วันศุกร์ที่ 28 ก.พ.นี้ Hands On ทุกสาขาจะปิดทำการเร็วกว่าปกติ เนื่องจากมี staff party ตามเวลาดังนี้: สีลม เวลา 17:30, ปิ่นเกล้าและพระราม 2 เวลา 16:00

Hands On Blog | บล็อคเพื่อการเรียนต่อสหราชอาณาจักร

| หมวดหมู่ Counsellor Blog, Study in the UK

แท็ก : ,

31 January 2020

Q&A ทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับ SOAS University of London โดย ‘พี่เอม’ ศิษย์เก่า

สาขาวิชาที่โดดเด่นของที่ SOAS มีอะไรบ้าง? สาขาที่เอมจบมาเป็นอย่างไร?

Aim: SOAS เป็นมหาวิทยาลัยที่สอนวิชาเฉพาะมากๆ จะมีสาขาหลักๆคือ วิชาที่เกี่ยวกับ เศรษฐศาสตร์ กฎหมาย รัฐศาสตร์ การเมือง สังคมวิทยา ภาษาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ศาสนา และวัฒนธรรม ที่เน้นศึกษาในทวีปเอเชีย แอฟริกา และตะวันออกกลางเป็นหลักค่ะ เอมจบสาขา International Studies and Diplomacy มาซึ่งเป็นหนึ่งในสาขาหลักของที่นี่ ตัวคอร์สจะเน้นรัฐศาสตร์การศึกษาระหว่างประเทศและการฑูตโดยโฟกัสที่ประเทศในทวีปเอเชีย แอฟริกา และตะวันออกกลางเป็นพิเศษค่ะ โดยตัววิชาเรียนเราสามารถเลือกได้ว่าเราจะเน้นไปที่ การศึกษาระหว่างประเทศ หรือ การฑูตค่ะ

การเรียนที่ Soas เป็นอย่างไรบ้าง งานเยอะมากไหม มีการบ้านทุกวันรึเปล่า?

Aim: ถ้าเทียบกับตอนช่วงมัธยม คือต่างกันอย่างสิ้นเชิงค่ะ เพราะที่ไทยเราไม่ได้เน้นการเขียนหรือวิเคราะห์มากนัก พอมาเป็นตอนปริญญาตรีที่ไทยก็มีเขียนวิเคราะห์มากขึ้น เราก็ได้ฝึกวิธีการคิดที่เป็นระบบมากขึ้น แล้วก็ฝึกการทำข้อสอบเป็นข้อเขียน แต่เป็นภาษาไทย พอมาเรียนที่อังกฤษการบ้าน ทุกอย่างต้องเขียนเป็นภาษาอังกฤษ แล้วก็ต้องมีโครงสร้าง มีการเรียบเรียงประโยคและคำที่ต่างออกไป รวมไปถึงการใส่ referencing หรือ citation ก็มีความสำคัญมาก เพราะที่อังกฤษเรื่อง plagiarism ถือเป็นความผิดที่ร้ายแรงค่ะ การบ้านนอกจากเขียน paper แล้ว คณะของเอมมี workshop เพิ่มเติมด้วยเป็นการจำลองสถานการณ์ระหว่างประเทศต่างๆที่ตรงกับเนื้อหาที่เรียนแต่ละสัปดาห์ ให้นักเรียนรับบทบาทต่างๆกันเป็นนักการทูต เป็นรัฐบาล เป็นองค์กรระหว่างประเทศ หรือ นักข่าว เพื่อดูว่าเราจะสามารถรับมือกับสถานการณ์ หรือ ถ้าในอนาคตเราจะทำอาชีพดังกล่าว เราต้องทำอะไรบ้าง การสอบที่คณะก็จะเป็นข้อเขียนหมด แล้วก็ต้องอ่านหนังสือหนักเหมือนกัน ถ้าอ่านมาก็ตอบคำถามได้แน่นอนค่ะ เพราะอาจารย์ก็ออกข้อสอบตามเนื้อหาที่เราเรียนเลย ส่วนมากคือเราก็ต้องยกทฤษฎีมาอธิบายพร้อมกับตัวอย่าง ประมาณนี้ค่ะ

 

ในแต่ละวัน การเรียนต่อที่ UK มีการเรียนวันละกี่ชั่วโมง? เรียนทุกวันไหม?

