Hands On Blog | บล็อคเพื่อการเรียนต่อสหราชอาณาจักร

| หมวดหมู่ Student Blog

แท็ก : , , , , , , ,

11 October 2019

“คอร์สนี้ก็เป็นสองสาขานะคะ Management เอง เค้าก็จะให้เรียนเกี่ยวกับการบริหารคน การบริหารองค์กร แต่ว่าถ้าเป็นด้าน Finance ตัววิชาหลักๆ จริงๆ จะเป็นพื้นฐาน เหมือนเป็นคอร์สสำหรับเรียนให้ไปเป็น manager แต่ถ้าอยากลงลึก ตัวคอร์สจูนจะค่อนข้างกว้างมากจริงๆ เค้าจะมีวิชาเลือกให้เยอะมาก เลือกได้ตามความสนใจของเราเลยค่ะ” จูน, University of Sussex

แนะนำตัวให้เรารู้จักหน่อยค่ะ

ชื่อ จูน นะคะ อายุ 25 ปี จบมาจากวิศวกรรมเคมี จุฬาฯ นะคะ แล้วก็ย้ายสายมาเรียน Finance ด้วยความที่ย้ายสายมาด้าน Business เลย ก็เลยมองหาคอร์สที่มันค่อนข้างกว้างหน่อย

จริงๆ อยากเรียน Finance เพียวๆ แต่ว่าอยากได้ Management ด้วย ก็เลยต้องมองหาทั้ง Management และ Finance ซึ่งคอร์สที่มันกว้างๆ ของปริญญาโทมันจะมีไม่ค่อยเยอะในหลายมหาวิทยาลัยใน UK  ส่วนใหญ่มันจะมีแค่ไม่กี่มหาวิทยาลัยที่มันเปิดทั้ง 2 ด้านในคอร์สเดียว แล้ว University of Sussex ก็มีคอร์ส Management and Finance ซึ่งก็คือใช่ทุกอย่างที่เราอยากได้เลย

แล้วทำไมถึงอยากย้ายสาย

ตอนเรียนปริญญาตรีได้ฝึกงานกับโรงงานเคมีค่ะ ก็ชอบระดับนึง แต่ไม่ได้ชอบการใช้ชีวิตในโรงงานเท่าไหร่ อยากย้ายสายไปด้าน Business มากกว่า อยากลองอย่างอื่นบ้างว่าชอบอะไรมากกว่ากัน พอเรียนจบก็เลยลองไปทำงานก่อน ก็เลยรู้แล้วว่าตัวเองอยากย้ายสายแน่ๆ เลยลองไปทำงานเป็น Business consultants ทำตำแหน่งพวก Data analyst ซึ่งก็เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลของแต่ละบริษัท ก็รู้สึกว่าตัวเองชอบงานสายนี้มากๆ แต่ก็อยากได้ความรู้ทางด้าน Finance ในการลงทุนด้วย ก็เลยพอจะตัดสินใจมาเรียนต่อก็เลยมองหาคอร์สนี้ค่ะ

Preparation

เริ่มต้นหาข้อมูลยังไง

ก็มีเพื่อนที่ไปเรียน IELTS ด้วยกันแนะนำว่าให้เราเรียนต่อ UK ดีนะ ตอนแรกเรามีลังเลว่าจะไปออสเตรเลียดีไหม   แล้วเพื่อนบอกว่า Hands On เค้าก็ดูแลเด็กเยอะ เป็นเอเจนซีใหญ่ เราก็เลยโอเค โทรมาหา Hands On ตอนนั้นก็ได้พี่ตูนดูแลค่ะ พี่เค้าก็เลยแนะนำคอร์สที่เราอยากเรียนทั้ง Management และ Finance ซึ่งมันจะมีอยู่ 2-3 มหาวิทยาลัยที่เด่น หนึ่งในนั้นก็มี University of Sussex ที่มีทั้ง 2 ด้านในคอร์สเดียว

Hands On ช่วยเหลืออะไรเราบ้าง นอกจากให้ลิสต์มหาวิทยาลัยไป

พอได้มหาวิทยาลัยแล้ว Hands On ก็ดูแลตั้งแต่ต้นเลยค่ะ จนถึงได้วีซ่า ขอวีซ่า ตรวจเอกสาร แล้วก็ติดต่อกับทางมหาวิทยาลัยให้

