Hands On Blog | บล็อคเพื่อการเรียนต่อสหราชอาณาจักร

| หมวดหมู่ Student Blog

แท็ก : , , , ,

17 June 2019

ภาคต่อรีวิวคอร์ส Teaching English to Speakers of Other Languages (TESOL) ที่ King’s College London กับน้องเมเม่ ที่จะมาแบ่งปันประสบการณ์การฝึกสอนที่สถาบัน International House ที่ลอนดอน!

อ่านรีวิวตอนแรก เกี่ยวกับคอร์สเรียน  Teaching English to Speakers of Other Languages (TESOL) ที่ King’s College London คลิก

TESOL ที่ King’s College London

คอร์ส TESOL ที่ King’s College London ก็จะมีความพิเศษอย่างนึง คือเค้าจะมี CELTA เป็น certificate จาก University of Cambridge ให้ และสามารถใช้สอนภาษาอังกฤษได้ทั่วโลกค่ะ

ซึ่งการที่เราจะได้มานั้นเราจะต้องไปฝึกสอนเป็นเวลา 1 เดือน เค้าก็จะแบ่งเป็นครึ่งๆ อ่ะค่ะ ครึ่งแรกก็จะเป็นของเทอมแรก (ประมาณเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม) ก็ไปสอนครึ่งเดือน แล้วอีกครึ่งนึงก็เพิ่งสอนเสร็จเลย (ช่วงเดือนมีนาคม) คือเค้าจะ co กับ International House ให้เราไปสอนที่นั่นค่ะ

คอร์สภาษาที่ International House

นักเรียนที่จะมาเรียนเค้าก็จะรู้อยู่แล้วว่าเค้าจะต้องมาเรียนกับครูฝึกสอน ที่ International House ก็จะแบ่งเป็น 4 levels ก็คือ Elementary, Pre-Intermediate, Intermediate และ Upper Intermediate ค่ะ หนูก็ได้สอน Intermediate แล้วก็ Upper Intermediate ก็เป็น 2 levels ที่ค่อนข้างแตกต่างกัน สอนทุก skills เลยค่ะ ฟัง พูด อ่าน เขียน แล้วก็สอน Language ก็พวก vocab, grammar และพวกสิ่งต่างๆ

สนใจเรียนต่อ King’s College London ลงทะเบียนเพื่อรับข้อมูลเรียนต่อและคำปรึกษาฟรี คลิก

การสอนของเรา

ที่สถาบันเค้าก็จะมีหนังสือเรียนมาให้เราสอนค่ะ เพียงแต่ว่าเราจะต้องดึงสิ่งที่อยู่ในหนังสือเรียนมาทำเป็นแผนการเรียนการสอน เราอาจจะต้องใช้กิจกรรมนอกหรือสื่ออื่นมาประกอบการสอนนั้นๆ อย่างเช่น บทเรียนนี้เราอยากโฟกัสเกี่ยวกับเรื่อง Listening กับ Writing มันก็จะมีแบบฝึกหัดเกี่ยวกับการฟังแล้วก็การเขียน นอกจากนั้นก็อยู่ที่เราแล้ว ว่าเราจะมีเทคนิคอะไรมาสอนในห้องเพิ่มเติม เพื่อให้นักเรียนของเราเข้าใจมากขึ้น เคยทั้งวาดรูป หรือเราอาจจะใช้ลักษณะท่าทางต่างๆ หรืออาจจะต้องเขียนเส้น อะไรก็ตามที่จะทำให้เค้าเข้าใจ ทำหมดค่ะ (ยิ้ม)

เราเคยฝึกสอนที่ไทยแล้วต่างกับที่ฝึกสอนที่อังกฤษมั้ย

ตอนฝึกสอนที่ไทยเป็นการสอนในโรงเรียน เหมือนเราไปสอนนักเรียนในโรงเรียนเลยจริงๆ ซึ่งนักเรียนก็เป็นคนไทย เวลาเราสอนภาษาอังกฤษให้คนชาติเดียวกัน เราจะแชร์ภาษาแม่กัน บางทีนักเรียนไม่เข้าใจเราก็สามารถอธิบายเป็นภาษาไทยได้ โดยเฉพาะเรื่อง Grammar ที่มันยากต่อการอธิบายเป็นภาษาอังกฤษ นักเรียนก็อาจจะอยากเรียนกับครูคนไทยมากกว่า เพราะมันได้ฟังภาษาไทย

