการมักใช้ผลงานวิจัยในการรวบรวมความคิด

นักศึกษาจะเริ่มต้นจากการค้นหาผลงานวิจัยและทบทวนเพื่อคัดผลงานตีพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อที่เลือกไว้ โดยปกตินักศึกษาจะเริ่มจากงานอ้างอิงทั่วไป แต่ยังต้องค้นคว้าวารสารและสิ่งพิมพ์ที่แวดวงวิชาการใช้ในการรายงาน แลกเปลี่ยน และถกเถียงข้อมูลกัน จากนั้นนักศึกษาจะทดลองสมมติฐานและทำการวิจัยก่อนที่จะเขียนสรุปการวิเคราะห์ มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งสร้างเกณฑ์ทั่วไปที่นักศึกษาต้องทำตามเพื่อให้ได้รับปริญญาเอก และนักศึกษาต้องตรวจสอบให้ดีกับอาจารย์ที่ปรึกษา

ในโปรแกรมปริญญาเอกแบบดั้งเดิม นักศึกษาไม่ต้องเรียนรายวิชาในชั้นเรียน แต่จะมีการอบรมทักษะและแนวทางในการทำวิจัย ระยะเวลาในการศึกษาอย่างน้อย 3 ปี ใน 2 ปีแรก จะเป็นการค้นคว้าและวางแผนการทำวิทยานิพนธ์ ส่วนในปีที่ 3 ก็จะเป็นการเขียนวิทยานิพนธ์ ตามเกณฑ์ทั่วไปนั้น การเขียนวิทยานิพนธ์จะใช้ประมาณ 80,000-90,000 คำ

แบบแผนการศึกษาระดับปริญญาเอกใหม่ (NewRoutePhD) สามารถเทียบเท่าได้กับการศึกษาระดับปริญญาเอกแบบดั้งเดิมของอังกฤษที่มีมาตรฐานสูง แบบใหม่นี้ประกอบด้วยกรอบการทำงานที่ยืดหยุ่นซึ่งรวมเอาส่วนของรายวิชาการสอนเฉพาะและหน่วยฝึกหัดที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพในทักษะและการเรียนรู้ของนักศึกษา แบบแผนนี้ใช้ระยะเวลาในการศึกษา 4 ปี

ในระหว่างการทำปริญญาเอก นักศึกษาต้องทำงานวิจัยค้นคว้าด้วยตนเองภายใต้การแนะนำจากอาจารย์ที่ปรึกษา และนักศึกษาจะต้องไปพบเป็นประจำ

ในการสมัครเรียนระดับปริญญาเอก นักศึกษาต้องจัดเตรียมข้อเสนอในการทำวิจัย ซึ่งรวมเอาการวางแผนในการจัดทำวิทยานิพนธ์ไว้ด้วย ข้อเสนอนี้จะใช้เป็นพื้นฐานในการอภิปรายกับอาจารย์ที่ปรึกษาเกี่ยวกับแนวทางและเป้าหมายของการทำวิจัยที่มุ่งหวัง

ในแต่ละปีมีนักศึกษาไทยประมาณ 800 คน กำลังศึกษาระดับปริญญาเอกในประเทศอังกฤษ ในหลากหลายสาขาและในเกือบทุกมหาวิทยาลัย นักศึกษาหลายท่านได้รับทุนจากรัฐบาลไทยหรือจากนายจ้าง รัฐบาลอังกฤษก็มีทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาต่างชาติที่เรียกว่า ทุนวิจัยสำหรับนักศึกษาต่างชาติ (Overseas Research Scholarships) ด้วยเช่นกัน ดังนั้น เมื่อคุณทำการสมัคร โปรดตรวจสอบว่าคุณได้รับการพิจารณาสำหรับทุนเหล่านี้หรือไม่


ทำไมการศึกษาระดับปริญญาที่ประเทศอังกฤษจึงใช้เวลาน้อยกว่าที่อื่น

การศึกษาระดับปริญญาที่ประเทศอังกฤษใช้เวลาน้อยกว่าที่ประเทศอื่นเป็นเพราะโครงสร้างของระบบการศึกษา โดยทั่วไปแล้ว ในประเทศอังกฤษ นักเรียนมีความชำนาญในสาขาวิชาที่ถนัดตั้งแต่อายุยังน้อย (ประมาณ 16 ปี) ซึ่งหมายความว่า การศึกษาระดับปริญญาตรีจะมุ่งที่นักศึกษาที่มีความรู้ในสาขาวิชาอยู่แล้วและจะพัฒนาให้เกิดความเชี่ยวชาญเพิ่มเติมในสาขาวิชาดังกล่าว ในบางประเทศนักศึกษาเรียนหลากหลายวิชาระหว่างศึกษาระดับปริญญาตรี

การศึกษาระดับปริญญาโทมุ่งที่จะสร้างความรู้จากระดับปริญญาตรี ดังนั้น จึงมักกำหนดให้นักศึกษาต้องมีความรู้ในสาขานั้นๆ มาก่อน (แม้ว่าจะมีบางหลักสูตรที่อนุญาตให้นักศึกษาสามารถเปลี่ยนวิชาเอกได้)


แนวทางการเรียนการสอนที่ประเทศอังกฤษแตกต่างจากที่อื่นไหม

วิธีการเรียนการสอนที่ประเทศอังกฤษแตกต่างจากในหลายประเทศ ตรงที่นักศึกษาได้รับการกระตุ้นให้พัฒนาการเข้าถึงการเรียนรู้มากกว่าจะได้เรียนรู้แค่จากสิ่งที่สอน

ไม่ว่าจะเรียนหลักสูตรไหน คุณก็จะพบว่ามันท้าทายและวิธีการเรียนการสอนก็แตกต่างมากจากสิ่งที่คุณเคยชิน บางครั้งความแตกต่างที่สำคัญที่สุดคือจำนวนของการศึกษาอิสระ คุณจะได้รับการคาดหวังว่าจะทำและนั่นเองคุณจะได้รับการกระตุ้นให้พัฒนาความคิดเห็นและข้อสงสัยของคุณจากสิ่งที่คุณเรียนรู้ทั้งหมด และหากคุณกำลังศึกษาหลักสูตรด้านเทคนิค คุณก็จะใช้เวลาส่วนใหญ่ในห้องปฏิบัติการหรือในเวิร์คช็อปเพื่อเพิ่มพูนทักษะของคุณ

