วันศุกร์ที่ 28 ก.พ.นี้ Hands On ทุกสาขาจะปิดทำการเร็วกว่าปกติ เนื่องจากมี staff party ตามเวลาดังนี้: สีลม เวลา 17:30, ปิ่นเกล้าและพระราม 2 เวลา 16:00

Hands On Blog | บล็อคเพื่อการเรียนต่อสหราชอาณาจักร

| หมวดหมู่ Student Blog

แท็ก : , , , , ,

5 February 2020

แนะนำตัวหน่อยให้เรารู้จักหน่อยค่ะ

Ant: ชื่อ แอนท์ ค่ะ ตอนนี้เรียน MA Museum studies ที่ University of Leicester ค่ะ

Why this course

ทำไมถึงมาเลือกเรียนอันนี้

Ant: ตอนปริญญาตรีเรียนนิเทศศาสตร์ เอกสื่อสารมวลชน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่ว่าเน้นไปด้านสารคดี เราเรียนนิเทศด้านสารคดี มันก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับการนำเสนอความรู้ ความจริง ผ่านสื่อ แล้วพอตอนไปทำงานก็ได้ไปทำงานด้านท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ แล้วรู้สึกว่า Museum มันเป็นการรวมกันของ 2 อย่างนี้ คือรู้สึกว่าชอบการสื่อสารของพิพิธภัณฑ์ ที่มันจะต้องทำยังไงให้สามารถเข้าถึงคน ในขณะที่ต้องทำให้สมดุลกับอย่างอื่นด้วย ในที่นี้คือในเรื่องท่องเที่ยวด้วย

อย่างฝั่งยุโรปพิพิธภัฒฑ์อาจจะเป็นแค่แหล่งท่องเที่ยว แต่ฝั่งบ้านเราหรือในเอเชียส่วนใหญ่จะถูกมองว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อทำเงินมีค่าเข้าชมอะไรแบบนี้แอนท์เลยสนใจว่าจะทำให้มันสมดุลยังไงระหว่างการทำเงินหรือการนำเสนอข้อมูลความรู้ต่างๆ ก็เลยสนใจมาเรียนคอร์สนี้ค่ะ

รู้จักคอร์สนี้ได้อย่างไร

Ant: จริงๆ ก่อนหน้านี้แอนท์เคยคุยกับพี่ตูน Hands On สาขาสีลม ตอนแรกสุดเลยแอนท์มุ่งมั่นว่าจะเรียนท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ แล้วพอคุยกับพี่ตูนไปเรื่อยๆ ก็เลยรู้สึกว่าคอร์สนี้มันไม่ใช่ขนาดนั้น เพราะเราไม่ได้อยากทำโรงแรมหรืออยากเป็นทัวร์ไกด์ แต่เราแค่ชอบแนวคิดมัน ซึ่งสุดท้ายแล้วเราจะเอาไปทำแบบเป็นทัวร์ก็ได้หรือว่าด้านพิพิธภัณฑ์โดยตรงเลยก็ได้ แล้วพี่ตูนก็เลยบอกว่าดูแล้วเหมือนแอนท์จะไม่ได้อยากเรียนด้าน Tourism hospitality อะไรแบบนี้นะ แอนท์ก็เลยเอากลับไปคิดแล้วปรึกษาเพื่อนอีกคนที่เรียนเป็น journalist ทำงานอยู่ที่ยุโรป แล้วเพื่อนก็พูดขึ้นมาว่าจริงๆ Museum น่าสนใจนะ เพราะมันเป็นแบบที่แอนท์พูดขึ้นมาเลย ก็เลยคิดว่ามันน่าจะสนุกและทำให้เรามี passion ในการเรียนมากกว่า

การก้าวออกจาก Comfort Zone ของตัวเอง

ตอนแรกที่แอนท์อยากเรียนการท่องเที่ยวเพราะคิดว่ามันน่าจะเซฟสุดเพราะรู้อยู่แล้วว่าจบมามันก็มีงานแน่ๆ แต่ว่าถ้าเราจบ Museum ปุ๊ป มันอาจจะท้าทายเราในจุดนั้น แล้วจริงๆ แล้วประเทศเราอาจจะรอคนที่จบสาขานี้อยู่ก็ได้ คือทำไมเราต้องอยากเรียนที่รู้ว่าเราจะมีงานทำแน่ๆ ทำไมเราไม่เลือกเรียนในสิ่งที่เราชอบหรือว่าเราสนใจจริงๆ นั่นแหละค่ะ สุดท้ายแอนท์ก็เลือกเรียน Museum อย่างที่เราอยากลอง (ยิ้ม)