คือตอนก่อนมาได้เข้ากิจกรรมที่ Hands On จัดร่วมกับมหาวิทยาลัยด้วย ได้เจอเจ้าหน้าที่ของมหาวทิยาลัย แล้วเค้าก็แนะนำว่าที่ Sussex มีหรือไม่มีอะไรบ้าง โอเคนะคะ เค้าให้รายละเอียดในหลายๆ อย่างดีค่ะ ก็รายละเอียดทั่วไปที่ทาง Hands On เคยให้อยู่แล้ว (หัวเราะ)

สนใจเรียนต่อ University of Sussex ลงทะเบียนเพื่อรับข้อมูลเรียนต่อและคำปรึกษาฟรี คลิก

โอกาสดี! พบ University of Sussex ได้ที่ The UK Study Exhibition หนึ่งในงานศึกษาต่อสหราชาอาณาจักรที่ใหญ่ที่สุดในไทย ลงทะเบียนเข้างานฟรี คลิก

Pre-sessional Course

แต่สิ่งที่อยากแนะนำคือการเรียน Pre-sessional course ดีนะคะ ถึงจะสอบ IELTS ผ่านแล้วก็ตาม เพราะว่าการเขียนในมหาวิทยาลัยกับการเขียนข้างนอกมันไม่เหมือนกัน Pre-sessional 5 weeks ที่นี่เค้าจะสอนให้เขียน essay ยังไงให้ถูกใจอาจารย์ โครงสร้างเป็นยังไง เค้าจะเน้นเขียนมากกว่า

จูนได้เรียน Pre-sessional 5 weeks มาก่อน ก็รู้แล้วเพราะได้เจอเพื่อนที่เค้าจะเรียน major เดียวกับเรา ก็คนจีนหมดเลย ตอนนั้นก็ช็อคมาก แต่เพื่อนๆ ก็ค่อนข้าง nice มาก เค้าก็จะพยายามพูดภาษาอังกฤษกับเรา แล้วก็ให้คนอื่นพูดภาษาอังกฤษด้วย แต่ว่ามันต้องใช้ความพยายามมากๆ เพราะไม่เคยคิดว่าคนจีนจะเยอะขนาดนี้มาก่อนเลย

แล้วเราปรับตัวยังไง

โชคดีที่ได้เพื่อนดีด้วยค่ะ แต่ว่าจูนจะค่อนข้างทำกิจกรรมกับทางมหาวิทยาลัยเยอะ พวก Social programme ของที่มหาวิทยาลัยเยอะมาก หลายแบบเลยค่ะ เราก็จะได้โอกาสเจอเพื่อนชาติอื่นๆ เยอะขึ้นจากกิจกรรมพวกนี้

Management and Finance

พูดถึงเนื้อหาที่เราเรียนบ้าง มันใช่อย่างที่เราคิดไว้มั้ย

ก็ค่อนข้างตรงนะคะ เพราะว่าตัว Management เอง เค้าก็จะให้เรียนเกี่ยวกับการบริหารคน การบริหารองค์กร แต่ว่าถ้าเป็นด้าน Finance เค้าจะไม่เจาะลึกมากขนาดนั้น ตัววิชาหลักๆ จริงๆ จะเป็นพื้นฐาน เหมือนเป็นคอร์สสำหรับเรียนให้ไปเป็น manager แต่ถ้าอยากลงลึก ตัวคอร์สจูนจะค่อนข้างกว้างมากจริงๆ เค้าจะมีวิชาเลือกให้เยอะมาก ก็คือในหนึ่งเทอมจะมีวิชาเลือกให้ 3 ตัว เค้าจะบังคับให้เราเลือกเรียน Management 1 วิชา Finance 1 วิชา ส่วนอีกตัวจะไปด้าน Finance หรือ Management ก็ได้

วิชาเลือก

มาถึงตอนแรกงงค่ะ งงมาก คือวิชาเลือกในคอร์สเราคือถูกเปลี่ยนแทบทั้งหมดเลยค่ะ จากตอนแรกที่หาข้อมูลมานะคะ ก็ต้องเลือกใหม่หมด บางวิชาที่อยากเรียนตอนที่จะมาสมัครก็ไม่ได้เรียน