ในทุกระดับปริญญา คุณจะต้องศึกษาด้วยตัวของคุณเอง นั่นคือใช้เวลาในห้องสมุดและค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับวิชาที่เรียนจากอินเตอร์เน็ต คุณจะต้องทำการวิเคราะห์และทบทวนผลการวิจัยของคุณ และให้ความเห็นในเชิงวิเคราะห์ มากกว่าที่จะแค่เขียนรายงานสิ่งที่คุณค้นพบ

คุณจะต้องเข้าร่วมในชั้นเรียนและมีส่วนร่วม ให้ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในการอภิปรายกลุ่ม หากคุณไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ได้รับการบอกกล่าวหรือสิ่งที่ได้อ่านมา คุณควรจะคัดค้าน แต่อย่าลืมว่า คุณต้องโต้แย้งสำหรับความคิดเห็นและผลงานวิจัยของคุณในเชิงวิชาการเช่นกัน


การศึกษาระดับปริญญาจากประเทศอังกฤษได้รับการรับรองหรือไม่

การศึกษาระดับปริญญาที่ประเทศอังกฤษมีชื่อเสียงและได้รับการรับรองจากทั่วโลก เพราะมีระบบการตรวจสอบและประกันคุณภาพระหว่างมหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษด้วยกันอยู่แล้ว


ฉันต้องมีวีซ่าหรือไม่

ใช่แล้ว นักศึกษาชาวไทยต้องมีวีซ่า โปรดดูข้อมูลล่าสุดได้ที่เว็บไซต์ www.vfs-uk-th.com

เกณฑ์ในการรับสมัครคืออะไร

การศึกษาระดับสูงในประเทศอังกฤษมีชื่อเสียงไปทั่วโลกในด้านคุณภาพการเรียนการสอน และยังคงรักษามาตรฐานการรับเข้าเรียนที่ยาก สิ่งสำคัญคือ คุณต้องกรอกใบสมัครให้ครบถ้วนเพื่อให้แน่ใจว่าจะได้รับโอกาสในการเข้าศึกษาต่อในมหาวทิยาลัยที่คุณเลือก

อย่าลืมว่าสิ่งที่คุณกรอกในใบสมัครเป็นข้อมูลทั้งหมดที่มหาวิทยาลัยมีเกี่ยวกับคุณ ซึ่งข้อมูลนี้จะถูกนำมาตัดสินว่าจะรับคุณเข้าศึกษาหรือไม่

โดยปกติ ในแต่ละหลักสูตรจะมีบุคคลที่ทำหน้าที่เป็นผู้รับเข้าศึกษา ซึ่งก็เป็นอาจารย์ผู้สอนด้วยเช่นกัน ดังนั้นบุคคลท่านนี้จึงไม่ค่อยมีเวลามากนัก เขาจะตรวจดูเอกสารการสมัครแล้วตัดสินใจคัดเลือก สิ่งที่สำคัญที่จะช่วยให้การตรวจดูข้อมูลนี้เป็นไปอย่างสะดวกราบรื่น ก็คือ เขียนใบสมัครของคุณให้ชัดเจนและอ่านง่าย

อย่าลืมว่าหลักสูตรที่เป็นที่นิยมนั้น นักศึกษาส่วนมากก็สมัครเช่นกัน ดังนั้นจึงจะมีใบสมัครให้ตรวจสอบค่อนข้างมาก หลักสูตรเหล่านี้จะเต็มเร็ว ดังนั้นจึงควรตรวจดูตารางปิดรับสมัครให้ดี รวมทั้งกำหนดปิดรับทุนการศึกษาด้วย อย่าลืมตอบคำถามและให้ข้อมูลในใบสมัครอย่างครบถ้วน

ในการตัดสินใจเลือกผู้มีสิทธิเข้าเรียนนั้น มักจะพิจารณาจากปัจจัยหลัก 3 ประการ ได้แก่

  • พื้นฐานการศึกษา
  • ระดับความรู้ภาษาอังกฤษ
  • ประสบการณ์

แน่นอนว่าไม่ใช่เพียงแค่สิ่งเหล่านี้ที่คุณจะต้องคำนึงถึง ใบสมัครแต่ละใบยังต้องพิจารณาจากความสามารถอีกด้วย แต่สิ่งเหล่านี้ก็มักเป็นปัจจัยหลัก


ฉันต้องใช้เอกสารการสมัครอะไรบ้าง

ในการให้ข้อมูลที่ระบุไว้ให้ครบถ้วนนั้น คุณต้องจัดเตรียมเอกสารประกอบการสมัคร ดังนี้

  • วุฒิบัตรและหลักฐานการศึกษาที่เรียนมา (แม้ว่าคุณจะทำการสมัครไว้ก่อนที่คุณจะเรียนจบก็ตาม คุณควรจะให้ข้อมูลล่าสุดด้วย) หลักฐานนี้ควรระบุคำอธิบายเกรดที่ได้รับและระบบการให้คะแนน
  • หลักฐานคุณสมบัติความรู้ด้านภาษาอังกฤษ ปกติใช้คะแนนทดสอบจาก IELTS หรือ TOEFLE (หรือระบุให้ชัดเจนว่าคุณกำลังรอผลการทดสอบอยู่)
  • จดหมายรับรอง / อ้างอิง 2 ฉบับ อย่างน้อยหนึ่งฉบับต้องมาจากอาจารย์ที่ปรึกษาของคุณ (มหาวิทยาลัยบางแห่งมีแบบฟอร์มให้กรอกโดยเฉพาะ)
  • เรียงความแนะนำตัวเองและอธิบายวัตถุประสงค์การเลือกเรียนหลักสูตรนี้
  • เป็นการดีที่จะแนบประวัติย่อ หรือ CV ที่ให้รายละเอียดเกี่ยวกับประสบการณ์ในการทำงานหรือข้อมูลอื่นๆ ที่ต้องการบอกเกี่ยวกับตัวคุณ)
  • ถ้าคุณได้รับทุนการศึกษา เป็นการดีที่จะแนบสำเนาจดหมายยืนยันการได้รับทุนการศึกษานี้ด้วย

 เอกสารทั้งหมดนี้ควรจัดเตรียมเป็นภาษาอังกฤษ และหากไม่สามารถส่งต้นฉบับไปได้ ต้องทำสำเนาและมีการรับรองอย่างถูกต้อง (เราจัดการที่ Hands On ได้)


มีเกณฑ์ภาษาอังกฤษอย่างไร

การมีความมั่นใจในภาษาอังกฤษ (ทั้งการฟัง พูด อ่านและเขียน) เป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งในการศึกษาในต่างประเทศ