สนใจเรียนต่อ University of Leicester ปรึกษาพี่ๆ Hands On ฟรี คลิก

Preparation

พอคิดว่าจะมาเรียนต่อ มีเลือกประเทศอื่นในใจบ้างมั้ยคะ

Ant: มีค่ะ แต่สุดท้ายก็เลือกอังกฤษเพราะตอนนั้นคุยกับแม่แล้วคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องความมีชื่อเสียงด้วย สุดท้ายยังไงภาษาอังกฤษมันก็สำคัญที่สุดอ่ะ ตอนแรกแอนท์ได้ที่สวีเดน แล้วก็ได้ทุนของมหาวิทยาลัยที่สวีเดนด้วย คือคิดว่าระบบการเรียนการสอนของที่สวีเดนก็น่าจะดีแหล่ะ แต่เหมือนเราเชื่อมั่นที่อังกฤษมากกว่า แล้วด้วย ranking ของ University of Leicester ถ้าเทียบกับมหาวิทยาลัยที่เราได้ในสวีเดน ที่ University of Leicester ก็ดีกว่าค่ะ

รู้จัก Hands On ได้อย่างไร?

Ant: แม่เป็นคนบอกค่ะ (หัวเราะ)

ยังไงคะ?

Ant: แม่บอกว่าแม่เคยได้ยิน Hands On นะ คือแม่ชอบไปพวกงานเรียนต่อด้วยกัน แล้วบางทีเราไปเดิน เราก็ไม่ได้สนใจเพราะไม่เคยคิดว่าจะใช้บริการเอเจนซี รู้สึกว่าทำไมเราต้องไปให้คนอื่นมาช่วยเรา เราทำเองก็ได้ง่ายๆ แล้วด้วยความที่เราเป็นเด็กขี้กลัว ก็เลยกลัวโดนหลอกบ้าง กลัวว่าเค้าจะมาเอาอะไรจากเราหรือเปล่า เค้าจะมาทำให้เราฟรีๆ เพื่ออะไร ก็เลยไม่เคยสนใจเอเจนซีเลยเวลาไปดูงานเรียนต่อ ก็จะดูแต่บูธของมหาวิทยาลัยค่ะ แต่แม่อ่ะจำ แล้วเหมือนชื่อมันคงเด่นด้วยมั้ง แล้วก็อาจได้ยินตามสื่ออื่นๆ แม่ก็เลยพูดขึ้นมาว่าก็มี Hands On นะ ลองไปปรึกษาเค้าดูมั้ย แล้วแอนท์ก็มีเพื่อนอีกคนที่มาเรียน Tourism ปีนี้ด้วยแล้วอยู่ Bournemouth University เพื่อนก็บอกว่าเพื่อนใช้บริการของ Hands On แอนท์ก็เลยรู้สึกว่าโอเค มีคนรู้จักใช้บริการ ตอนนี้ก็มั่นใจได้แล้ว (หัวเราะ) ก็เลยเข้าไปในเวปไซต์ให้ข้อมูลเราไว้ แล้วก็มีพี่เค้าทักมาก็เลยแอดไลน์ง่ายดีค่ะ คือเราไม่ต้องให้ข้อมูลเยอะขนาดนั้นตั้งแต่แรก เหมือนแค่ลองไปคุยเฉยๆ ก็ง่ายแล้ว เข้าถึงง่ายมากๆ

การบริการจาก Hands On

Ant: ด้วยความที่แอนท์มีข้อมูลทุกอย่างอยู่ในใจ แล้วเหมือนเราแค่หาคนที่จะมาฟัง ซึ่งพี่ตูนเป็นคนนั้น พี่ตูนก็จะฟังทุกอย่าง

