Hands On Blog | บล็อคเพื่อการเรียนต่อสหราชอาณาจักร

Khaotan

| หมวดหมู่ Student Blog

แท็ก : , , ,

21 August 2018

พื้นฐานภาษาอังกฤษมี! แต่ไม่ดี! สามารถมาเรียนต่อระดับปริญญาที่ต่างประเทศได้หรือไม่?

แตนขอตอบเลยนะคะว่า ได้!!! ก่อนที่แตนจะมาเรียนที่คาร์ดิฟฟ์ ต้องขอยอมรับเลยว่าพื้นฐานภาษาอังกฤษมีแต่ไม่ดีค่ะ เลยอยากมาเรียนภาษาก่อน ซึ่งคะแนนไอเอลที่ใช้ยื่นเข้ามหาวิทยาลัยของแตนคือ 5.5 (ต้องเรียนคอร์สภาษา 12 สัปดาห์) แตนเห็นเพื่อนๆ หลายๆ คนพยายามสอบหลายๆ รอบเพื่อให้ได้เรียนภาษาน้อยที่สุด ซึ่งบางคนสอบมาหลายรอบมาก แต่คะแนนมันก็ไม่ขึ้นสักที (ค่าสอบก็แพงเหลือเกิน) ก็สำหรับคนที่ไม่ได้ติดปัญหาอะไร แตนแนะนำให้มาเรียนคอร์สภาษาก่อนดีกว่าค่ะ เรียนนานหน่อยก็ไม่เป็นไร ยิ่งเรียนนานยิ่งดี โดยเฉพาะคนที่ไม่มั่นใจเรื่องภาษาอังกฤษ ถ้าใครอยากรู้ว่าคณะที่เราเลือกกับคะแนนไอเอลที่เรามีต้องเรียนภาษากี่สัปดาห์ สามารถติดต่อพี่ๆ Hands On ให้ช่วยเช็คเรื่องระยะเวลาในการเรียนภาษาได้เลยจ้า ส่วนการเรียนคอร์สภาษาก่อนที่จะเรียนคอร์สปริญญาโทจะดียังไงนั้น ขอสรุปให้ฟังคร่าวๆนะคะ

คอร์สเรียนภาษาหลักๆ เค้าจะแบ่งเป็น 4 ส่วน คือ ฟัง พูด อ่าน เขียน

  1. Listening and taking note: ในส่วนนี้เค้าจะสอนเทคนิคการฟังและการจดโน๊ตเวลาฟังบรรยายในห้องเรียน
  2. Reading and taking note: ในส่วนนี้เค้าจะสอนเทคนิคการอ่านและการจดโน๊ต อันนี้เอาไว้ใช้สำหรับเวลาเราอ่าน text หรืออ่านบทความอะไรต่างๆ เพื่อเอาข้อมูลมาใช้ในงานเขียนของเรา
  3. Speaking: ทักษะด้านนี้ไม่ค่อยเน้นมากเท่าไหร่อะค่ะ มีฝึกการนำเสนองานหน้าห้อง โดยเค้าก็สอนเรื่องการใช้ภาษา วิธีการพูด รวมไปถึงบุคลิกภาพเวลาเรานำเสนองาน อันนี้เอาไปใช้ได้ตอนที่เรามีนำเสนองานหน้าชั้นเรียน
  4. Writing: “อันนี้สำคัญมากกกกกกกกกกก และเป็นอันดียวที่แตนเอามาใช้ตอนเรียนระดับปริญญาโท 100%” สำหรับคอร์สเรียนภาษา 12 สัปดาห์ เค้าจะมีสอนแกรมม่าพื้นฐานให้ก่อน (ซึ่งมันดีตรงที่แกรมม่าพื้นฐานของเค้าเป็นสิ่งที่บางอันเราก็ไม่รู้ 555) นอกจากนี้เค้าจะเน้นไปที่การเขียนเชิงวิชาการ (Academic writing) การเขียนเพื่อหลีกเลี่ยงการคัดลอกผลงานหรือขโมยความคิดคนอื่นโดยไม่อ้างอิงให้ถูกต้อง (Plagiarism) ในส่วนนี้เค้าก็จะสอนวิธีการเปลี่ยนรูปแบบประโยคให้ยังคงความหมายเดิม การเขียนแหล่งอ้างอิง (Citation, Quotation and Reference) เนื่องจากมหาวิทยาลัยที่นี่เค้าค่อนข้างเน้นในเรื่อง Plagiarism มากเลยนะคะ โดยเค้าจะมีโปรแกรมตรวจงานเรา (แบบจริงจัง) ถึงขั้นที่สแกนออกมาแล้วรู้เลยว่าเราคัดลอกประโยคมาจากโลกออนไลน์หรือหนังสือกี่เปอร์เซ็นต์ สำหรับแตนถือว่าในส่วนของการเรียน writing ช่วยชีวิตตอนเรียนปริญญาโทได้เยอะเลยทีเดียว
  5.  

