Hands On Blog | บล็อคเพื่อการเรียนต่อสหราชอาณาจักร

| หมวดหมู่ Counsellor Blog

แท็ก : , , ,

11 December 2019

Cambridge เมืองเก่าแก่ที่ใครๆก็หลงรัก

สวัสดีค่ะ น้องๆทุกคน พี่อุ้มเป็น Counsellor สาขาชิดลมนะคะ วันนี้พี่ก็จะมาเล่าประสบการณ์การใช้ชีวิตในUniversity City หรือเมืองแห่งการศึกษาอันดับต้นๆของประเทศอังกฤษค่ะ

ก่อนอื่นพี่ขอเล่า Background คร่าวๆ ก่อนนะคะ พี่จบ Business English Minor Management จาก ABAC มาค่ะ จริงๆพี่วางแผนไว้ตั้งแต่ตอนเรียนปริญญาตรีแล้วค่ะ ว่าถ้าเรียนจบแล้วก็อยากจะต่อโทเลย ประกอบกับเราค้นพบตัวเองด้วยว่าอยากเรียนทางด้านภาษาศาสตร์ เพราะชอบภาษาอังกฤษมากๆค่ะ ตอนนั้นก็เลยปรึกษารุ่นพี่ จึงได้คำแนะนำมาให้ปรึกษากับทาง Hands on ค่ะ พี่ก็เลยติดต่อไป พี่ประทับใจการบริการของทีนี่มากค่ะ เพราะดูแลอย่างเป็นกันเอง เอาใจใส่ทุกอย่างจนกระทั่งเรียนจบกลับมา โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้นค่ะ

              Cambridgeshire น้องๆ หลายๆ คนน่าจะรู้จักและคุ้นเคยกับชื่อนี้ โดยเฉพาะอาจจะเห็นผ่านๆ ตาในสื่อการเรียนการสอนภาษาอังกฤษสมัยมัธยมใช่มั้ยคะ จริงๆ เมืองนี้เป็นเมืองแห่งการศึกษาที่เก่าแก่เป็นอันดับสองของประเทศอังกฤษ ค่อนข้างมีความปลอดภัยสูง มีความคลาสสิคให้ได้สัมผัส รวมไปถึงสิ่งแวดล้อมที่พี่ได้เจอตลอดระยะเวลาที่พี่เรียนอยู่ที่เมืองนี้ก็คือ ความเป็นมิตรจากนักเรียนนานาชาติที่มาเรียนในเมืองแห่งการศึกษาแห่งนี้ ซึ่งมีกิจกรรมต่างๆ มากมาย อย่างเช่น Punting ก็คือการล่องเรือชมวิวในแม่น้ำแคม ที่ใครๆ ก็ต้องหลงรัก การชมเมืองสถาปัตยกรรมที่เก่าแก่และสวยงาม ชมนาฬิกามีเพียงหนึ่งเดียวในโลก นั่นก็คือ “นาฬิกาคอร์ปัส” (Corpus Clock) นาฬิกาที่ไม่มีเข็ม ไม่มีตัวเลข และคิดค้นโดย Stephen Hawking ศาสตราจารย์คณิตศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเคมบริดนั่นเองค่ะ ซึ่งเมืองนี้อยู่ไม่ไกลจากลอนดอน โดยสารโดยรถไฟ 40 นาที สะดวกมากๆค่ะ สำหรับคนที่ไม่ชอบอยู่เฉยๆ ที่นี่ตอบโจทย์มากๆ เพราะมีกิจกรรมต่างๆ ให้ทำอย่างไม่ซ้ำกันเลยในแต่ละวันค่ะ สิ่งที่พี่ชอบมากที่สุดของเมืองนี้ก็คือ ทางจักรยานค่ะ ถ้าเราพูดถึงเมืองจักรยาน ส่วนใหญ่น้องๆ ก็จะคิดถึงอัมสเตอร์ดัมในเนเธอร์แลนด์หรือโคเปนฮาเกนในเดนมาร์กใช่มั้ยคะ แต่ที่นี้ไม่ต่างเลยค่ะ การเดินทางของคนส่วนใหญ่จะใช้จักรยานค่ะ รวมถึงพี่ด้วย แรกๆ ก็อาจจะไม่ชินค่ะ ทั้งหนาวทั้งเหนื่อย เพราะมีสะพานปราบเซียนด้วยค่ะ แต่ถ้าใครอยากปั่นก็ต้องใช้ความระมัดระวังด้วยนะคะ และอย่าลืมซื้อไฟติดทั้งข้างหน้าและหลังนะคะ ไม่งั้นตำรวจจับโดนปรับจะหาว่าพี่ไม่เตือนนะคะ^^

 