นักศึกษาต่างชาติทุกคนที่จะไปศึกษาที่ประเทศอังกฤษ จำเป็นต้องแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ ด้วยการผ่านการทดสอบการวัดความรู้ความเข้าใจในภาษาอังกฤษจากสถาบันที่มีมาตรฐาน บางครั้งคุณอาจผ่านการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษมาแล้ว ซึ่งจะมีส่วนช่วยเหลือคุณได้มาก

แบบทดสอบที่ใช้เป็นมาตรฐานทั่วไป ได้แก่ แบบทดสอบ IELTS จัดทำโดยบริติชเคานซิล หรือ IDP และแบบทดสอบ TOEFL ซึ่งข้อมูลจากตารางนี้อาจใช้เป็นแนวทางบอกระดับที่ต้องการเพื่อศึกษาต่อที่อังกฤษ

หากคุณกำลังคิดที่จะไปศึกษายังต่างประเทศ เราขอแนะนำให้คุณทำการทดสอบโดยเร็วที่สุด แม้ว่าคุณจะยังไม่มีความมั่นใจพอ ผลการทดสอบจะแสดงให้เห็นถึงระดับความสามารถด้านภาษาอังกฤษ ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น ยังจะบอกคุณได้ว่าคุณต้องพยายามอีกมากเท่าไหร่เพื่อให้ได้คะแนนที่ต้องการ คุณอาจไม่จำเป็นต้องมีผลคะแนนที่คุณต้องการในตอนที่คุณส่งใบสมัคร เพียงแค่คุณต้องการได้รับการพิจารณา “ตอบรับแบบมีเงื่อนไข” เท่านั้น ซึ่งเป็นเอกสารที่คุณจำเป็นต้องใช้ประกอบการยื่นขอวีซ่านักเรียน


ฉันควรทดสอบ IELTS หรือ TOEFL ดี

หากต้องการศึกษาต่อที่สหราชอาณาจักร คุณจะต้องมีคะแนนแบบทดสอบ IELTS ซึ่งเป็นแบบทดสอบที่ได้รับการยอมรับโดย UK Visa & Immigration service หรือสามารถใช้คะแนนของแบบทดสอบอีกประเภทหนึ่ง คือ Secure English Language ได้เช่นกัน


วันปิดรับสมัครเมื่อไหร่

สำหรับหลักสูตรส่วนใหญ่แล้ว มักไม่มีกำหนดปิดรับสมัคร แต่หลักสูตรที่เป็นที่นิยมมักจะเต็มเร็ว จำไว้ว่าหลักสูตรส่วนใหญ่เริ่มในเดือนกันยายน แต่คุณสามารถสมัครเรียนเมื่อไหร่ก็ได้ก่อนเปิดภาคการศึกษาในปีนั้นๆ เราขอแนะนำให้คุณสมัครให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้เมื่อคุณรู้ว่าสนใจในหลักสูตรไหน บางครั้งมหาวิทยาลัยบางแห่งไม่ได้ทำการตอบรับรวดเร็วทันใจคุณ ดังนั้นจะเป็นการดีที่สุดที่จะไม่รอนานจนเกินไปก่อนที่จะส่งใบสมัคร เป็นความคิดที่ดีด้วยที่จะสมัครแต่เนิ่นๆ แม้ว่าคุณจะยังไม่มีผลคะแนนภาษาอังกฤษที่พอใจ เนื่องด้วยคุณจะได้มีเวลาวางแผนในการเรียนภาษาอังกฤษหลักสูตรเข้มข้นที่คุณต้องการได้

ถ้าคุณสนใจที่จะสมัครขอรับทุนการศึกษา ต้องคำนึงว่าการขอรับทุนนั้นมีกำหนดปิดรับสมัครซึ่งอาจจะปิดรับตั้งแต่ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ ดังนั้นต้องตรวจสอบอยู่เสมอ


ใช้เวลานานเท่าไหร่กว่าจะได้รับคำตอบ

ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัยและหลักสูตรที่สมัคร แต่โดยปกติจะใช้เวลาประมาณ 4-6 สัปดาห์ ในการตอบรับ แต่บางครั้งก็อาจนานกว่านี้ การสมัครเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาเอกมักใช้เวลานานกว่านี้


ถ้าหากว่าฉันไม่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติล่ะ

มีหลักสูตรและมหาวิทยาลัยหลายระดับที่เหมาะสมกับทุกคน ที่ปรึกษาของเราสามารถให้คำแนะนำคุณได้ในประเภทของหลักสูตรที่เหมาะสม มหาวิทยาลัยหลายแห่งมีการเรียนพื้นฐานวิชาการสำหรับนักศึกษาที่ยังมีคุณสมบัติไม่ถึงเกณฑ์


แล้วถ้าหากฉันได้รับคะแนนจากการวัดระดับภาษาอังกฤษไม่ดีพอล่ะ

หากคุณไม่ได้รับคะแนนที่ดีพอ คุณอาจจะเลือกเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติมเป็นหลักสูตรเข้มข้นในภาคฤดูร้อน โดยมากมักเรียกว่าเป็นหลักสูตรพื้นฐาน ซึ่งออกแบบโดยเฉพาะสำหรับนักศึกษาต่างชาติที่ต้องการศึกษาในประเทศอังกฤษ และแม้แต่นักศึกษาที่มีคะแนนดีพอแล้วก็ยังเลือกมาเรียนหลักสูตร 1 เดือน

หลักสูตรภาษาอังกฤษมีให้เลือกทั้งแบบ 12 สัปดาห์ 8 สัปดาห์ หรือ 4 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับระดับขั้นความสามารถทางภาษาอังกฤษของคุณ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายประมาณ 700-1,000 ปอนด์ต่อเดือน หากใช้เกณฑ์คำนวณคร่าวๆ คุณน่าจะปรับปรุงคะแนน IELTS ได้ถึงครึ่งหนึ่งในทุก 6 สัปดาห์ของหลักสูตรเข้มข้นนี้เลยทีเดียว


หลังจากส่งใบสมัครไปแล้ว ต้องทำอะไรต่อ

เมื่อคุณส่งใบสมัครไปแล้ว คุณต้องคอยคำตอบจากมหาวิทยาลัย ซึ่งบางครั้งอาจใช้เวลานานกว่าที่คิดไว้ และพวกเขามักจะบอกเหตุผลว่า