*หมายเหตุ: การเรียนคอร์สภาษา ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่เข้าเรียนจะได้ไปเรียนระดับปริญญาโทต่อนะคะ เพราะเค้าจะมีเกณฑ์การให้คะแนนอยู่ ประกอบไปด้วย คะแนนเข้าเรียน, คะแนนงาน (Report กับ Essay) และคะแนนสอบ (Mid-course กับ Final) ซึ่งคะแนนรวมของทุกคนหลังจากจบคอร์สไปแล้วต้องไม่ต่ำกว่า 50% ถึงจะมีสิทธิเข้าเรียนต่อระดับปริญญานะคะ

จริงๆ แตนอยากจะลงรายละเอียดมากเลยว่าแต่ละสัปดาห์เรียนอะไรบ้าง แต่ถ้าลงรายละเอียดมันจะเยอะและน่าเบื่อเกินไป T_T สำหรับใครอยากจะดูรายละเอียดคอร์สเรียนภาษาสามารถกดเข้าไปดูได้ตามลิงก์นี้เลยค่ะ คลิก

ขอเพิ่มเติมข้อมูลอีกนิดหน่อยนะคะ (ไม่ค่อยสำคัญเลย แค่อยากจะเล่าให้ฟังเฉยๆ 555)

 

วันแรกจะเป็นการแนะนำเจ้าหน้าที่, อาจารย์ การนัดหมายเรื่องทำบัตรนักเรียน (ช่วงเรียนภาษา) การเปิดบัญชีธนาคาร และการสอบวัดระดับภาษาเพื่อแยกนักเรียนไปแต่ละห้องเรียน (นักเรียนในคอร์สเรียนภาษา 12 สัปดาห์มีประมาณ 400 คน คิดเป็นนักเรียนจากประเทศจีน 90% แถบซาอุดิอาราเบีย 9% ชาติอื่นๆ 1% ก็คือคนไทยสองคน คนญี่ปุ่นหนึ่งคนนั่นเอง) โดยการสอบก็จะมี ฟัง อ่าน และเขียนค่ะ หลังจากสอบเสร็จก็จะมีการประกาศรายชื่อนักเรียนและอาจารย์แต่ละห้องค่ะ ห้องหนึ่งมีนักเรียนประมาณ 13-15 คน โดยจะเรียนวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 9.00-12.00 และ 13.15-15.15 น.

เรียนภาษาอังกฤษที่ Cardiff University

ขบวนนักเรียน Pre-sessional course ยามเช้า

เรียนภาษาอังกฤษที่ Cardiff University

โฉมหน้าสมาชิก Class 20 (ไทย 1 ซีเรีย 1 ซาอุดิอาราเบีย 1 และ จีนอีก 11 คน)

เรียนภาษาอังกฤษที่ Cardiff University

บรรยากาศในห้องเรียน (ช่วงพักเบรก)

เรียนภาษาอังกฤษที่ Cardiff University

เพื่อนๆ ไปถามคำถามอาจารย์ฟาวโต้ (อาจารย์ประจำชั้นของแตนเอง สอนดีมากเว่อร์)

 

