Hands On Blog | บล็อคเพื่อการเรียนต่อสหราชอาณาจักร

| หมวดหมู่ Student Blog

แท็ก : , , , , ,

21 May 2019

“ก่อนที่จะเป็นผู้ประกอบการเราควรมีทักษะอะไรบ้าง คิดวิเคราะห์แบบไหน อยู่ที่นี่ได้เรียนรู้หมดเลยค่ะ รวมถึงมี Field Trip ไปต่างประเทศด้วย เปิดโอกาสให้เราได้เจอประสบการณ์ใหม่ๆ เพื่อนๆ ในคอร์สก็สนิทกันดี เฮฮามากค่ะ” – ปี, University of Reading

แนะนำตัวให้เรารู้จักหน่อยค่ะ

ชื่อปีนะคะ เรียน Entrepreneurship (Leadership) ที่ University of Reading ค่ะ ก่อนหน้านี้ปีเรียน Marketing ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒค่ะ

ทำไมถึงเลือกเรียนคอร์สนี้

เอาจริงๆ ตอนแรกจะไปต่อ Finance แต่พอไปปรึกษากับอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยเค้าก็บอกว่ามันจะหนักนะเพราะตอนเรียน Marketing เราจะเจอ Finance แค่ 2-3 ตัว แต่ถ้าจะไปเรียน Finance เราจะเจอเพียวๆ เลยก็บอกให้ไปศึกษามาให้ดีๆ ทีนี้ปีก็เลยไปศึกษาดูว่ามีวิชาอะไรอีกที่มันจะสามารถมาปรับใช้ได้เพราะที่บ้านปีก็มีธุรกิจค่ะ แล้วก็มีญาติปีเค้าเรียน Entrepreneurship มาเค้าก็เลยแนะนำว่าก็ดีนะ สามารถนำมาต่อยอดได้ก็เลยตัดสินใจเลือกเรียนคอร์สนี้ค่ะ

ทำไมถึงเลือกเรียนที่ University of Reading

ปีสมัครไปหลายที่มาก แล้วก็ได้ offer มาหมดเลยค่ะ แต่มีเรื่องของ IELTS ที่บางที่เราต้องเรียน pre-sessional นานมาก สุดท้ายมาลงตัวที่ Reading ด้วยชื่อเสียงมหาวิทยาลัยเอย ranking ก็โอเค อีกอย่างเลือกตามเพื่อนด้วย เพราะมีเพื่อนมาเรียนด้วยก็อุ่นใจกว่า แล้วที่นี่ก็ใกล้ลอนดอน เข้าลอนดอนง่าย ก็เลยโอเคกับที่นี่ค่ะ

บริการจาก Hands On

เพื่อนแนะนำมาค่ะ ว่าเค้าใช้บริการของ Hands On ดีมากเลย ก็เลยมาที่ Hands On ค่ะ

Hands On ก็ช่วยตั้งแต่เลือกมหาวิทยาลัยเลยค่ะ เค้าจะถามเราก่อนว่าสนใจคณะอะไรแล้วเค้าก็จะส่งลิงก์มาให้เลยค่ะ ให้เอาไปเลือกดู คือช่วยทุกอย่างเลยค่ะ พอปีถามว่ามีรุ่นพี่ที่รู้จักเรียนมหาวิทยาลัยนี้มั้ย พี่เค้าก็จะส่ง contact มาให้ ช่วยทั้งเรื่องวิธีจ่ายเงิน วิธีคำนวนเงิน จองหอให้ คือทำให้หมดเลย ก็สบายไปเยอะเลยค่ะมีอยู่ช่วงนึงที่หนูจะมาแล้วแต่หนูยังไม่ได้หอก็เลย panic เนอะ แล้วก็ไปกดดันพี่เค้า พี่เค้าก็บอกว่าพี่เค้าติดต่อให้อยู่ ส่งอีเมลไปแล้วครับ พี่ก็โทรไปหาเค้าแล้ว ใจเย็นๆ เดี๋ยวก็ได้ยังไงก็ได้อยู่แล้ว พี่เค้าก็คอนเฟิร์มเราเหมือนกันว่าไม่ต้องห่วง ยังไงน้องก็มีที่นอน ตอนนั้นก็เข้าใจนะคะว่าพี่เค้าก็งานเยอะ แต่เราก็กดดันเหมือนกัน สุดท้ายก็ได้มา ไม่มีปัญหาอะไร พี่เค้าก็ช่วยเต็มที่ค่ะ (ยิ้ม)