การตอบรับแบบมีเงื่อนไข – หมายถึงว่า คุณได้รับการตอบรับให้เข้าเรียน แต่ยังต้องเพิ่มเติมคุณสมบัติบางข้อให้ครบถ้วนก่อนเข้าเรียนหลักสูตร เงื่อนไขที่พบได้ทั่วไปคือ ความรู้ด้านภาษาอังกฤษ แต่คุณก็อาจติดเงื่อนไขเกี่ยวกับคะแนน GPA หากคุณยังเรียนไม่จบชั้น
การตอบรับแบบไม่มีเงื่อนไข – หากคุณมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเกณฑ์ คุณจะได้รับการตอบรับแบบไม่มีเงื่อนไข ซึ่งหมายความว่า คุณได้เข้าเรียนในสาขาที่สมัครได้เลย
การปฏิเสธ – หากคุณมีคุณสมบัติที่ไม่เหมาะสมกับโปรแกรม ทางมหาวิทยาลัยจะส่งจดหมายแจ้งว่าคุณไม่ได้เรียนในสาขาที่สมัคร

เมื่อคุณได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งที่สมัครไว้ คุณก็ต้องเลือกตัดสินใจว่าข้อเสนอที่ไหนที่คุณต้องการและตอบยืนยันกลับไปทางมหาวิทยาลัย จากนั้นคุณสามารถเริ่มต้นการดำเนินการจัดการเรื่องที่พักและการขอวีซ่า


การสมัครเรียนระดับปริญญาเอกแตกต่างจากการสมัครทั่วไปไหม

เมื่อคุณสมัครเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาเอก คุณต้องเขียนข้อเสนองานวิจัย เป็นส่วนหนึ่งของใบสมัครด้วย ปริญญาเอกนี้จะได้รับก็ต่อเมื่อคุณได้แสดงถึงความทุ่มเทอย่างแท้จริงให้กับความรู้ในสาขาวิชาที่เลือก ข้อเสนองานวิจัยอาจจะเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดในการสมัครเข้าศึกษาในระดับปริญญาเอก ซึ่งต้องเตรียมมาอย่างรอบคอบเพื่อที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับการตอบรับให้เข้าศึกษาต่อ

ข้อเสนอนี้เป็นแนวทางในการทำวิจัยของคุณ มากกว่าจะเป็นการอธิบายแผนงานอย่างละเอียดที่คุณต้องติดตามตลอดทั้งการทำวิทยานิพนธ์ อย่างไรก็ตามข้อเสนอก็เป็นข้อมูลพื้นฐานให้อาจารย์ที่ปรึกษาตัดสินใจว่าจะรับเป็นที่ปรึกษางานวิจัยชิ้นนี้หรือไม่ และมักจะเปิดให้มีการอภิปรายอยู่เสมอ การเน้นขอบเขตของงานวิจัยเป็นสิ่งสำคัญ พยายามหลีกเลี่ยงเรื่องทั่วไปที่ไม่เหมาะกับปริญญาเอก ซึ่งการที่หัวข้อกว้างเกินไป ก็อาจทำให้ถูกปฏิเสธได้ มีแนวทางอย่างกว้างๆ แนะนำคือ พยายามให้เอกสารนี้กระชับได้ใจความ และมักจำกัดคำไม่เกิน 1,500-2,000 คำ ภายในข้อเสนอนี้ ควรมีคำถามดังต่อไปนี้

1. อธิบายให้กระจ่างถึงสาขาวิชาที่ต้องการทำวิจัย มีปัญหาหลักนำวิจัย และกำหนดขอบเขตงานวิจัย ส่วนนี้อาจใส่ชื่อหัวข้อวิจัย
2. แสดงหลักฐานการทบทวนวรรณกรรมโดยระบุรายการนักวิจัยที่มีความทุ่มเทในสาขานี้ ให้แนะนำว่างานวิจัยของคุณจะเพิ่มหรือต่อยอดความรู้ที่มีอยู่อย่างไร
3. อธิบายขอบเขตของปัญหา สมมุติฐาน และแนวทางในการทำวิจัย ให้รายละเอียดวิธีการทำวิจัย เทคนิคการวิจัยที่จะใช้ อาจรวมตารางเวลาการศึกษาวิจัย เพราะงานวิจัยเชิงปริมาณและการสังเกตอาจใช้เวลาในการรวบรวมข้อมูล แสดงหลักฐานของแผนการศึกษา
4. อะไรคือลักษณะเฉพาะที่คาดหวังว่าวิทยานิพนธ์ได้ครอบคลุมหรืออธิบายความรู้เพิ่มเติมในสาขานั้นๆ
5. บรรณานุกรม รวบรวมผลงานวิจัยที่คุณนำมาใช้ประกอบในการจัดทำข้อเสนอวิจัย

คุณอาจต้องการรวบรวมรายละเอียดหรือการอ้างอิงงานของผู้อื่นที่คุณได้ทำไว้ในสาขานี้

พึงระลึกด้วยว่าข้อเสนองานวิจัยของคุณจะไม่ถูกตัดสินเพียงแค่จากเนื้อหา แต่รวมถึงการนำเสนอด้วยเช่นกัน ให้แน่ใจว่า ข้อเสนอได้รับการนำเสนอที่ดี มีการจัดทำเอกสารอย่างมืออาชีพ

ฉันจะเลือกหลักสูตรอย่างไร

มีหลักสูตรให้เลือกศึกษามากมาย และการต้องตัดสินใจนั้นก็อาจจะสร้างความลำบากได้ โดยเฉพาะเมื่อไม่สะดวกที่จะไปเยี่ยมชมมหาวิทยาลัยนั้นๆ การตัดสินใจเลือกศึกษาหลักสูตรอะไรและที่ไหนนั้นเป็นสิ่งสำคัญ การเลือกหลักสูตรที่เหมาะสมจะทำให้การศึกษาผ่านไปได้อย่างราบรื่นและได้รับประสบการณ์ที่คุ้มค่า แต่หากตัดสินใจผิด ก็จะส่งผลกระทบต่อประสบการณ์ในอังกฤษเลยทีเดียว

บางครั้งสิ่งสำคัญที่สุดคือการมั่นใจว่าคุณได้ทำการค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับหลักสูตรและมหาวิทยาลัยที่สนใจมามากพอ อย่าเพียงแค่มองที่ตารางอันดับมหาวิทยาลัย แล้วนำไปตัดสินว่าคุณควรจะเลือกเรียนที่ไหน แต่คุณควรศึกษาว่าคุณจะเรียนอะไร มีการเรียนการสอนเป็นอย่างไร และมหาวิทยาลัยเป็นในลักษณะใด เวลา 1 ปีเป็นเวลาที่ยาวนาน ดังนั้นจะเป็นการดีกว่าหากได้อาศัยและเรียนในที่ที่คุณชอบ