หลังจากเรียนไป 4 สัปดาห์ จะมีการสอบ สอบเสร็จก็จะมีการจัดห้องใหม่ (เหมือนเค้าจะย้ายคนที่ได้คะแนนไม่ถึงเกณฑ์ไปอยู่ห้องเดียวกัน โดยยุบบางห้องเรียน ทำให้เด็กห้องนั้นต้องกระจายมาอยู่ห้องอื่นแทน) ซึ่งจากการสอบในครั้งนี้เราก็ได้สูญเสียอาจารย์ฟาวโต้ (โดนย้ายไปสอนห้องเด็กคะแนนไม่ถึงเกณฑ์) และสมาชิกในห้องไป 1 คน (นางสอบได้คะแนนไม่ถึงเกณฑ์) หลังจากผ่านพ้นไปแล้วทั้ง 12 สัปดาห์ เราก็เหลือสมาชิกผู้รอดชีวิตที่ผ่านเข้ารอบไปเรียนในระดับปริญญาของ Class 20 ทั้งหมด 13 คนค่า (ในรูปมี 12 คนเพราะอีกคนไม่ได้มาด้วย)

เรียนภาษาอังกฤษที่ Cardiff University

ฉลองวันสุดท้ายของคอร์สเรียนภาษา เสื้อสีส้มคืออาจารย์ประจำชั้นคนใหม่ หลังจากที่ฟาวโต้จากไปชื่อลอน่า (คนนี้ก็สอนดีมากเว่อร์)

เรียนภาษาอังกฤษที่ Cardiff University

ถ่ายรูปรวมกับฟิล (แว่นน้ำเงิน) อาจารย์สอน class บ่าย อาจารย์รักนักเรียนห้องนี้ เพราะเป็นห้องเดียวที่เพื่อนๆ(ชาวจีน) สนุกสนานกับมุก/สิ่งที่อาจารย์พูดเกี่ยวกับเมืองจีน -..-

 

เรียนภาษาอังกฤษที่ Cardiff University

ได้ใบรับรองว่าเรียนผ่านคอร์สเรียนภาษาละจ้า

 

เรียนภาษาอังกฤษที่ Cardiff University

งานสอนเต้น British Traditional Dancing อะไรประมาณนี้ (จริงคอร์สเรียนเค้ามีกิจกรรมเยอะมากเลยนะคะ มีจัดงานเลี้ยงนั่นนี่ มีพาไปเที่ยว Bath กับพิพิธภัณฑ์ St. Fagan แบบฟรีๆ  เลยจ้า)

เรียนภาษาอังกฤษที่ Cardiff University

โฉมหน้าผู้รอดชีวิต และอาจารย์ประจำชั้น (สอนตอนเช้า) ลอน่า กับอาจารย์ (สอนตอนบ่าย) ฟิล

 

สรุปนะคะ คอร์สเรียนภาษานอกจากจะช่วยปูพื้นฐานด้านภาษาเพื่อเอาไปใช้ในระดับมหาวิทยาลัยแล้ว ยังช่วยเรื่องของการใช้สื่อจากห้องสมุด การใช้เครื่องปริ้นท์ของมหาวิทยาลัย รวมถึงเรื่องของการต่อวีซ่าสำหรับคนที่ได้วีซ่าถึงแค่ช่วงเรียนภาษา เป็นต้น โดยทางมหาวิทยาลัยเค้าจะมองว่าเด็กที่มาเรียนภาษาเนี๊ยะเป็นเหมือนเด็กน้อยที่ต้องได้รับความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ทุกสิ่งที่อย่างที่เค้าสอนหรืออธิบายให้เรา มันจะเป็นไปแบบช้าๆ ชัดๆ มีการสาธิตวิธีการให้ดู จะได้เห็นภาพว่าต้องทำยังไง ที่สำคัญการเรียนคอร์สภาษามันจะยังเรียนแบบไม่เครียด เราก็จะมีเวลาปรับตัวทั้งเรื่องภาษา สภาพแวดล้อม ชีวิตความเป็นอยู่  รวมถึงการได้รู้จักเพื่อนใหม่อีกด้วยค่ะ

 

สนใจเรียนภาษาอังกฤษกับ Cardiff University ติดต่อพี่ๆ ทีมงาน Hands On ได้เลยจ้า ^^

 

Go to top