Aim: ของเอมไม่ได้มีเรียนทุกวันค่ะ เรียนอาทิตย์ละ 3-4 วันค่ะ คือวิชาเรียนค่อนข้างกระจาย บวกกับเอมมี workshop วันเสาร์เพิ่มจากบุคคลภายนอกที่มหาลัยเชิญมา เช่น สถานทูต และ BBC วันธรรมดามีเรียนประมาณ 4คาบค่ะ ประมาณ 4 ชั่วโมง ส่วนมากจะเป็นครึ่งวันบ่าย ไปถึงเย็น เพราะมีนักเรียน part time ค่อนข้างเยอะเหมือนกัน เวลาเรียนของแต่ละคนจะต่างกันไปขึ้นอยู่กับวิชาที่เราเลือกด้วย แล้วก็คลาส tutorial กลุ่มเล็กของแต่ละคนด้วยค่ะ เวลาที่ไม่ได้เรียนส่วนใหญ่ก็คือต้องอ่านหนังสือ เพื่อเตรียมไปถกกันในคลาสเล็กค่ะ

 

ถ้าเรียนแย่หรือสอบตกขึ้นมา ควรจะทำยังไง?

Aim: ของที่ SOAS คือพอหลังจากเราเรียนคาบ lecture ใหญ่ไปแล้ว เราต้องเข้าคลาส tutorial ที่แบ่งเป็นกลุ่มเล็ก เพื่อคุยกันเรื่องเนื้อหาของบทเรียนครั้งที่แล้วที่เราได้เรียนกันมา โดยอาจารย์จะมอบบทความ หรือ หนังสือให้ไปอ่าน ในหัวข้อนั้นๆที่เรียน แล้วก็ให้มาแลกเปลี่ยนความคิดกันในคลาส tutorial ถ้าเรารู้ตัวว่าไม่ทัน ไม่เข้าใจ ควรปรึกษาอาจารย์ของคลาสนั้นเลยค่ะ ว่าเราควรจะเริ่มแก้จากตรงไหนดี เอมก็มีเหมือนกันว่าอ่านแล้วยังไม่เข้าใจ ไม่ทันเพื่อนในตอนแรกๆเพราะทุกคนคือภาษาอังกฤษเก่งกว่าเรามาก อาจารย์ก็จะแนะนำว่าควรโฟกัสการอ่านยังไง จับแต่ใจความ หาความเชื่อมโยงให้ได้ว่าบทเรียน กับเนื้อหาที่เราต้องอ่าน คืออะไร ประมาณนี้ค่ะ เรื่องสอบตก หรือส่งงานไม่ครบ ไม่ทันเวลา คือ มหาลัยสามารถให้เราสอบใหม่ ส่งงานใหม่ ได้ภายในระยะเวลาที่เค้ากำหนด โดยแจงเหตุผลที่สมควรไปว่าเพราะอะไรเราถึงส่งงานไม่ทัน หรือไม่ส่งงาน หรือถ้าสอบตกคือก็ต้องยื่นเรื่องขอสอบใหม่ให้ทันเวลาค่ะ เท่ากับว่ามหาลัยยังให้โอกาสที่สองกับเราอยู่ค่ะ

หากภาษาอังกฤษยังไม่แข็งแรงพอ มหาวิทยาลัยสามารถช่วยเหลือเราได้ไหม หรือมีตัวช่วยอะไรไหม?