ตอนแรกแอนท์บอกว่าจะไปเรียน Tourism พี่ตูนก็ลิสต์รายชื่อมหาวิทยาลัยออกมาให้เรียบร้อยเลย พอแอนท์บอกว่าแอนท์อยากจะเปลี่ยน พี่ตูนก็มีชะงักนึดนึงว่าทำไมอยากเปลี่ยนแล้วก็ถามว่าคิดดีแล้วหรือเปล่า แต่พอเราอธิบายทุกอย่างให้พี่ตูนฟัง พี่ตูนก็ค่อยๆ เข้าใจเรามากขึ้นแล้วรู้ว่าอันนี้คือสิ่งที่เหมาะกับเราแล้วจริงๆ แอนท์รู้สึกว่ามันเหมือนมีคนรับฟังเราอ่ะ ไม่ใช่แค่เอาข้อมูลมาให้เราอย่างเดียวแต่ว่าเป็นคนที่เอาข้อมูลเราไป แล้วเอาไปวิเคราะห์ ช่วยจัดการมากกว่า

แล้วคืออย่างที่บอกว่าตอนนั้นแอนท์กังวลว่าเลือกถูกหรือเปล่า มหาวิทยาลัยนี้ดีหรือเปล่า ไหนจะเรื่องอยากได้ทุน ก็ถามไปเยอะมาก พี่ตูนก็คอยตอบตลอด แม้กระทั่งตอนจะจ่ายเงินให้มหาวิทยาลัยก็ถามว่าจ่ายแบบนี้ได้มั้ย จ่ายครึ่งนึงได้มั้ยหรือค่อยๆ จ่ายเป็นงวดๆ พี่ตูนก็ตอบหมดเลยค่ะ ก็ทำให้อุ่นใจขึ้นว่ามันจะไม่มีปัญหา

ได้เข้าร่วมกิจกรรมอื่นๆ ของ Hands On บ้างมั้ยคะ

Ant: มีไปงาน UK Networking Party by Hands On ค่ะ แล้วก็ได้รู้จักเพื่อนๆ ที่มาเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันที่งานนั้น จริงๆ ก็ได้รู้จักเพื่อนคนอื่นๆ ที่เรียนใน Leicester จากต่างมหาวิทยาลัยด้วยนะเพราะงานนั้นเลย แอนท์ว่างานนี้โอเคเลยนะ ครอบคลุมทุกอย่างดี ข้อมูลครบถ้วนมาก

 

Museum Studies

Ant: หลายคนอาจจะคิดว่า Museum มันสำหรับเด็กโบราณคดี เป็นเรื่องของการเก็บของเก่าหรืออะไรก็ตามประมาณนั้น แต่จริงๆ คอร์สนี้มันสอนครอบคลุมมากเลย คือสอนตั้งแต่แนวคิดของพิพิธภัณฑ์ นั่งอ่านทฤษฎีว่าความจริงคืออะไร มันค่อนข้างจะครอบคลุมด้านพิพิธภัณฑ์ทั้งหมด ฉะนั้นคนที่มาเรียนจริงๆ ก็มีจบมาจากทุกอย่างเลย จบกฎหมาย จบนิเทศศาสตร์แบบแอนท์ก็ยังมี จบดีไซน์ก็ยังมาเรียนกัน

คอร์สนี้มันก็เริ่มตั้งแต่พื้นฐานทฤษฎีของพิพิธภัณฑ์ แต่ตอนนี้วิชาที่เรียนอยู่จะเป็นเกี่ยวกับ Object and Collection ซึ่งคนที่ไม่เคยทำงานในพิพิธภัณฑ์มาก่อนแบบแอนท์ก็รู้สึกว่าค่อนข้างแปลกใหม่ แต่คิดว่ามีประโยชน์มากๆ มันไม่ใช่แค่เรียนว่าจะเก็บยังไงไม่ให้เสียหาย แต่ว่าเรียนว่า object มันบอกอะไรเราได้บ้าง ก่อนหน้านี้ก็มีเรียนพวกการจัดการพิพิธภัณฑ์ไปแล้ว มันจะเริ่มจากกว้างๆ ก่อนแล้วค่อยเจาะไปแต่ละด้าน ต่อไปก็จะมีเรียนการสื่อสารกับ audience