แต่พอเรามาสอนที่อังกฤษ นักเรียนที่มาเรียนจะเป็น adult และมาจากหลายชาติ เค้าอาจจะมาทำงานในลอนดอนแล้วต้องการพัฒนาภาษาอังกฤษ ซึ่งมันยากตรงที่เราไม่รู้ภาษาแม่ของเค้าเลย ต้องสื่อสารกันด้วยภาษาอังกฤษ แล้วถ้าเป็นนักเรียน Beginner level เค้าแทบจะสื่อสารภาษาอังกฤษกับเราไม่ได้เลยด้วยซ้ำ เราต้องใช้วิธี grading ภาษาให้ได้มากที่สุดในการอธิบายสิ่งๆ นึง นอกจากนี้ถ้าเราสอนคนที่ high level เลย ความ fluency เค้าอาจจะมากกว่าเราเลยด้วยซ้ำ เค้าอาจจะมาจากประเทศใกล้เคียงแถบนี้แต่หลักแกรมม่าเค้ายังไม่แข็งเท่าครู มันยากตรง emergency language ของเค้าเวลาถามเราในห้องอาจจะเป็นสิ่งที่เราไม่รู้อะไรเลย

เคยเจอกรณีที่อธิบายไปแล้ว ยังไงเค้าก็ไม่เข้าใจอยู่ดีมั้ย

มีค่ะ ก็มีอธิบายเรื่องคำศัพท์กลุ่มนึง ซึ่งมันเป็นคำที่มีในภาษาเค้าเหมือนกัน คือรูปร่างตัวสะกดใกล้เคียงกันแต่คนละความหมายกันเลย ซึ่งความรู้สึกของเค้าคิดว่ามันเหมือนกัน แล้วเราก็พยายามจะอธิบายให้เค้าฟังแต่เค้าก็ยังยืนยันในสิ่งที่เค้าคิด มันจะยากตรงนี้ มันจะต่างกับภาษาไทยตรงที่ว่าภาษาไทยกับภาษาอังกฤษมันต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะฉะนั้นเวลาเรารับอะไรมามันจะเหมือนว่าเป็นอีกเรื่องนึงเลยแต่ถ้าเราไปเรียนภาษาลาวก็อาจจะมีบางคำที่ใกล้กับภาษาไทยมาก

คิดว่าการมาเรียนที่อังกฤษให้อะไรเรา

มันทำให้เราโตขึ้นทางด้านความคิด สติปัญญามากๆ มันทำให้เรารู้ว่าการพัฒนาตัวเองมันไม่มีที่สิ้นสุดเลย เพราะฉะนั้นหนูรู้สึกว่าการหาความรู้เป็นสิ่งที่จำเป็นที่เราควรทำตลอดเวลา ไม่ว่าเราจะเรียนอยู่หรือว่าเรียนจบไปแล้ว อย่างหนูเป็นครูเนี่ย ถ้าเรารู้สึกว่าเราเรียนจบนอกมาแล้ว ไม่ต้องทำอะไรแล้ว เราเหนือกว่าคนอื่น แค่นี้มันก็ผิดแล้ว ถึงแม้ว่าวันนี้เราเรียนจบที่นี่มาแล้วเรากลับไปทำงาน สิ่งที่เราต้องทำคืออัพเดทหาความรู้ให้ตัวเองตลอดเวลา นี่คือสิ่งที่หนูได้เรียนรู้จากที่นี่นะ เพราะว่าอย่างตอนเรียนปริญญาตรีแล้วจบมา เราก็ไปทำงานอะไรอย่างอื่นแบบนี้ เราก็ห่างหายจากวิชาชีพที่เราเคยเป็นมานาน พอมาอยู่ที่นี่ก็เหมือนเราต้องรื้อฟื้นใหม่หมดเพราะฉะนั้นมันเป็นสิ่งที่สำคัญที่ต้องอัพเดทตัวเองตลอดเวลาค่ะ ส่วนเรื่องการใช้ชีวิตหนูคิดว่ามันก็เหมือนกันทุกที่ทั่วโลกอ่ะ มันก็คือผู้คน คือเราต้องอยู่กับคน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็เหมือนๆ กันค่ะ

สนใจเรียนต่อ King’s College London ติดต่อพี่ๆ Hands On ตัวแทนมหาวิทยาลัยอย่างเป็นทางการประจำประเทศไทยฟรี คลิก

Go to top