Aim: ที่ SOAS หรือ มหาวิทยาลัยอื่นๆ ส่วนใหญ่จะมีตัวช่วยเรื่องภาษาเยอะมากๆเลยค่ะ มีทั้ง Pre-sessional courses ที่เหมาะกับนักเรียนต่างชาติที่อาจจะสอบภาษาไม่ถึงเกณฑ์ของมหาลัย หรือบางคนผ่านแล้วแต่ไม่มั่นใจก็สามารถเรียนได้ ซึ่งการเรียนภาษาจะเป็นภาษาที่เกี่ยวกับปริญญาโทเลยค่ะ อย่างเช่นเอมเรียนรัฐศาสตร์ อาจารย์ก็จะสอนว่าต้องเขียนงานเป็นยังไง การนำเสนอผลงานหรือ พวกนโยบาย ต้องทำยังไงบ้าง อย่างที่บอกคือที่อังกฤษเคร่งเรื่อง plagiarism มาก อาจารย์ก็จะสอนและแนะนำว่ามีวิธีไหนในการหลีกเลี่ยงบ้าง นอกจากนี้ก็ยังมี In sessional course เสริมเพิ่มให้ด้วยช่วงที่เรียนโท บางคนยังไม่มั่นใจหลักจากจบ pre- sessional course  แล้วก็สามารถเข้าไปเรียนเสริมต่อได้อีก อาจารย์ก็จะสอนเหมือนกับตอนเรียนพรีเลยค่ะ ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับเรา

 

หอพักนักศึกษาที่ UK โอเคไหม?

Aim: จากประสบการณ์คือมีที่ดี และไม่ดีเลยค่ะ ขึ้นอยู่กับว่าเรามีความต้องการแบบไหน ข้อดีคือ ลอนดอนเดินทางง่าย ทุกที่ไปได้ด้วย tube และ bus สำหรับเอมคือเอมได้อยู่ทั้งหอพักของมหา’ลัย กับหอพักเอกชน แต่ละอันก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป อย่างหอพักของมหา’ลัย อาจจะเก่าหน่อย ห้องไม่ได้กว้างมาก ต้องแชร์ครัวกับเพื่อนร่วมชั้น ทำให้ไม่ค่อยส่วนตัวเท่าไหร่ แต่ข้อดีคือเราได้รู้จักเพื่อนใหม่ๆที่เรียนที่เดียวกับเราค่อนข้างเยอะ ได้เรียนรู้วัฒนธรรมของเพื่อนต่างชาติไปในตัว ได้ฝึกภาษา ส่วนหอพักเอกชน ข้อดีคือสะอาด ใหม่ มีพื้นที่ส่วนกลางที่สะอาดกว่า ใหญ่กว่า แต่ข้อเสียก็คือ ราคาแพงกว่า แล้วบางครั้งก็เสียงดังกว่า เพราะเค้าอนุญาตให้พาคนนอกเข้ามาได้ ประมาณนี้ค่ะ

มีค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันประมาณเท่าไร? (ต่อวันหรือต่อเดือน)

Aim: ถ้าค่าใช้จ่ายต่อวันหลักๆ จะหมดไปกับค่าอาหาร และค่าเดินทางค่ะ เพราะการอยู่ที่ลอนดอนเราต้องเดินทางจากหอพักไปมหาลัย ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 10 GBP เป็นอย่างน้อยต่อวัน แต่ความโชคดีคือเรามีร้านอาหารให้เลือกหลากหลายราคามาก ร้าน Pret a Manger, Wasabi, Oseyo H Mart จะเป็นตัวเลือกที่ดีมาก เพราะอาหารราคาไม่แพงแล้วก็มีให้เลือกทานเยอะค่ะ เสาร์ อาทิตย์ก็จะไปเดิน supermarket หาผัก เนื้อสัตว์มาทำอาหารทานเองบ้าง ต่อครั้งก็จะอยู่ที่ 20-30 GBP ค่ะ แต่อยู่ลอนดอนต้องระวังนิดนึงเพราะสิ่งล่อตาล่อใจค่อนข้างเยอะ ต้องมีสติในการใช้จ่ายค่ะ

 

เรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย จะเวิร์คไหม?

