Hands On Blog | บล็อคเพื่อการเรียนต่อสหราชอาณาจักร

| หมวดหมู่ Counsellor Blog

แท็ก : ,

12 November 2019

สวัสดีค่ะพี่แนนจาก Hands on สาขาปิ่นเกล้านะคะ วันนี้พี่จะมาแบ่งปันประสบการณ์การเรียนปริญญาโทที่ Lancaster University ในหลักสูตร Language and Linguistics ค่ะ เล่าคร่าว ๆ ถึงสาเหตุก่อนที่จะตัดสินใจไปเรียนนะคะ พี่แนนจบโบราณคดีเอกภาษาอังกฤษจากมหาวิทยาลัยศิลปากร แล้วก็มีโอกาสได้ทำงานเป็นครู และผู้ช่วยพัฒนาหลักสูตรอยู่สักพัก ก็เริ่มรู้สึกอยากสานต่อความต้องการตั้งแต่สมัยปริญญาตรีนั่นก็คือการไปเรียนต่อต่างประเทศ ตอนนั้นคิดว่า  ว่าถ้าจะไปให้สุดทางด้านภาษาอังกฤษก็ต้องไปที่ ๆ เป็นต้นแบบของภาษาจริง ๆ  พี่แนนเลยเริ่มหาข้อมูลของหลักสูตร คุณภาพของการสอน และค้นพบว่า Lancaster University นี่แหละค่ะที่ตอบโจทย์ที่สุด

 

หลายคนถามว่าไปเรียนปริญญาโทต่างประเทศแล้วได้อะไร อย่างแรกนะคะแน่นอนคือความรู้ด้านวิชาการ แต่สิ่งที่พี่มองว่าเป็นผลพวงที่สำคัญคือคือการได้เอาชนะใจตัวเอง พี่แนนเคยรู้สึกว่าการเรียนปริญญาโทดูยุ่งยาก ระหว่างเรียนก็มีคำถามกับตัวเองตลอดว่าจะทำได้หรือเปล่า แล้ววันนี้พี่ก็ได้คำตอบค่ะว่า “ทำได้” เวลาทำอะไรใหม่ ๆ ในชีวิต แน่นอนค่ะต้องมีความกลัวเกิดขึ้น ถึงแม้นี่จะไม่ใช้ครั้งแรกของการไปใช้ชีวิตในต่างแดนของพี่ แต่พี่ก็กลัวอยู่ดี 5555 โชคดีค่ะที่พี่แนนได้รับความช่วยเหลือตั้งแต่ก่อนไปเรียนจากที่ Hands On  รวมถึงมหาวิทยาลัยก็มีการ support เราตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบถึงแผ่นดินอังกฤษจนกระทั้งเรียนจบเลยค่ะ

พี่แนนมีเรื่องประทับใจหลายอย่างค่ะ เรื่องแรกคือเรื่องเพื่อน  ด้วยความที่สาขาที่พี่แนนเรียนมีคนไทยคนเดียว แล้วพี่ก็ได้เป็นสมาชิกของ Latin American Society  ได้ไปฝึก Latin American Dance ฝึกภาษาสเปน ได้ไปเป็นอาสาสมัคร ช่วยชงชา ทำเค้ก พูดคุยกับเหล่าคุณยายที่มาทำ craft work ที่โบสถ์  ทำอาหารกับเพื่อน ๆ พี่ ๆ คนไทยผู้ซึ่งคอยคอยดูแลกันตลอด คอยแบ่งปันอาหารกันอย่างไม่ขาดสาย 5555

 รวมถึงทำงานพิเศษด้วย  ทำให้พี่ไม่เหงาเลย พี่แนนเลยมีโอกาสได้เจอเพื่อนต่างชาติต่างภาษามากมาย บางคนก็กลายเป็นเพื่อนสนิท ถึงแม้จะกลับมาไทยแล้วก็ยังพูดคุยติดต่อกันอยู่

