Hands On Blog | บล็อคเพื่อการเรียนต่อสหราชอาณาจักร

| หมวดหมู่ Student Blog

แท็ก : , , , , ,

9 November 2018

มาเรียนต่อที่ University of Greenwich มันดีกว่าที่คิดไว้ครับ ทั้งสังคมที่ดี คอร์สเรียน เพื่อนในคลาส หรือแม้กระทั้งกิจกรรมต่างๆ ทุกอย่างทำให้เราสนุกกับการเรียนมากครับ” – โต่ง MBA International Business

 

แนะนำตัวให้เรารู้จักหน่อยค่ะ

สวัสดีครับ ผมโต่ง เมธัส สง่าศิลป์ เรียน MBA International Business อยู่ที่ University of Greenwich ครับ

คอร์สนี้เรียนอะไรบ้าง

ก็ได้เรียนครบทุกอย่างเลยที่เป็นพื้นฐานสำหรับการประกอบธุรกิจ

ไม่ว่าจะเป็น บัญชี, Logistics, Marketing, Global Business, Global Strategy หรือว่าการ Managing People

ส่วนตัวผมชอบวิชา Logistics เพราะว่าช่วยให้ผมเรียนรู้กระบวนการกระจายสินค้าในภูมิภาคหรือในประเทศต่างๆ นอกจากนี้ก็ยังมี work placement ที่ช่วยต่อยอดความรู้และก็เพิ่มประสบการณ์หลังจากการเรียนด้วยครับ

สนใจเรียนต่อ  University of Greenwich ติดต่อพี่ๆ Hands On คลิก

ทำไมถึงเลือกเรียนคอร์สนี้

หลังเรียนจบจาก คณะวิทยาศาสตร์การอาหาร ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็ไปทำงานเกี่ยวกับการส่งออกอาหาร และทำตลาดเกี่ยวกับการกระจายสินค้าครับ ทำมาได้สักพักก็เริ่มรู้สึกว่าความรู้ด้านอาหารอย่างเดียวมันไม่พอ ควรจะบริหารบ้าง จะได้เรียนรู้ว่าเค้ามี logistic ยังไง หลังจากที่อาหารมันเสร็จแล้วจะไปต่อยังไง ก็เลยคิดว่า MBA ที่มันเรียนภาพรวมของ business น่าจะตอบโจทย์เรา

ทำไมถึงเลือก University of Greenwich

ตอนเลือกมหาวิทยาลัย ก็เลือกมหาวิทยาลัยที่ไม่สูงเกินไปที่เราจะเข้าได้ครับเพราะเกรดตอน ป.ตรี ก็ไม่ได้สูงมาก ตอนนั้นแอบเกเร ก็เลยต้องเลือกมหาวิทยาลัยที่กลางๆ ให้มั่นใจว่าเค้าจะรับเรา

สำหรับที่ University of Greenwich มี requirement เรื่องเกรดและคะแนน IELTS ที่ไม่สูงเกินไป อีกอย่างอยู่ในลอนดอน ก็เลยเลือกที่นี่ครับ

 

บริการจาก Hands On

พี่บี จากสาขาปิ่นเกล้า ดูแลดีครับ ยิ่งกว่าแม่คนที่สองอีก ตอนก่อนมาก็คอยช่วยเรื่องเอกสาร ซึ่งตอนนั้นตารางมันแน่นมากครับ ที่จริงผมคุยว่าจะมาเรียนเกือบปีแล้วครับ แต่ช่วงที่จะตัดสินใจมาเรียน ก็ต้องไปเรียนภาษาก่อน แล้วก็รอผลสอบ IELTS พอเริ่มเลือกมหาวิทยาลัยทีนี้ก็เริ่มลุกลี้ลุกลนแล้วครับเพราะว่าไหนจะต้องมีเรื่องเอกสาร, statement, recommendation letter นี่คือปัญหาหลักของเรา มหาวิทยาลัย require อะไรบ้าง เราต้องส่งอะไรบ้าง ที่ประทับใจหลักๆ ก็คือเรื่องดูแลเอกสารต่างๆ สำหรับเตรียมตัวมาที่นี่

พอมาเรียนที่นี่แล้ว พี่บีก็ยังคอยถามว่าเรียนเป็นยังไง แล้วผมมีอุบัติเหตุเล่นฟุตบอลกับเพื่อนๆ แล้วแขนหัก ก็ได้พี่บีนี่แหละครับประสานงาน คอยสอบถามเราว่าแขนเป็นยังไงบ้าง