อาจารย์ที่สอนเป็นยังไงบ้าง

Ant: อาจารย์แต่ละคนก็มีบุคลิกไม่เหมือนกันเนอะ วิธีการสอนที่นี่ก็จะไม่เหมือนกับที่ไทยตอนปริญญาตรี เค้าจะ lecture ในสิ่งที่ไม่ใช่การบ้าน คือจะให้ความรู้ในสิ่งที่เราต้องรู้แบบกว้างๆ แล้วสุดท้ายเราก็ต้องไปหาเพิ่มเอาเอง อันนี้เคยมีอาจารย์เคยพูดไว้ว่า “อาจารย์สอนให้เราหนึ่ง เรารับไปเป็นสอง เราไปหาเพิ่มแล้วเราจะได้สาม” มันคือวิธีการสอนประมาณนั้นเลยอ่ะว่าเค้าให้เราประมาณนี้แหล่ะ แต่ถ้าเราถามเค้าเราก็จะมีมากขึ้น นอกจากนี้ก็จะเน้นการ discuss ส่วนตัวอาจารย์ที่มาสอนก็มีประสบการณ์ทางด้านพิพิธภัณฑ์ที่ต่างกัน แต่ละคนก็มีความเชี่ยวชาญต่างกัน ถ้าใครสนใจด้านไหนเป็นพิเศษก็สามารถเข้าไปคุยกับอาจารย์แบบตัวต่อตัวได้เลย

บรรยากาศในห้องเรียนเป็นยังไงบ้าง

Ant: คอร์สที่แอนท์เรียนใน 1 วิชาจะมี 1 งาน คือเป็นตัวตัดเกรด 1 งานเลยไม่มีสอบด้วย ซึ่งหลายๆ คนอาจจะมองว่าชิลจังเลยไม่ต้องทำงานเยอะ แต่ไม่จริงนะ การที่โยนมาตู้มนึงแล้วมันคือการตัดเกรดทั้งวิชาของเรา essay 2,000 คำ มันสามารถวัดทั้งวิชาของฉันได้เลยหรอ ก็ค่อนข้างยากเหมือนกัน แต่เค้าจะมีเหมือน task ให้ทำก่อนที่จะมี assignment เช่น มันจะมีวิชา Manage Museum ใช่มั้ยคะ เค้าก็จะมีให้ลอง manage โดยทำเป็นงานกลุ่มก่อน ก็คือให้เราทำงานกลุ่มร่วมกับเพื่อนแล้วออกไปพรีเซนต์หน้าชั้นเรียน แต่สุดท้ายพอเป็น assignment จริงๆ ก็จะทำคล้ายๆ กันแต่ให้เราเลือกพิพิธภัณฑ์อื่น ให้เราประยุกต์กับพิพิธภัณฑ์ที่เราอยากทำจริงๆ ตอนแอนท์ทำก็เลือกพิพิธภัณฑ์ที่ไทย

Field trip ที่มหาวิทยาลัยพาไปเป็นยังบ้าง เล่าให้ฟังหน่อยค่ะ

Ant: ครั้งที่ไปมาล่าสุดก็เป็นครั้งที่ 3 แล้วค่ะ ก่อนหน้านี้ไปมาแล้ว 2 ที่ในลอนดอนหมดเลย ครั้งแรกไป V&A สิ่งที่ต่างจากการไปเองก็คือเราจะได้ฟังบรรยายจาก creators ที่นั่นจริงๆ ที่เค้ามี connection อยู่ แล้วการที่ได้ไปกับเพื่อนที่เรียนด้วยกันมันจะได้แนวคิดหรือมุมมองอีกแบบนึง ซึ่งมันน่าสนใจมากเลยเพราะบางอย่างเราอาจจะไม่ได้นึกถึง หรือบางอย่างที่เราคิด เพื่อก็อาจไม่ได้นึกถึงเช่นกัน พอเอามาแชร์มันก็สนุกดี

แล้วล่าสุดที่ไปพิพิธภัณฑ์ที่ Cambridge เป็นยังไงบ้าง

Ant: จริงๆ มันมีเยอะมากเลยเนอะ มีเป็น 10 ที่เลยที่ Cambridge แต่แอนท์ไปมาได้แค่ 2 ที่เองคือ The Fitzwilliam Museum กับ Cambridge Science Centre ประทับใจ Cambridge Science Centre มากกกก ยังรู้สึกประทับใจอยู่เลย ด้วยความที่เราไม่ใช่สายวิทยาศาสตร์เลย แล้วเราก็เกลียดวิทยาศาสตร์ตั้งแต่เด็กแต่พอไปถึงมันตื่นตาตื่นใจมากเลย เหมือนทุกอย่างที่เราเคยได้ยินหรือเคยเรียนมาตอนเด็กๆ มันอยู่ในนั้นหมดเลย แล้ว label มันค่อนข้างง่าย มันไม่เหมือนเราอ่าน text มันก็เลยสนุกน่าสนใจ แล้วที่สำคัญพอฟัง creators พูด มันยิ่งมีเรื่องราวมากกว่านั้น เช่น อันนี้เคยได้รับรางวัล Nobel นะ อันนี้จริงๆ เป็นของ Charles Darwin นะแต่ไม่มีใครรู้จนเค้าตายไปแล้ว แล้วหาข้อมูลกันไปแล้วมาเห็นเขียนว่า CD ก็เลยเอามาเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ คือมันมีเรื่องราวที่ตื่นตาตื่นใจทั้งๆ ที่พิพิธภัณฑ์มันเล็กมากเลยนะ มีประมาณ 2-3 ห้องเอง (ยิ้ม)