Aim: สำหรับเอมอย่างแรกที่เราต้องคำนึงก่อนคือ เราสามารถจัดการเวลาได้ดีแค่ไหน รับผิดชอบงานที่ต้องทำได้ดีแค่ไหนก่อนค่ะ เอมได้มีโอกาสทำงานร้านอาหารไทยแห่งนึงเหมือนกันช่วงที่เรียนอยู่ แต่ก็ถือว่าหนักมากๆ เพราะเราเรียนหนัก แล้วมีงานที่ต้องส่งเยอะด้วย ทำให้ทำได้แปปเดียวต้องออกมา เพราะว่าไม่มีเวลามากพอที่จะทำงานส่งอาจารย์ไปด้วย ทำงานนอกไปด้วยค่ะ เพราะคณะที่เอมเรียนต้องอ่านค่อนข้างเยอะ และมี workshop วันหยุดที่ต้องเข้าเสริมด้วย ทำให้แบ่งเวลาไปทำงานได้ยากพอสมควร แต่ถ้าเรามั่นใจว่าเราผิดชอบสองอย่างไปพร้อมๆ กันได้ ก็เวิร์คค่ะ เพราะเราได้ค่าขนมด้วย บางครั้งก็ได้อาหารมาทานด้วย แต่ต้องอย่าลืมว่าเรามาเรียน หลักๆ คือเราต้องตั้งใจเรียน และรับผิดชอบงานทีต้องส่งให้ทันด้วยค่ะ

 

UK มีฝนตกทุกวันจริงไหม? ใช้ชีวิตหรือเดินทางลำบากไหมในสภาพอากาศที่ต่างมากกับบ้านเรา?

Aim: UK ไม่ได้ฝนตกทุกวัน แต่ฝนจะตกเมื่อไหร่ก็ได้ค่ะ โดยเฉพาะในลอนดอนคือเดาสภาพอากาศได้ยากมาก ฟ้าส่วนใหญ่จะมืดครึ้มตลอด แต่ก็ไม่ได้แปลว่าฝนจะตกเสมอไป การอยู่ที่ลอนดอนต้องเช็คสภาพอากาศจากแอพพลิเคชั่นก่อนออกจาหอพักเลยค่ะ ร่มควรพวกไว้ตลอดก็ว่าได้ เพราะบางทีแดดเปรี้ยงๆ ก็ฝนตกซะงั้น ในตอนแรกๆที่ไปถึงเราอาจจะไม่ชินกับสภาพอากาศ แต่สักพักเราจะเข้าใจค่ะ อากาศที่นู่นค่อนข้างแห้งต่างจากที่ไทยค่ะ บางคนที่ผิวแห้งมากๆ อาจจะต้องหาครีมมาทา ที่นู่นเราเดินอากาศร้อนๆได้เหงื่อไม่ออกเหมือนกับที่ไทย หน้าหนาวลอนดอนก็มีหิมะตกได้ค่ะ อากาศหนาวมากเหมือนกัน แล้วก็มืดเร็วมาก ต้องระวังไม่สบายค่ะ การเดินทางโดยขนส่งสาธารณะที่ลอนดอนคือสะดวกสบายมากค่ะ สามารถนั่งบัส หรือ tube ไปได้ทุกที่ ทุกโซนของลอนดอนเลย สามารถเช็คเวลากับสายที่เราต้องขึ้นจากแอพพลิเคชั่นได้อาจจะลำบากตอนช่วงหน้าร้อนค่ะ เพราะว่า tube ที่นั่นไม่มีแอร์ แล้วก็ค่อนข้างอับนึดนึงค่ะ

หากน้องคนไหนสนใจเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ ที่ SOAS University of London ปรึกษาพี่ๆ Hands On ตัวแทนมหาวิทยาลัยอย่างเป็นทางการประจำประเทศไทย ฟรี คลิก

Go to top