แต่วิชาใหม่ที่เค้าให้มาก็โอเคนะคะ คือทางมหาวิทยาลัยเค้าจะมีการทำ feedback ของนักเรียนปีนี้ว่าคุณมีปัญหายังไง คุณไม่ชอบวิชาไหน แล้ววิชาไหนที่มันไม่ practical จริงๆ เค้าก็จะตัดออกเพื่อไปพัฒนาในปีหน้า อาจารย์บอกว่า 2-3 ปีจะเปลี่ยนหลักสูตรทีนึงเพื่อเป็นการอัพเดท

ตอนแรกทำงานเกี่ยวกับ Data มา ก็คิดว่าจะเลือกเกี่ยวกับ Data analyze การวิเคราะห์ข้อมูล แต่ว่าตัวนี้มันปิดไป ก็เลยไปเลือกตัวอื่นแทน ก็เลือก Corporate governance ทั่วโลกเค้าสนใจเรื่องนี้ทางด้าน Finance ก็เลยเลือกเรียนตัวนี้แทนค่ะ

ก็เป็นวิชาที่น่าสนใจนะคะ จะเป็น lecture ซะส่วนใหญ่เพราะเป็นทฤษฎี แล้วก็มี essay ให้เขียนคือมีการให้ไปวิเคราะห์บริษัท สิ่งที่อยากแนะนำคือ Reading skill ต้องดีมากๆ เพราะว่าต้องอ่านเยอะมากจริงๆ

บรรยากาศในห้องเรียน

ตัวเนื้อหาการเรียนเป็นแบบที่คิดไว้ แต่ว่าตัว culture คือไม่ใช่เลย จริงๆ เรารู้อยู่แล้วแหล่ะว่าคลาส Finance and Management คนจีนจะต้องเยอะ แต่ไม่คิดว่าจะเยอะขนาดนี้

แต่เพราะจูนเรียน 2 majors ในคอร์สเดียว ก็จะมีทั้งด้าน Management กับ Finance สำหรับฝั่ง Finance เพื่อนในห้องส่วนใหญ่คือคนจีน และเนื้อหาเป็นการคำนวนซะเยอะ เราก็จะไม่ค่อยได้ discuss กันสักเท่าไร แต่ถ้าเป็นวิชาฝั่ง Management ที่ไปเรียนกับ major อื่นก็จะมีเจอคน western บ้าง จะมีความหลากหลายมากกว่า อันนั้นจะได้ discuss เยอะมาก เราก็จะต้องเตรียมตัวค่อนข้างเยอะ เตรียมพรีเซ้นต์ด้วย ก็ได้ฝึกสกิลการพรีเซ้นต์งานเยอะเลยค่ะ

สนใจเรียนต่อ University of Sussex ลงทะเบียนเพื่อรับข้อมูลเรียนต่อและคำปรึกษาฟรี คลิก

โอกาสดี! พบ University of Sussex ได้ที่ The UK Study Exhibition หนึ่งในงานศึกษาต่อสหราชาอาณาจักรที่ใหญ่ที่สุดในไทย ลงทะเบียนเข้างานฟรี คลิก

University of Sussex

มหาวิทยาลัยสวย แล้วก็บรรยากาศดีค่ะ ตึกที่นี่ก็ดีนะคะ แต่ว่าก็ค่อนข้างไกลเวลาเปลี่ยนคลาสทีนึง แต่ระบบที่นี่จะค่อนข้างดีกว่าที่ไทย เพราะอาจารย์ทุกคนเค้าจะรู้เวลาเลิกแล้วเค้าจะเลิกก่อน 10 นาทีเพื่อให้เวลาเด็กเดินเปลี่ยนคลาสได้ทัน ถือว่าเป็น culture ที่ดีมากๆ ค่ะ