เป็นการดีที่สุดที่จะคิดว่าหลักสูตรอะไรที่เหมาะกับคุณ มากกว่าจะคิดว่าหลักสูตรอะไรที่ดีที่สุด นักศึกษาต่างกันจะแสดงศักยภาพต่างกันในสภาวะแวดล้อมที่ต่างกัน ด้วยระดับการสนับสนุนที่ต่างกัน แม้ว่าหลักสูตรที่มีชื่อเดียวกันยังอาจมีความแตกต่างในเนื้อหาบางประการ ดังนั้น คุณจำเป็นต้องตรวจสอบให้แน่ชัดถึงสิ่งที่คุณจะศึกษา วิธีที่ดีที่สุดคือ คิดก่อนว่าคุณต้องการศึกษาไปทำไม แล้วจึงทำให้แน่ใจว่าหลักสูตรที่คุณได้เลือกศึกษาลงตัวกับแผนอนาคตของคุณ

มีหนทางหลากหลายให้เริ่มต้นดูที่หลักสูตร บางวิชาจะค่อนข้างธรรมดาและมีสอนทั่วไปในมหาวิทยาลัยเกือบทุกแห่ง ดังนั้นคุณจึงต้องตัดสินใจได้ว่าคุณอยากไปเรียนที่ไหนในประเทศอังกฤษ ในขณะที่บางวิชาอาจเป็นวิชาเฉพาะที่เปิดสอนในมหาวิทยาลัยเพียงไม่กี่แห่ง ดังนั้นคุณจึงมีทางเลือกน้อยลงว่าคุณอยากไปอยู่ที่ไหน นักศึกษาบางคนเลือกตัดสินใจว่าจะไปเรียนที่ไหนจากชื่อเมืองซึ่งสำคัญที่สุดสำหรับพวกเขา เช่น อยากไปเรียนที่เมืองแมนเชสเตอร์หรือกรุงลอนดอน แล้วค่อยเลือกหลักสูตรที่จะเรียนต่อไป

เมื่อคุณพิจารณาทางเลือก โปรดทำอย่างจริงจัง เกณฑ์การรับสมัครในมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งจะแตกต่างกัน แต่โดยมากหลักสูตรที่เป็นที่นิยมในมหาวิทยาลัยที่เป็นที่นิยม ก็จะมีเกณฑ์ค่อนข้างสูงและถือว่าเข้ายาก โปรดตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่าคุณสมบัติของคุณนั้นเพียงพอที่จะสมัครในหลักสูตรที่คุณเลือกหรือไม่

ลองพิจารณาจุดแข็งของภาควิชานั้นๆ ในแต่ละมหาวิทยาลัย แล้วลองดูให้ลึกกว่าการจัดอันดับตามหนังสือพิมพ์ มหาวิทยาลัยที่ติดอันดับสูงอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับทุกๆ หลักสูตรหรือทุกๆ รายวิชา


การจัดอันดับที่ไหนที่เที่ยงตรงที่สุด

มีการจัดอันดับมหาวิทยาลัยในอังกฤษหลากหลายมากซึ่งอาจทำให้เกิดความสับสน ตารางอันดับนี้เป็นประโยชน์กับคุณในแง่ของการดูชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยบางแห่ง แต่ไม่ควรนำมาใช้ประกอบการพิจารณาเพียงสิ่งเดียว

หนังสือพิมพ์แห่งชาติของอังกฤษหลายฉบับตีพิมพ์เรื่องตารางการจัดอันดับในทุกปีเพื่อจัดอันดับมหาวิทยาลัย ซึ่งกฎเกณฑ์ในการตัดสินก็แตกต่างกันไป ตารางหลักเป็นการตัดสินใจมหาวิทยาลัยโดยรวม ไม่ได้ตัดสินจากแต่ละหลักสูตร หากคุณดูหนังสือพิมพ์ที่ต่างกันออกไป คุณก็จะพบว่ามีแบบแผนการจัดอันดับคล้ายคลึงกัน แต่อันดับที่ของมหาวิทยาลัแต่ละแห่งก็อาจต่างกันออกไปในแต่ละหนังสือพิมพ์

ยังมีตารางอันดับต่างกันในแต่ละสาขาวิชา ซึ่งจะช่วยให้คุณมีแนวคิดเกี่ยวกับชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยในแต่ละสาขาวิชา และถ้าคุณเปรียบเทียบเป็นรายวิชากับตารางทั้งหมด คุณจะพบว่ามหาวิทยาลัยเดียวกันอาจได้รับอันดับที่ต่างกันไป การจัดอันดับของหนังสือพิมพ์โดยมากมุ่งเน้นเป็นทางเลือกสำหรับนักเรียนชาวอังกฤษที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

การจัดอันดับอื่นๆ ใช้มาตรฐานจากการตรวจสอบของรัฐถึงคุณภาพในการเรียนการสอนและการทำวิจัยในมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นการกำหนดเกณฑ์คุณภาพสำหรับภาควิชา มีระบบให้เกณฑ์ต่างกันที่ใช้อยู่ 2 ระบบ คือ Teaching Quality Assessment (TQA) และ Research Assessment Exercise (RAE).

ระบบที่อธิบายได้ง่ายที่สุดคือ RAE – กิจกรรมการวิจัยในทุกภาควิชาในทุกมหาวิทยาลัยจะถูกประเมินในเวลาเดียวกัน การประเมินระบบ RAE ครั้งล่าสุดในปี ค.ศ. 2001 และครั้งหน้าจะมีขึ้นในปี ค.ศ. 2008 ภาควิชาทั้งหลายจะได้รับคะแนนจาก 1 ถึง 5* เพื่อประเมินคุณภาพงานวิจัย (เมื่อเร็วๆ นี้ ได้มีการแนะนำคะแนนถึง 6 หรือ 6* เพื่อแสดงภาควิชาที่ได้รับคะแนนสูงสุดติดต่อกัน) คะแนนมีความสำคัญเพราะภาควิชาที่ได้รับคะแนนสูงสามารถดึงดูดทุนสนับสนุนการวิจัยได้มาก รวมทั้งศาสตราจารย์ที่มีชื่อเสียง แต่ในภาควิชาที่มีการวิจัยใหญ่ๆ นักวิจัยหลักอาจจะไม่เคยได้สอนนักศึกษาเลยก็เป็นได้ แต่ในภาควิชาที่เน้นในด้านการเรียนการสอนเป็นหลัก คุณอาจได้ปรึกษาและพบปะกับศาสตราจารย์และนักวิจัยชั้นนำก็ได้