คืออาจารย์เค้าให้เลือกเองเนอะว่าจะเข้าพิพิธภัณฑ์ไหนก็ได้ แล้วทำไมถึงเลือก 2 ที่นี่

Ant: คืออาจารย์เค้ามีโจทย์ว่าต้องไปหา object มา 1 อย่าง แล้วสุดท้ายอาทิตย์นั้นเราต้องมาเขียนถึง object อันนั้น คือเขียนอะไรก็ได้เลย อาจารย์เค้าให้เราไปยืนดู object นั้น 30 นาที แล้วเราก็มาเขียนว่าเราได้ประสบการณ์อะไรมาบ้าง ส่วนอีกงานนึงคือการที่ต้องเข้าไปฟังบรรยาย แอนท์เลือกฟังบรรยายที่ Cambridge Science Centre เพราะว่าอยากรู้ว่าที่นี่มีเรื่องราวยังไง เกิดขึ้นมาได้อย่างไร ก็เลยเข้าไปฟัง สนุกมากค่ะ

โดยรวมแฮปปี้กับคอร์สนี้ที่เราเลือกเรียนมั้ย

Ant: แฮปปี้มากเลยนะ แฮปปี้จนตกใจตัวเองว่ามันจะมีอะไรเซอร์ไพร์สต่อไปข้างหน้าหรือเปล่า (ยิ้ม)

สนใจเรียนต่อ University of Leicester ปรึกษาพี่ๆ Hands On ฟรี คลิก

University of Leicester

Ant: หลักๆ แล้ว Museum studies จะไม่ค่อยได้เรียนในวิทยาเขตหลักเท่าไหร่ เพราะจะเรียนใน School ของเรา ก็เรียนอยู่ห้องเดิมทุกวันนั่นแหล่ะ แต่ว่าก็จะมีได้เข้าไปใช้ห้องสมุดแน่ๆ ก็ค่อนข้างง่ายเลยเพราะตอนก่อนเปิดเรียนเค้าก็จะมีสอนแนะนำการใช้ห้องสมุดอยู่แล้ว เช่น การหาหนังสือออนไลน์ การอ่านหนังสือออนไลน์ต่างๆ จองหนังสือออนไลน์หรือจองห้องประชุมออนไลน์ได้

Leicester

Ant: ใช่นะ มีคนชอบถามคำถามนี้กับแอนท์เหมือนกันว่า “ใช่อย่างที่คิดไว้รึป่าว?”แอนท์คิดว่ามันดีกว่าที่เราคิดไว้ด้วยซ้ำ มันปรับตัวได้ไม่ยากมาก อาจจะเป็นเพราะว่าแอนท์เป็นเด็กต่างจังหวัดมาก่อนแล้วเข้าไปอยู่กรุงเทพ มันก็จะเห็นความหลากหลายมาก่อน แล้วมาอยู่ที่นี่มันก็เหมือนผสมกันระหว่างต่างจังหวัดกับในเมือง ก็รู้สึกว่าโอเค ไม่ได้วุ่นวายมาก แล้วด้วยความที่แอนท์ไม่ได้ชอบเมืองใหญ่ก็จะแฮปปี้มากกับความเงียบๆ เรียบๆ แต่ก็มีทุกอย่างของที่นี่ แล้วก็ไม่ได้ไกลจากลอนดอนด้วย