Facilities ของมหาวิทยาลัยเป็นยังไงบ้าง

ที่นี่เค้าใช้ระบบ Canvas มันจะเป็นระบบที่อาจารย์เค้าจะ upload lecture ขึ้นไป บางวิชาอาจารย์เค้าก็จะ record class ไว้ให้เราไปดูซ้ำได้ นอกจากนี้ระบบนี้มันสามารถให้เราไป discuss ในกรุ๊ปของวิชานั้นได้ด้วย

ถ้าคนที่เรียนด้าน Finance ที่นี่เค้ามี Bloomberg lab ให้ใช้ ซึ่งมันดีมากๆ เลย เพราะปกติแล้วมันแพงมาก แต่ที่นี่นักเรียนจะได้ใช้ฟรี เราแค่จองล่วงหน้า มันใช้ได้วันละ 2 ชั่วโมงค่ะ

แล้วห้องสมุดที่นี่ก็เปิดตลอด 24 ชั่วโมงในช่วง term time ในห้องสมุดก็จะมีห้อง Group discussion เราก็สามารถจองได้ มีโซฟา มีคอมพิวเตอร์ให้ แต่ที่ดีจริงๆ คือเวลาที่เราหา paper ที่ Sussex เค้าจะ subscribe พวก online resource ไว้ทั้งหมด ก็สามารถหา paper ได้แล้วก็ฟรี

อีกอย่างที่ดีคือเราสามารถเอาข้าวมากินได้ด้วย ที่นี่มีไมโครเวฟให้ทุกจุดทุกตึกเลย เค้าจะมี Student kitchen จะมีไมโครเวฟ อ่างล้างจาน ตู้เย็น คือเราสามารถใช้ได้เลยค่ะ

กิจกรรม Buddy

ที่มหาวิทยาลัยมีกิจกรรม Buddy โดยจะจับคู่เรากับนักเรียนในมหาวิทยาลัยนี่แหละค่ะ โดยเค้าจะให้เรา request ได้ว่าเราชอบทำกิจกรรมประมาณไหน ก็จะได้คนที่มีความสนใจคล้ายๆ กันมาเป็น Buddy ค่ะ

ส่วนจูนได้ Buddy เป็นเพื่อนชาวฮ่องกง (หัวเราะ) ขนาดรีเควสไปแล้วนะว่าห้องเรียนฉันมีคนจีนเยอะมาก ฉันอยากได้คนประเทศอื่นบ้าง ฉันอยากรู้จักคนต่างชาติเยอะๆ แต่ก็โอเคไม่เป็นไรเพราะเค้าเป็นคนฮ่องกงที่โตที่นี่ สำเนียงเค้าก็ค่อนข้างจะ British เราอยากฝึกภาษาเราก็ไปคุยกับเค้า เค้าชอบดูหนัง ดูละครเวทีอะไรแบบนี้ก็มีชวนไปบ้างค่ะ

Sport complex

Sport complex ที่นี่มีสนามกีฬาอยู่ 2 ที่คือ Sport complex แล้วก็หลังตรง Science park อีกที่นึงค่ะ จูนชอบเล่นเทนนิส จูนได้ไม้เทนนิสจากพี่ปีที่แล้วมา ก็เลยได้ไปตีที่สนาม แล้วก็ไป Social programme ของที่นี่ มีแบดมินตัน บาสเกตบอล เราจะไปคนเดียวก็ได้ เค้าก็จะมีทีมของที่นี่เล่นกับเรา ใครเล่นไม่เป็นเค้าก็สอน ใครเล่นเป็นแล้วก็ไปแข่งกับพวกเค้าได้ ช่วงเทอมแรกก็ได้ไปเยอะหน่อย ช่วงเทอมหลังไม่ค่อยได้ไปแล้วค่ะงานเยอะ

Brighton

ส่วนหนึ่งที่เลือเรียนที่ University of Sussex นี่ก็เพราะเลือก Brighton ค่ะ เพราะอยู่ติดทะเล แล้วก็เดินทางง่าย อยู่ใกล้สนามบิน แต่ตอนแรกคิดว่าเมืองจะใหญ่กว่านี้ แต่คือถ้ามาอยู่ จูนคิดว่าโอเคเลย ชอบนะคะ เพราะว่า Bus ถึงทุกที่ ส่วนใหญ่ถ้ามีเพื่อนมาก็พาไป Seven Sisters Cliffs แล้วก็ Pier