ส่วนการประเมินระบบ TQA มีการเปลี่ยนแปลงหลายครั้ง ดังนั้น คุณจะพบว่ามหาวิทยาลัยหลายแห่งมีคะแนนที่ต่างกันไป บางแห่งได้รับการจัดอันดับ “ยอดเยี่ยม” “เป็นที่น่าพอใจ” หรือ “ต้องปรับปรุง” ในขณะที่หลายแห่งได้รับคะแนนไม่ถึง 24 อีกทั้งการประเมินยังไม่ได้ดำเนินการภายในเวลาเดียวกัน ดังนั้นไม่ใช่ทุกภาควิชาที่จะได้รับการประเมินเมื่อเร็วๆ นี้ – ยกตัวอย่างเช่น สาขาวิชาธุรกิจที่ได้รับการประเมินในลำดับต้นๆ เมื่อปี ค.ศ. 1994-5 และไม่ทุกแห่งที่ได้รับการประเมินอีกครั้งตั้งแต่นั้นมา


ฉันจะติดต่อกับทางมหาวิทยาลัยได้อย่างไร

แน่นอนอยู่แล้วว่าคุณสามารถส่งอีเมลติดต่อหรือโทรสอบถามทางมหาวิทยาลัยได้ด้วยตัวคุณเอง อย่างไรก็ตามเรายินดีที่จะรับติดต่อกับทางมหาวิทยาลัยให้คุณ และเรายังได้เชิญผู้แทนจากมหาวิทยาลัยพันธมิตรของเรามาเยือนที่สำนักงานอยู่เป็นประจำ ดูที่นี่สำหรับรายการผู้มาเยี่ยมชม นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการการศึกษาในกรุงเทพฯ เป็นประจำทุกปี รวมทั้งงานที่จัดโดย Hands On เองอีกด้วย

ฉันควรจะพักอาศัยที่ไหนดี ในหอพักของมหาวิทยาลัยหรือของเอกชน

การเลือกที่พักอาศัยที่เหมาะสมในระหว่างศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษอาจทำให้คุณได้รับประสบการณ์ที่แตกต่างไปอย่างสำคัญ เช่นเดียวกับการเลือกหลักสูตรและมหาวิทยาลัย มีทางเลือกมากมายให้คุณได้พิจารณา แต่ไม่ว่าคุณจะเลือกอยู่ที่ไหน เราขอแนะนำให้คุณจัดการเรื่องที่จำเป็นให้เรียบร้อยก่อนเดินทางไปถึงประเทศอังกฤษ

ในฐานะที่เป็นนักศึกษาต่างชาติ มหาวิทยาลัยส่วนมากจะรับประกันเรื่องที่พักในมหาวิทยาลัยให้อยู่แล้ว ซึ่งก็จะมีประเภทของห้องพักให้เลือกหลายรูปแบบ นักศึกษาส่วนใหญ่จะมีห้องนอนส่วนตัว แต่ค่าใช้จ่ายก็จะมีหลายระดับขึ้นอยู่กับสิ่งอำนวยความสะดวก ยกตัวอย่างเช่น ห้องที่มีห้องน้ำในตัวจะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าห้องที่ต้องใช้ห้องน้ำร่วมกับผู้อื่น เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีข้อให้เลือกในเรื่องอาหาร เช่น คุณอาจเลือกให้ทางที่พักจัดอาหารให้ หรือเลือกที่จะใช้บริการห้องครัวรวมเพื่อประกอบอาหารรับประทานเอง

คุณไม่จำเป็นต้องเลือกที่พักในมหาวิทยาลัยก็ได้ ยังมีห้องพักให้เช่าอีกมากมายหลายแบบอยู่รอบๆ มหาวิทยาลัยถ้าคุณต้องการ อย่างไรก็ตาม คุณอาจเสียเวลากับการเลือกที่พักที่เหมาะสมในขณะที่คุณเองก็ยังมีอีกหลายสิ่งที่ต้องดำเนินการ ดังนั้นเราจึงมักจะแนะนำให้พักหอพักของมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นการเดินทางไปประเทศอังกฤษเป็นครั้งแรก เว้นแต่คุณอาจมีเพื่อนหรือญาติที่สามารถให้คำแนะนำกับคุณได้ พึงระลึกว่าค่าใช้จ่ายด้านที่พักในประเทศอังกฤษนั้นค่อนข้างสูง ดังนั้น แม่แต่การไปพักชั่วคราวแค่ไม่กี่วันในโรงแรมหรือห้องพักอาจเพิ่มค่าใช้จ่ายของคุณได้ แต่ไม่ว่าคุณจะเลือกห้องพักแบบใด เราก็ยินดีที่จะให้คำแนะนำและช่วยจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย

หอพักของมหาวิทยาลัยเป็นทางเลือกที่เสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด เพราะค่าเช่านี้ได้รวมเอาค่าสาธารณูปโภคต่างๆ ไว้เรียบร้อยแล้วและไม่มีการคิดค่าบริการเพิ่มเติมแต่อย่างใด หอพักมักอยู่ภายในบริเวณหรือใกล้ๆ มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยหลายแห่งให้บริการติดตั้งอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงในห้องพักซึ่งคุณสามารถใช้ศึกษาค้นคว้าข้อมูลได้สะดวก ข้อดีอีกประการคือเป็นการพบปะสังสรรค์ทำความรู้จักกับเพื่อนนักศึกษาคนอื่นๆ ได้สะดวก

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าคุณเลือกที่จะอยู่หอพักของมหาวิทยาลัย ก็ยังคงมีสิ่งสำคัญอีกมากมายที่ต้องตรวจสอบ เช่น สัญญาที่คุณลงนามไว้จะเป็นข้อตกลงตามกฎหมาย และคุณอาจพบกับปัญหาในการยกเลิกสัญญานั้นๆ หากคุณเปลี่ยนใจเรื่องที่พักภายหลังจากที่ได้ลงนามไปแล้ว