อย่างที่สองคือตัวเมืองค่ะ “เมืองเล็ก ไม่มีอะไร” นี้อาจเป็นคำจำกัดความของ Lancaster สำหรับใครหลาย ๆ คน ซึ่งก็เล็กจริง ๆ แหละค่ะ ถ้าเทียบกับเมืองอื่น 5555 แต่สิ่งหนึ่งที่อยากบอกคือพี่ไม่รู้สึกเบื่อเลยเพราะมหาลัยและเมืองมีครบทุกอย่าง เพียงพอกับชีวิตนักเรียน ในรั้วมหาวิทยาลัยมีซุปเปอร์มาเก็ต มีบาร์ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ (Starbucks ก็มีนะคะ) เดินเลือกเลยค่ะว่าถูกใจสิ่งไหน พี่แนนคิดว่าถ้าเราอยู่เมืองใหญ่แต่ไม่หาอะไรทำมันก็น่าเบื่อได้เหมือนกัน  สำหรับพี่ Lancaster ถือว่าเป็นเมืองที่มีเสน่ห์มาก ๆ ธรรมชาติเน้นๆ อากาศบริสุทธิ์ค่ะ  การเดินทางก็สะดวกค่ะมีป้ายรถเมล์อยู่ตามจุดต่าง ๆ ของ Campus ซึ่งรถเกือบทุกสายนั้นสามารถพาเราไปสู่ city centre ได้

Lancaster อยู่ใกล้กับเมืองใหญ่ถึง 2 เมืองค่ะนั้นคือ Manchester และ Liverpool หากเดินทางด้วยรถไฟก็ร่วม ๆ ชม. เวลาไปเที่ยวเมืองใหญ่กลับมาแล้วรู้สึกว่าเหมือนกลับมาบ้านจริง ๆ ค่ะ ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าทีนี่คือ comfort zone มันสงบและปลอดภัย พูดถึงความปลอดภัยพี่แนนเคยทำกระเป๋าเงินตกไว้ในรถบัส รู้ตัวอีกทีก็เช้าวันรุ่งขึ้น พี่โทรหาทุกคนที่เกี่ยวข้อง เดินหาทุกจุดในมหาวิทยาลัย บอกได้เลยว่าใจจะขาดค่ะ จนกระทั้งอีกสองสามวันหลังจากนั้นทางมหาวิทยาลัยส่งอีเมล์มาว่ามีคนเจอกระเป๋าเงินให้ไปรับคืนได้ ดีใจมากกกกค่ะ เงินและบัตรก็อยู่ครบอีกด้วย รู้สึกว่าตัวเองโชคดีมาก ๆ ที่ได้อยู่ Lancaster เพราะถ้าอยู่เมืองอื่นคงไม่ได้คืนแน่ ๆ ค่ะ

ท้ายที่สุดคือความหลากหลายทางวัฒนธรรม ด้วยความที่ลักษณะของวัฒนธรรมอังกฤษเป็นสังคมที่เปิดกว้างทำให้มหาวิทยาลัยอังกฤษดึงดูดผู้คนทั่วโลกให้มารวมที่นี่ และด้วยรูปแบบการศึกษาที่มีลักษณะแบบ student centered approach เป็นการเรียนการสอนที่ปลุกความกล้าในตัวคุณ ให้กล้าคิด กล้าพูด กระตุ้นให้เกิดการแลกเปลี่ยน ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ท้าทายสำหรับเด็กไทยส่วนใหญ่  พี่แนนคิดว่าตอนนี้เราอยู่ในยุคที่เราต้องเรียนรู้อะไรที่กว้างขึ้น  คำว่า originality ไม่ได้มีจริงบนโลกค่ะ ทุกอย่างล้วนได้รับแรงบันดาลใจมาจากสิ่งใดสิ่งหนึ่ง การที่เราพาตัวเองไปอยู่ในที่ ๆ เต็มไปด้วยความแตกต่างทั้งความคิดและวัฒนธรรม นั่นคือการที่เรานำคนอื่นไปอีกหนึ่งก้าว  ช่วงเวลา 1 ปีกว่า ๆ  ของพี่นั้นเต็มไปด้วยการเรียนรู้ในทุกรูปแบบ ได้พบกับมิตรภาพที่ดี และประสบการณ์ที่มีค่ามากจริง ๆ ค่ะ

Go to top