ก่อนที่หนูจะบินมาที่นี่เค้าก็จะมีรวมเด็กที่เรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน รอบ Pre-sessional เดียวกันมาเจอกันก่อน (กิจกรรม Pre-departure briefing) ซึ่งหนูก็ได้มาครั้งนึงค่ะแล้วได้เจอกับพี่ที่จะมาเรียนด้วยกัน แล้วก็ได้คุยกันว่าเราจะนั่งเครื่องบินรอบไหน ไปนั่งด้วยกันมั้ย คือรอบที่หนูมาคนไทยมาเยอะมาก เลยได้โอกาสจองตั๋วเครื่องบินพร้อมกัน มาพร้อมกัน แล้วตอนถึงสนามบินที่ Heathrow ก็จองรถ Green Metro Car มาด้วยกัน คือถ้ามาคนเดียวก็ต้องไปงมว่าจะต้องต่อบัสตรงไหน อันนี้ก็รวมกันเป็นกลุ่มนึงแล้วก็จองรถนั่งมาถึงหน้าหอเลยค่ะ อย่างเพื่อนหนูที่มาเองก็เสียค่า taxi ไป 80 ปอนด์ อย่างหนูรวมกลุ่มมาพร้อมกันเสียแค่ 15 ปอนด์เองค่ะ

สนใจเรียนต่อ University of Reading ลงทะเบียนเพื่อรับข้อมูลเรียนต่อและคำปรึกษาฟรี คลิก

Entrepreneurship (Leadership)

Entrepreneur จะแบ่งเป็น 3 สาขาค่ะ ก็จะมี Leadership, Finance แล้วก็ Creative Industry ค่ะ

คอร์สนี้ก็เรียนเกี่ยวกับผู้ประกอบการค่ะ คือก่อนที่จะเป็นผู้ประกอบการเราควรมีทักษะอะไรบ้าง ควรคิดวิเคราะห์แบบไหนอะไรแบบนี้ค่ะ เค้าก็จะสอนลำดับความคิด ตอนแรกเค้าก็จะสอนให้เรารู้จักตัวเองก่อนว่าตอนนี้เรามีข้อดีข้อเสียอะไรมั้ย อยากพัฒนาส่วนไหนมั้ย เค้าก็จะเน้นว่าให้เราควรเพิ่มตรงนั้นนะ ลดตรงนี้นะ แล้วก็สอนถึงวิธีการคิดของผู้ประกอบการเค้าคิดยังไงค่ะ

ส่วนตัวเรียน Leadership ค่ะ ในเทอมแรกเค้าก็จะมีวิชาให้ศึกษาเกี่ยวกับตัวเองก่อน แล้วในระหว่างเทอมช่วงเดือนเมษายนเนี่ย เค้าก็จะเปิดโอกาสให้เราไป Field Trip ที่โปแลนด์หรือรัสเซีย เพื่อเป็นกรณีศึกษาใช้ในเทอมจบ เพราะว่าเทอมจบเราต้องไปเป็น consult ให้ Entrepreneur ค่ะ เป็นโปรเจคจบเราค่ะ

บรรยากาศในห้องเรียน

โชคดีที่คอร์ส Entrepreneurship เป็นคนต่างชาติเกือบหมดเลย คนก็ไม่เยอะมากค่ะในห้องมี 25 คน มีทั้งคน Lebanon, India, British, American ก็มี เค้าก็จะนัดสังสรรค์กันบ่อยมากก็เลยสนิทกัน เป็นคณะที่เฮฮามาก ตัวหลักสูตรในคอร์สปีเค้าก็จะเน้นทำงานกลุ่ม มันคุยกันตลอด เลยทำให้คนในคณะสนิทกันเร็วเหมือนกันค่ะ

ส่วนอาจารย์ก็ไม่ดุค่ะ เหมือนตามสไตล์ที่นี่คือเค้าสอน แล้วมันอยู่ที่ความรับผิดชอบของคุณว่าจะตั้งใจเรียนหรือเปล่า ปีก็มีแอบหลุดบ้างนิดนึงค่ะ เหมือนที่นี่เค้าเรียนเสร็จแล้วไม่ได้สอบเลย เรียนจบไปแล้วอีก 2 เดือนค่อยมาสอบ มันเลยทำให้ไม่กระตือรือร้นในการอ่านหนังสือเท่าไหร่ เหมือนปีต้องเก็บความรู้ไว้ยาวๆ กว่าจะได้สอบ

 

University of Reading

University of Reading หนึ่งใน 30 มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดใน UK

Henley Business School หนึ่งในมหาวิทยาลัยที่ได้รับการรับรองหลักสูตรแบบ Triple Accredited

ก็แอบผิดคาดนิดนึงที่เล็ก ก่อนมาในหัวหนูคือมหาวิทยาลัยอังกฤษต้องเก่าๆ ขลังๆ ปราสาท พื้นที่ใหญ่ๆ แต่พอหนูมาถึงที่นี่ก็ เอ้า! มันโมเดิร์นหนิ ไม่เห็นขลังเลยไรงี้ แต่ถ้าไปเทียบกับมหาวิทยาลัยอื่น ที่ Reading ก็มีพื้นที่ให้ใช้สอยได้เยอะอยู่นะคะ จริงๆ แค่นี้ก็ขี้เกียจเดินระหว่างตึกแล้วอ่ะ (หัวเราะ)