คุณควรจะตรวจสอบที่พักว่าว่างหรือไม่เนื่องจากบรรยากาศที่พักแต่ละแห่งจะแตกต่างกันไป ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนเช่น ตรวจสอบว่ามีที่พักเฉพาะสำหรับนักศึกษาระดับปริญญาโทหรือไม่ เพราะจะค่อนข้างเงียบสงบและเหมาะสำหรับผู้ต้องการอ่านตำรา มากกว่าหอพักที่มีนักศึกษาระดับปริญญาตรีซึ่งบางครั้งอาจมีเสียงรบกวนด้วย

ค่าใช้จ่ายด้านที่พักอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับสถานที่ที่คุณเลือกไปศึกษา โดยที่ในแถบทางเหนือจะมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าในแถบทางใต้


แล้วเรื่องสุขภาพของฉันล่ะ

นักศึกษาที่เข้าศึกษาเต็มเวลาเป็นเวลามากกว่า 6 เดือน จะมีคุณสมบัติในการได้รับการตรวจรักษาฟรีจากหน่วยบริการสุขภาพแห่งชาติ (National Health Service: NHs) ในประเทศอังกฤษ ส่วนนักศึกษาที่เรียนหลักสูตรที่สั้นกว่านั้นจะได้รับการคุ้มครองฉุกเฉิน รายละเอียดทั้งหมดมีอยู่ในบันทึกสรุป จัดทำโดย UKCOSA เป็นความคิดที่ดีหากจะพิจารณาเรื่องการทำประกัน ซึ่งเราจะให้คำแนะนำกับคุณในเรื่องนี้ได้ในขั้นตอนก่อนเดินทาง


ฉันควรนำอะไรติดตัวไปบ้าง

นักศึกษาต่างกันก็นำแต่ละสิ่งไปไม่เหมือนกัน แต่เราจะให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ได้จากการดูใบสมัครและจะมีขั้นตอนก่อนการเดินทาง ทางเราจะจัดการประชุมเพื่อสรุปขั้นตอนก่อนการเดินทางและให้รายละเอียดกับนักศึกษาทุกท่าน สถาบันหลายแห่งที่เป็นพันธมิตรของเราก็จะให้ข้อมูลที่ละเอียดกับคุณด้วย


มีข้อมูลอื่นๆ ที่ควรทราบอีกไหมสำหรับนักศึกษาต่างชาติ

มีข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากมาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ของเรายินดีที่จะพูดคุยและให้ข้อมูลเหล่านี้เมื่อคุณมาปรึกษาที่สำนักงานของเรา ดูลิงก์ที่เกี่ยวข้องตามหัวข้อที่กล่าวมาก่อนหน้านี้


สภาพภูมิอากาศเป็นอย่างไร

สภาพภูมิอากาศในประเทศอังกฤษแตกต่างจากประเทศไทยมาก ในประเทศอังกฤษโดยปกติภาคใต้จะมีอากาศอบอุ่นกว่าทางภาคเหนือ ฝนมักตกในภาคตะวันตกมากกว่าในภาคตะวันออก มีฤดูที่แตกต่างกัน 4 ฤดู ได้แก่ ฤดูใบไม้ร่วง ฤดูหนาว ฤดูใบไม้ผลิ และฤดูร้อน แต่สภาพอากาศนั้นมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ คุณอาจจะพบกับสภาพอากาศที่แตกต่างกันภายในหนึ่งวันก็ได้ 


การเดินทางในประเทศอังกฤษสะดวกหรือไม่

ใช่แล้ว ด้วยระบบคมนาคมที่ดีเยี่ยมจึงทำให้การเดินทางในประเทศอังกฤษสะดวกอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นรถเมล์ รถไฟ หรือสายการบินต้นทุนต่ำ หากคุณมีบัตรประจำตัวนักศึกษา เช่น บัตร ISE ก็ยังจะได้รับส่วนลดเกือบทุกเที่ยวของการเดินทาง


มีเว็บไซต์อื่นที่เกี่ยวข้องบ้างไหม

British Council – www.britishcouncil.or.th
Club UK magazine – www.educationuk.org/clubuk
HERO www.hero.ac.uk
Education UK – www.educationuk.org
UKCOSA – www.ukcosa.org.uk
NARIC – www.naric.org.uk
Teaching quality Information – www.tqi.ac.uk
Research Rankings – www.rae.ac.uk
Times Rankings – www.timesonline.co.uk/section/0,,716,00.html
Sunday Times – www.timesonline.co.uk/section/0,,8403,00.html – Guardian Rankings
– http://education.guardian.co.uk/higher/
Immigration:
   UK Visas – www.ukvac-th.com
   UK Home Office – www.ind.homeoffice.gov.uk/comingtotheuk/enteringuk
General:
   UKCOSA www.ukcosa.org.uk
   UK airports – www.baa.co.uk
   National Express www.nationalexpress.com
   Train Timetables www.thetrainline.com
   Visit Britain www.visitbritain.com    
   UK weather uk.weather.com
   Exchange rates – www.xe.com
UK Banks:
   British Bankers Association – www.bba.org.uk/content/1/c4/59/54/Int_Students_Leaflet_Oct06.pdf
   Barclays – www.barclays.com/internationalpersonal/ib_8_student.htm
   HSBC – www.hsbc.co.uk/1/2/personal/current-accounts/student-service/international-students
   Natwest – www.natwest.com/index.asp
   Lloyds TSB – www.lloydstsb.com/personal.asp
   RBS – www.rbs.co.uk/Personal_Finances/Students_&_Youth/default.htm
British Council Publications:
   Living in the UK – www.educationuk.org/downloads/study_live_uk.pdf
   Personal safety in the UK – www.educationuk.org/downloads/safety_1st.pdf

 

ค่าเทอมรวมอะไรบ้าง

การศึกษาในประเทศอังกฤษถือเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ ดังนั้นจึงควรมีการจัดการวางแผนการเงินอย่างรอบคอบ นักศึกษาต่างชาติทุกคนจะมีค่าเทอมอยู่ที่ประมาณ 7,000-12,000 ปอนด์ต่อปี ค่าเทอมนี้ไม่รวมค่าที่พักและค่าครองชีพ

ตัวเลขนี้เป็นตัวเลขที่สูงกว่าที่มหาวิทยาลัยตั้งไว้สำหรับนักศึกษาชาวอังกฤษเองหรือนักศึกษาในชาติยุโรป แม้ว่าจะดูไม่ค่อยยุติธรรม แต่เป็นเพราะรัฐบาลอังกฤษยังคงให้งบสนับสนุนมหาวิทยาลัยสำหรับการสอนนักศึกษาของอังกฤษเอง