สนใจเรียนต่อ  University of Greenwich ติดต่อพี่ๆ Hands On คลิก

มาเรียนแล้วเป็นอย่างไรบ้าง

ดีกว่าที่คิดไว้ครับ ด้วยสังคม ด้วยคอร์สที่เรียน กลายเป็นเราชอบเรียน Business มากกว่าอาหารซะอีก เพราะมันได้ใช้ความ creative มากกว่าครับ อาจารย์ก็มีหลากหลายเชื้อชาติ มีอาจารย์ที่ถนัดด้านโน้นด้านนี้มาสอนเรา คือไม่ใช่แค่จบมาก็มาสอนแต่ก็มีแบบเป็นนักธุรกิจมาก่อนแล้วค่อยมาเป็นอาจารย์ ทำให้เวลาเรียนกับเค้าเราได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของเค้า ซึ่งมันก็จะให้มุมมองอีกแง่มุมครับ นอกจากนี้ก็ยังมี guest จากบริษัทต่างๆ มาบรรยายพิเศษด้วย ทางมหาวิทยาลัยก็ไม่ได้บังคับว่าเราจะเข้าหรือไม่เข้า แต่เราก็จะเข้าไปดูไปฟังเค้าครับ ผมว่ามันได้ความรู้และมุมมองใหม่ๆ จากหลายๆ มุม ประทับใจมากครับ

และด้วยความที่สังคมหลากหลาย มีหลายๆ ชาติ เลยทำให้เรามีเพื่อนหลายชาติ อย่างแฟลตเมทที่อยู่ด้วยกันก็จะเป็นการ์ต้า มีเพื่อนมาเลเซียที่ไปมาหาสู่กันบ่อยๆ มีคนอังกฤษที่เกิดที่นี่เลย มาที่นี่มัน ทำให้สังคมเรากว้างขึ้น มี connection ที่ดี

Living in London

ชอบครับ ไปเมืองอื่นมาก็รู้สึกว่าเราตัดสินใจถูกแล้วครับที่อยู่ลอนดอน เมืองอื่นมันเงียบไปสำหรับเรา 5-6 โมงก็ไม่เหลืออะไรแล้ว เหงาไปครับ เพราะเราใช้ชีวิตกลางคืนด้วยครับ

แล้วก็ชอบลอนดอนตรงที่มีกิจกรรมให้ทำเยอะ อย่างผมก็ชอบเตะบอล มีสวนเยอะ เพื่อนเยอะ

เล่าเรื่องเตะบอลให้ฟังหน่อย

สนุกครับ ได้เตะกับเพื่อนต่างชาติ คืออย่างผู้หญิงเค้าจะมีไป shopping ไปเที่ยวเล่นกันกับเพื่อน เราเป็นผู้ชายก็ไม่ค่อยกิน ก็จะเล่นฟุตบอลนี่แหละครับ จริงๆ เลือกมาเรียนที่อังกฤษเหตุผลนึงคือเราชอบฟุตบอลครับ (ยิ้ม)

ล่าสุดก็เตะบอลจนแขนหักอย่างที่เล่าไปตอนแรกครับ เพราะซัดกับฝรั่ง แต่เราเป็นนักเรียน เลยรักษาและผ่าฟรีนะครับ ไม่เสียตังสักบาท

2 วันแรกก็นอนโรงพยาบาลเลยครับ ผ่าแขน ผมยังบอกแม่ว่า “Made in London” เท่โคตร มีเหล็กข้างในด้วย!

(แล้วแม่ว่ายังไงบ้าง)

ด่ายับเลยครับ (หัวเราะ) เพราะคนที่นี่ตัวใหญ่ แล้วที่คนที่นี่เตะบอลแรงกว่าที่ไทย ตอนแรกก็ตกใจว่าเตะคนหรือเตะบอล เราไปเตะด้วยแล้วล้ม แล้วเจอเพื่อนอีกคนล้มทับอีกที ก็แขนหักเลย

 

แชร์ประสบการณ์การเข้ารับการรักษาที่อังกฤษให้ฟังหน่อยค่ะ

มันก็มีสิทธิพิเศษที่เพิ่มมาให้ เค้าก็ดูแลเราสุดความสามารถที่เค้าดูแลได้ มหาวิทยาลัยก็ดูแลทุกอย่างครับ มีมาถามเราเรื่องกินอยู่ยังไง มีคนดูแลมั้ย ต้องการเป็น disable ที่นี่ชั่วคราวมั้ย มาเรียนยังไง แล้วก็มีเพื่อนๆ คอยช่วยเหลือว่าเรียนถึงไหนแล้ว ผมถนัดแขนขวาแต่งานส่วนใหญ่ก็จะเน้นพิมพ์มากกว่าก็เลยไม่ค่อยมีปัญหาอะไร แล้วมหาวิทยาลัยก็ให้ผมส่งงานเป็นแบบ EC (Extended Coverage) ได้คือแบบล่าช้า แต่แปปเดียวครับ เดือนเดียวผมก็หาย