Facilities

หนูอาจจะเจอแค่ตึกนี้เพราะหนูเรียนที่ Henley Business School คือในห้องทุกอย่างดี แต่หนูว่าพื้นที่ส่วนกลางมันน้อยไปหน่อยเพราะเด็กมันเยอะค่ะ ช่วงเที่ยงที่คนเยอะๆ ก็เดินหาโต๊ะแทบไม่ได้เลย

สนใจเรียนต่อ University of Reading ลงทะเบียนเพื่อรับข้อมูลเรียนต่อและคำปรึกษาฟรี คลิก

 

Reading

อยู่ที่ Reading ดีนะคะ ก็เป็นเมืองที่น่ารักค่ะ Facilities ทุกอย่างก็ครบพร้อม ส่วนเรื่องค่าครองชีพก็ถือว่าโอเคไม่แพงเท่าลอนดอน

ตอนแรกเลยที่มาคิดว่าจะหลงมั้ย สรุปคือ 2 วันก็เดินครบแล้วค่ะ (หัวเราะ) แต่คือโชคดีที่ใกล้ลอนดอน ถ้าเบื่อก็เข้าลอนดอนได้ง่าย แต่คือหลังจากที่อยู่มาเนี่ยแล้วได้ไปเที่ยวหลายๆ เมือง หนูคิดว่าเมืองนี้มันโอเคสำหรับการอยู่และพักอาศัยมากๆ เพราะถ้าไปเทียบกับ Manchester, Liverpool หรือ London งี้ คุณจะได้ชอปปิ้งได้โน่นนี่นั่น แต่มันจะวุ่นวายมากๆ แต่สำหรับ Reading มันสงบ เดินง่าย จะไปซื้อของก็แค่ลงมาจากหอพัก แต่ถ้าเมืองอื่นที่ใหญ่ๆ จะไปซื้อของก็อาจจะต้องต่อรถไปอีกค่ะ

Accommodation

ปีอยู่หอพักกับเพื่อนๆ ค่ะ อย่างหนูมาเรียน Pre-sessional ตอนแรกน้ำหนักลงนะ ก็รู้สึกดีจังมาแล้วน้ำหนักลง แต่มันเหมือนลงเพื่อให้คุณชื่นใจตอนแรกแล้วหลังจากนั้นมันก็จะปี๊ดขึ้นมา อย่างหนูขึ้นมาเกือบ 10 โลได้แล้วมั้ง อยู่กับเพื่อนๆ ไม่มีเหงาแน่นอนค่ะ (ยิ้ม)

นักเรียนไทยใน Reading

ตอนแรกก็เฟลนะ ตอนแรกคือปีมาเรียน Pre-sessional ก่อนแล้วไม่นึกว่าคนไทยจะเยอะขนาดนี้ คือเรามาด้วยความตั้งใจว่าฉันจะมีแต่เพื่อนฝรั่ง แล้วพอเจอคนไทยเยอะแบบนี้ก็เลยโทรไปถามพี่โทนี่ว่าหนูอยากย้ายมหาวิทยาลัย หนูไม่อยากเจอคนไทย แต่พอไปๆ มาๆ พอมีคนไทยแล้วมันดีมากๆ อย่างแรกคือไม่เป็น home sick เลย แล้วเวลาทำงานอะไรเพื่อนคนไทยก็คอยช่วยเหลือเรา จากความคิดตอนแรกว่าฉันจะไม่เอาเพื่อนคนไทยเลย ก็เลยเปลี่ยนเป็นมีคนไทยแล้วมันดีมากๆ อุ่นใจค่ะ (ยิ้ม)

มีอะไรแนะนำน้องๆ ที่อยากมาเรียนต่อมั้ย

ถ้าให้แนะนำก็อยากให้มาเรียน Pre-sessional เพราะมันช่วยได้มากๆ เลย คือได้ทั้งเพื่อนและได้รู้วิธีการเรียนของที่นี่ก่อน เพราะการเรียนการสอนที่นี่ไม่เหมือนกับที่ไทยเลย อย่างที่ไทยเค้าจะป้อนงานให้เราแต่ที่นี่เค้าจะสั่งงาน หรือบางทีเค้าไม่ได้บอกด้วยว่าคอร์สนี้มีอะไร เค้าแค่จะแปะไว้ให้ดูใน module ให้คลิกเข้าไปดูเองว่าต้องทำอะไรบ้าง ต้องไปเตรียมตัวเองนะ คือจะไม่มีย้ำเหมือนตอนเรียนที่ไทยค่ะ นอกจากนี้เค้าก็มีแนะนำวิธีการเขียน essay ก็ช่วยได้เยอะมากๆ และก็ปรับพื้นฐานให้เราด้วยค่ะ

สนใจเรียนต่อ University of Reading ลงทะเบียนเพื่อรับข้อมูลเรียนต่อและคำปรึกษาจากพี่ๆ Hands On ตัวแทนมหาวิทยาลัยอย่างเป็นทางการประจำประเทศไทย ฟรี คลิก

Go to top