แล้วในเมืองก็มี Brighton Pavilion กับ St Peter’s church ก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่คนจากที่อื่นๆ มากัน

Seven Sisters Cliffs มันสวยสมคำร่ำลือมั้ย

สวยค่ะ คือ Brighton จะมีเมืองข้างๆ ที่คนอื่นไม่ค่อยรู้จักชื่อว่า Eastbourne เป็นเมืองน่ารัก แล้วก็มี Lewis จะเป็น Historical village ส่วนใหญ่จะเป็นประวัติศาสตร์ ปราสาท ค่ะ อีกที่นึงที่คนไม่ค่อยรู้จักคือ Devil’s Dyke จะคล้ายๆ Seven Sisters Cliffs คือจะเป็นหุบเขาลงมา แต่เค้าแนะนำให้ไปเดินช่วงหน้าหนาว ช่วงที่มีหิมะตกอะไรอย่างนี้ มันจะโรแมนติก แล้วก็บอกว่าถ้ากลั้นหายใจตอนเดินข้ามหุบเขาก็จะโชคดีด้วยค่ะ

Part time job

ก็จะมีหลากหลายร้าน แต่ถ้าเป็นร้านคนไทยเค้าจะให้แบบเหมาซะเป็นส่วนใหญ่ แต่ถ้าเป็นร้านของคนต่างชาติเค้าก็จะให้เป็นรายชั่วโมงของคนอังกฤษ ซึ่งร้านคนไทยที่นี่ดีหลายร้านค่ะ ตอนแรกจูนทำอาทิตย์ละ 3 วัน แต่ตอนนี้จูนทำอาทิตย์ละ 4 วันค่ะ เพราะมันทำแค่ 5 โมงเย็นถึง 5 ทุ่ม ซึ่งจูนคิดว่ามันพอดีกับการมาเรียน

มีอะไรอยากแนะนำน้องๆ มั้ย ที่เค้าอยากเรียนต่อหรืออยากเปลี่ยนสายเรียนแบบเรา

จริงๆ จูนมองว่าทำงานก่อนจะดีกว่า จะได้รู้ว่าชอบหรือไม่ชอบอะไรสำหรับคนที่อยากเปลี่ยนสายจริงๆ เพราะว่าตอนทำงานมา ถึงจูนจะทำงานมาได้แค่ 6 เดือน แต่มันช่วยในคลาสเรียนได้เยอะมาก เพราะบางทีอาจารย์ก็จะมีเรียกถามว่าคุณรู้จักตัวอย่างนี้มั้ย เราก็สามารถนึกถึงพวก case study ต่างๆ ที่เราเคยได้ทำงานมา ถ้าเป็นด้าน Management แนะนำว่าควรทำงานมาก่อนจริงๆ ค่ะ ส่วนถ้าเป็นด้าน Finance อาจจะไม่ต้องทำงานมาก่อนเพราะมันจะเป็นทฤษฎีซะส่วนใหญ่ เป็นคำนวน ก็คือถ้าใครชอบเลขหรือมีพื้นฐานเลขก็เรียน Finance ได้ค่ะ ตอนแรกก็มีคุยกับพี่ตูนที่ Hands On ค่ะ เพราะเปลี่ยนสายจากวิศวะมา กลัวว่าจะเรียน Finance ไม่ได้ ซึ่งพี่ตูนก็ตอบว่าได้ เพราะคนก็เปลี่ยนกันเยอะ (หัวเราะ) จูนก็เชื่ออย่างนั้นเพราะเห็นว่าจากวิศวะส่วนใหญ่เปลี่ยนมา Finance เยอะมาก

สนใจเรียนต่อ University of Sussex ลงทะเบียนเพื่อรับข้อมูลเรียนต่อและคำปรึกษาจากพี่ๆ Hands On ตัวแทนมหาวิทยาลัยอย่างเป็นทางการประจำประเทศไทย ฟรี คลิก

โอกาสดี! พบ University of Sussex ได้ที่ The UK Study Exhibition หนึ่งในงานศึกษาต่อสหราชาอาณาจักรที่ใหญ่ที่สุดในไทย ลงทะเบียนเข้างานฟรี คลิก

Go to top