ตอนแรกเลย มหาวิทยาลัยถามด้วยว่าอยากกลับไปผ่าตัด รักษาที่ไทยไหม แต่เราไม่อยากเสียเวลาบินไปบินมา อีกอย่างหนึ่งคือเราเป็นนักเรียนที่นี่เรามีสิทธิ์รักษาฟรีอยู่แล้ว (NHS สามารถเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลในสหราชาอาณาจักรได้ทันที) ก็นั่นละครับตัดสินใจอยู่รักษาที่นี่ คุยกับแม่เรียบร้อยก็โทรหาพี่บีเลยครับ ก็บอกพี่บีว่า “พี่บีผมแขนหักนะพี่” พี่บีก็ช็อคเลยครับ (หัวเราะ) ถามว่าหักยังไง คอยให้ข้อมูลทุกอย่างที่เราต้องใช้ เช่น NHS หรืออะไรก็ตาม แล้วก็คอยโทรมาเช็คมาถามตลอดว่าเป็นยังไงบ้าง พอผมบอกว่า “ต้องผ่าครับพี่” เค้าก็ยิ่งช็อคเข้าไปใหญ่เลย (หัวเราะ)

หลักๆ ผมประทับใจเรื่องการดูแลและ facilities ในโรงพยาบาลครับ ผมมองว่าเค้าให้คำแนะนำและดูแลเราดีในการตรวจรักษา ทุกครั้งที่ผมไปก็จับ x-ray ตลอด 1 ครั้ง มีการติดตามผล แขนหักไปแล้ว 2 เดือนก็ยังเรียกไปตรวจไปเช็คตลอด ซึ่งแขนหักไปแล้วเนี่ยเหมือนเรามี GP (general practitioner) ดูแลนะครับ ผมว่ามันดีนะแต่ที่นี่เค้าไม่ค่อยจ่ายยาให้เรานะเค้าจะให้เราไปซื้อยาเอง

 

มา UK ห้ามพลาดอะไร?

ผมว่าน่าจะเป็นกิจกรรมต่างๆ มากกว่าครับ คือมาก็อย่าอยู่แต่ในหอพัก เรามีสังคมมีอะไรให้ออกไปทำกิจกรรมต่างๆ ออกไปเที่ยวบ้าง ที่นี่เดินทางสะดวกสบาย ชอบมากครับ สำหรับอาหารก็แนะนำ Fish & Chips ที่เป็นต้นตำหรับแล้วกันครับ อย่างอื่นไม่ค่อยถูกปาก

แนะนำน้องๆ ที่สนใจเรียนต่อ

ก็แนะนำ University of Greenwich นะครับ เพราะทั้ง facilities การเรียนการสอน แล้วก็สังคม ซึ่งมันจะไม่วุ่นวายเหมือนใน Central London คือถ้าต้องการความสงบด้วย เข้าเมืองสะดวก มีกิจกรรมทำเยอะ มหาวิทยาลัยไม่เครียดมาก ก็แนะนำมหาวิทยาลัยนี้เลยครับ แถมที่นี่ก็มีโปรแกรมช่วยเหลือนักศึกษา เช่น ถ้าเราเรียนไม่เก่ง ก็มีคอร์สที่ช่วยกันติว

อีกอย่างนึงคือ การมาเรียนต่อ ปีนึงเราอาจจะไม่ได้พัฒนาภาษาอย่างเต็มที่นะครับ ถ้าอยากพัฒนาภาษาโดยเฉพาะจริงๆ ผมว่า take course เช่น pre-sessional ที่ช่วยให้เราพัฒนาภาษาอังกฤษมากกว่าครับ

อีกอย่างนึงคือ ถ้ามาเรียนแล้วอย่าลืมออกไปทำกิจกรรมต่างๆ ให้เยอะๆ อย่าอยู่แต่หอพักนะครับ (ยิ้ม)

สนใจเรียนต่อ  University of Greenwich ติดต่อพี่ๆ Hands On ตัวแทนมหาวิทยาลัยอย่างเป็นทางการประจำประเทศไทย ฟรี คลิก

Go to top