พี่เรียนจบปริญญาโทด้าน Applied Linguistics and Tesol จาก Anglia Ruskin University ค่ะ สาเหตุที่พี่เลือกไปเรียนที่อังกฤษเพราะว่า ส่วนตัวแล้วพี่ชอบภาษาอังกฤษสำเนียงบริติชมากๆ แล้ว ประกอบกับที่นี่เรียนแค่ปีเดียว และพี่เองก็ค้นพบตัวเองด้วยว่าอยากเรียนด้านภาษาศาสตร์มากกว่าด้านธุรกิจค่ะ เพราะฉะนั้นมันจะมีอะไรดีไปกว่า ไปเรียนที่ๆ เป็นต้นแบบของภาษาอย่างเมืองผู้ดีประเทศอังกฤษ สิ่งที่พี่ได้จากการเรียนที่นี่ แน่นอนค่ะหนึ่งคือ ประสบการณ์การเรียนที่หาไม่ได้ที่ไทย อาจารย์ที่เก่ง ความรู้ความสามารถรอบด้าน คอยให้คำปรึกษาดีๆ การเรียนที่ทั้งเข้มข้นและต้องมีความรับผิดชอบสูงมากอย่างการบ้านที่ต้องทำ presentation และเขียน essay เป็นพันๆ คำ มากสุดก็หกพันคำค่ะ ส่วน dissertation ไม่ต้องพูดถึงเลยค่ะ แต่ยังไงก็ไม่เกินความสามารถของเราค่ะ ขอแค่มีความตั้งใจ และความกระตือรือร้นในการหาข้อมูล อีกอย่างทางมหาลัยจะมี Student Centre ที่รอรับคำปรึกษาจากนักเรียนทุกๆ คนค่ะ และยังมีคอร์สเสริมสำหรับนักเรียนต่างชาติที่สามารถเข้าไปเรียนเพื่อพัฒนาทักษะด้านการเขียน essay และการเขียน Reference นอกจากนี้การทำงาน coursework ต่างๆอย่างที่ทราบกันดีว่า จะต้องพึ่งพาห้องสมุดเกือบตลอดปีการศึกษา ทั้งการยืมหนังสือ การเข้าสู่ระบบของมหาลัย เพื่อเช็คบทเรียนต่างๆ โดยทางมหาลัยจะอำนวยความสะดวกให้เราเป็นอย่างดี ซึ่งตอนนั้นนอกจากห้องสมุดของมหาลัยที่พี่เข้าเป็นประจำแล้ว พี่ได้แอบไปใช้ห้องสมุดของมหาลัยเคมบริจด์ (Cambridge University Library) อีกด้วยนะ เพราะเขาอนุญาตให้นักเรียนสมัครเพื่อขอ Access ได้ค่ะ พี่ว่ามันคุ้มค่ามากๆ เลย เพราะทำให้พี่สามารถค้นหางานวิจัยดีๆ รวมถึงหนังสือเยอะแยะมากมาย และได้เปลี่ยนบรรยากาศใหม่ๆในการเขียนงานอีกด้วยค่ะ

ตลอดเวลาที่อยู่ Cambridge พี่ประทับใจมากค่ะ เมืองเล็กๆ ที่ทำให้หลงรัก โดยเฉพาะการปั่นจักรยานริมแม่น้ำแคม กลายเป็นกิจวัตรประจำวันไปโดยปริยาย ไม่เคยนั่งบัสอีกเลยค่ะ หลังผ่านเทอมแรกก็เริ่มหางานร้านอาหารไทยทำค่ะ  ได้ประสบการณ์ดีๆ เยอะมากค่ะ จากการทำงานร่วมกับทั้งคนอังกฤษ ยุโรป และคนไทยด้วยกันค่ะ หลากหลายวัฒนธรรมเลยทีเดียว แล้วก็ได้ค่าขนมเพื่อไปเที่ยวด้วย ส่วนใหญ่พี่จะไม่ค่อยได้เที่ยวในอังกฤษเท่าไหร่เลย เป้าหมายจะไปยุโรปก่อนเลย เพราะเราอยากไปเจอวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมที่แปลกใหม่ เช่น Denmark, Germany, Austria, Czech Republic, Belgium, Netherlands ซึ่งคุ้มค่ามากจริงๆ ค่ะ แต่ถ้าน้องๆ คนไหนอยากทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย พี่แนะนำว่าบริหารจัดการเวลาในการทำการบ้านดีๆ นะคะ ยังไงเรื่องเรียนก็ต้องมาก่อนค่ะ จริงๆ ในหนึ่งปีจะมีช่วงหยุดยาวก็คือ คริสมาสต์ไปจนถึงปีใหม่ และอีสเตอร์ช่วงเดือนเมษาค่ะ จะพอมีเวลาให้ปั่นงานอยู่บ้าง ถ้าไหวก็ทำโลดค่ะ

เวลาหนึ่งปีผ่านไปไหวกว่าที่คิด เวลาเปลี่ยนคนเปลี่ยนจริงๆ ค่ะ ทำให้กล้าทำในสิ่งที่ไม่เคยคิดว่าจะทำได้ โตขึ้น กล้าคิด กล้าตัดสินใจ กล้าพูด กล้าแสดงออกมากขึ้น โดยเฉพาะภาษาอังกฤษค่ะ รับรองเลยค่ะว่าจะทำให้น้องๆ หลงรักสำเนียงบริติชและการใช้ชีวิตกับคนหลายหลายเชื้อชาติต่างวัฒนธรรมมากขึ้นเหมือนพี่แน่ๆ ค่ะ

หากน้องคนไหนสนใจเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ สามารถติดต่อพี่ๆได้ที่ Hands On สาขาชิดลม เบอร์ 02-6520718/063-1754581 หรือ add line: hocl8 ได้เลยค่ะ

Go to top