ค่าเทอมนั้นขึ้นอยู่กับสาขาวิชาที่เลือกศึกษา โดยทั่วไปแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ค่าใช้จ่าย “แบบที่เรียนในชั้นเรียน” และ “แบบที่เรียนในห้องปฏิบัติการ” หลักสูตรที่เรียนในชั้นเรียน ได้แก่ ธุรกิจ มนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ ส่วนหลักสูตรที่เรียนในห้องปฏิบัติการมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าเนื่องจากมีค่าอุปกรณ์ราคาแพงมาเกี่ยวข้อง ได้แก่ วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และหลักสูตรทางเทคโนโลยี หลักสูตรอื่นๆ ที่มีค่าใช้จ่ายสูงเช่นกัน ได้แก่ ปริญญาโทสาขาบริหารธุรกิจ (MBAs) หรือในบางครั้งปริญญาโทพิเศษในสาขาธุรกิจและการจัดการ

คุณต้องตรวจสอบให้แน่ชัดว่าคุณจะต้องจ่ายค่าเทอมอย่างไร มหาวิทยาลัยบางแห่งให้ชำระก่อนล่วงหน้า บางแห่งก็มีส่วนลดให้หากชำระล่วงหน้า และบางแห่งอนุญาตให้ชำระได้เป็นงวด อย่างไรก็ตามในการจัดการชำระค่าเทอมนั้น คุณก็ต้องแสดงหลักฐานทางการเงินว่ามีเพียงพอสำหรับค่าเทอมและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในระหว่างศึกษาเพื่อประกอบการขอวีซ่าอยู่แล้ว


ฉันต้องชำระค่าเทอมเมื่อไหร่

มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่เรียกเก็บเงินมัดจำเพื่อเป็นการประกันสิทธิของคุณ โดยปกติแล้วคุณจะต้องทำนัดหมายเพื่อชำระค่าใช้จ่าย เมื่อคุณทำการลงทะเบียน หลายแห่งให้โอกาสคุณในการชำระค่าใช้จ่ายเป็นงวดในช่วงเวลาที่กำหนด แต่คุณก็ต้องชำระค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งด้วยในวันลงทะเบียน บางแห่งอาจขอให้คุณชำระเงินค่ามัดจำบางส่วนก่อนที่คุณจะเดินทางไปยังประเทศอังกฤษด้วย

เป็นการดีสุดที่คุณจะตรวจสอบการนัดหมายที่แน่นอนกับมหาวิทยาลัยแต่ละแห่ง


ค่าครองชีพในประเทศอังกฤษเป็นอย่างไร

นอกจากค่าเทอมแล้ว คุณยังต้องพิจารณาเรื่องค่าครองชีพในอังกฤษอีกด้วย มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่คำนวณโดยประมาณว่า งบประมาณ 6,000-8,000 ปอนด์ จะครอบคลุมค่าที่พัก อาหาร หนังสือ และค่าใช้จ่ายทั่วไป ตัวเลขนี้เป็นเพียงแค่การคำนวณคร่าวๆ ส่วนจะมากหรือน้อยกว่านี้ก็ขึ้นอยู่กับรูปแบบการใช้ชีวิตของคุณ

หากคุณเป็นนักศึกษาเต็มเวลา ซึ่งหมายความว่าต้องใช้เวลาเรียนมากกว่า 6 เดือน คุณจึงไม่จำเป็นต้องทำประกันสุขภาพ เพราะคุณได้รับสิทธิสำหรับการดูแลรักษาฟรีจากหน่วยให้บริการสุขภาพแห่งชาติในประเทศอังกฤษ


ฉันจะสมัครขอรับทุนการศึกษาได้อย่างไร

หากคุณกำลังมองหางบสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการศึกษาของคุณ มีแหล่งทุนมากมายให้ค้นหา เช่น

   – ทุนรัฐบาลไทยหรือทุนมหาวิทยาลัยไทย
   – ทุนรัฐบาลอังกฤษ
   – ทุนมหาวิทยาลัยอังกฤษ
   – ทุนเอกชนหรือทุนจากองค์กรการกุศล

มีเว็บไซต์และฐานข้อมูลมากมายให้สืบค้นเรื่องทุนการศึกษา แต่ก็จะเป็นการดีหากคุณได้ตรวจเช็คกับทางมหาวิทยาลัยของคุณว่ามีทุนให้หรือไม่และมีเกณฑ์ในการให้ทุนอย่างไร

ทุนการศึกษาส่วนมากให้โดยดูจากผลการศึกษาเป็นหลัก ซึ่งหมายความว่า นักศึกษาที่มีผลการศึกษาในระดับดีเยี่ยมจึงจะได้รับทุนสนับสนุน เพื่อดึงดูดให้นักศึกษาเหล่านั้นมาเรียนที่มหาวิทยาลัย โดยมากการขอรับทุนการศึกษามักจะมีวันกำหนดปิดรับสมัครด้วย


ฉันสามารถทำงานในประเทศอังกฤษได้หรือไม่

หนทางอื่นที่จะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในประเทศอังกฤษของคุณได้ก็คือ การทำงานพิเศษ ตามกฎหมายแล้ว คุณสามารถทำงานได้ 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ระหว่างที่คุณกำลังศึกษาอยู่ และทำงานได้มากขึ้นเมื่ออยู่ในช่วงปิดภาค แม้ว่าการทำงานพิเศษนี้เป็นหนทางหนึ่งที่ทำให้คุณได้รับประสบการณ์บางส่วนของวัฒนธรรมอังกฤษนอกเหนือจากการศึกษาในมหาวิทยาลัย คุณควรตระหนักด้วยว่าการศึกษาในระดับปริญญาที่ประเทศอังกฤษนั้นมีความเข้มข้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับปริญญาโทซึ่งจะใช้เวลาในการศึกษาเพียง 1 ปีเท่านั้น ดังนั้นหากคุณต้องการทำงานไปด้วย คุณต้องมั่นใจว่าจะไม่ทำงานหนักเกินไปและไม่เบียดบังเวลาศึกษาหาความรู้ของคุณ

นักศึกษาส่วนมากได้ทำงานแต่ก็มักจะเป็นงานธรรมดาๆ เช่น งานในร้านอาหาร บาร์ หรือร้านขายของ ซึ่งจะได้รับค่าจ้างประมาณชั่วโมงละ 5 ปอนด์ มหาวิทยาลัยหลายแห่งมีบริการช่วยหางานพิเศษให้กับนักศึกษาอีกด้วย

Go to top