กลุ่มนักเรียนไทยที่นี่เป็นยังไงบ้าง

Ant: แอนท์ไม่รู้ว่าเมืองอื่นเป็นยังไงนะ แต่แอนท์รู้สึกว่าที่นี่ค่อนข้างเข้มแข็ง ค่อนข้างเป็นกลุ่มเป็นก้อน ไม่รู้ว่าเพราะมีบอลหรือเปล่า ก็จะมีนัดไปดูบอลกันทุกนัดเลยก็จะสนิทกัน ค่อนข้างโอเคเลยนะ แล้วก็จะมีการแจกของ คือ ตอนที่คนที่กำลังจะกลับแล้วเรามาพอดีเราก็จะได้ของที่เค้าทิ้งไว้ให้ ก็ได้มาเยอะมาก ไม่ต้องซื้อเลย ได้ทั้งหม้อหุงข้าว กระทะ ตะกร้าผ้า จาน ชาม ฯลฯ มันน่ารักดีอ่ะ ถ้าเราไม่มีกลุ่มหรือไม่มีใครเริ่มทำสิ่งนี้ เราก็คงไม่รู้ว่าจะมีใครอยากได้ของมือสองจากเราหรือเปล่า เพราะเราก็อาจจะดูแลไม่ได้ดี

การใช้ชีวิตที่นี่เป็นยังไงบ้าง สะดวกสบายดีมั้ย

Ant: สะดวก เพราะว่าอย่างตอนไป Field trip อ่ะพี่มันเช้ามาก ขี้เกียจเดินก็เรียก Uber เอา แต่ปกติแอนท์ชอบเดินอยู่แล้วก็เดินไปไหนมาไหนได้หมดเลย จะขึ้นรถบัสก็แตะบัตรเป็น cashless ก็สะดวกสบายดี

เห็นว่าคนที่นี่ชอบพูดว่าคน Leicester รักคนไทยมาก จริงมั้ย

Ant: ตั้งแต่อยู่ที่นี่มา คนที่นี่ชอบคิดว่าแอนท์เป็นคนจีน ก็จะเข้ามาหนีฮ่าวใส่ แต่มีวันนึงที่แอนท์ไปเดินซุปเปอร์ฯ กับเพื่อน แล้วเดินคุยกันเป็นภาษาไทย แล้วมีฝรั่งเดินเข้ามาพูดว่าสวัสดีครับ ก็รู้สึกตื่นเต้นดี เค้าก็ชวนเราคุยเรื่องสนามบอล คุณวิชัยโน่นนี่

เล่าประสบการณ์ในสนามบอลให้ฟังหน่อย

Ant: ก็ตื่นเต้นมาก แล้วปีนี้ Leicester ได้ที่ 2 ของตารางก็ตื่นเต้นมาก ที่สุดของการมาดูบอลในสนามคือการดู reaction ของแฟนบอล เค้าอินกันจริงๆ บางคนเค้าอาจจะรู้ว่าเราเป็นคนไทยก็มีเดินเข้ามาแล้วบอกว่า Leicester!!!

มีอะไรอยากฝากถึงน้องๆ มั้ย เช่น ก่อนมา Leicester ต้องรู้เรื่องนี้นะ

Ant: เคยคิดว่าอยากจะเขียนเรื่องนี้ให้ทุกคนได้รู้อ่ะ คือมันมีหลายเรื่องมากที่เราอยากเล่า เช่น มีเพื่อนที่มีปัญหาเรื่องหอนอกแบบเซ็นสัญญาไปแล้ว จ่ายมัดจำแล้ว แล้วด้วยความที่เราเป็นคนไทยว่าถ้าเราไม่เอาที่นี่แล้วก็ให้เค้ายึดเงินมัดจำเราไปสิ แต่ที่นี่ไม่ใช่ คือถ้าเราจ่ายมัดจำแล้ว เซ็นสัญญาแล้ว ถ้าเราไม่เอาเราก็ต้องจ่ายเงินที่เหลือให้เค้าด้วยทั้งปี! จริงๆ เรื่องยาก็มีคนเคยพูดไว้แล้วแหล่ะว่าให้เอายามาเยอะๆ ติดมาเลย แอนท์ก็เอามาแล้วนะ แต่ก็ยังมีบางอย่างที่เราลืมคิด เช่น พลาสเตอร์ ยาธาตุ เป็นต้น

สนใจเรียนต่อ University of Leicester ปรึกษาพี่ๆ Hands On ตัวแทนมหาวิทยาลัยอย่างเป็นทางการประจำประเทศไทย ฟรี คลิก

Go to top