Hands On Blog | บล็อคเพื่อการเรียนต่อสหราชอาณาจักร

| หมวดหมู่ Student Blog

แท็ก : , , , , , ,

28 August 2018

“Materials Engineering ที่ Loughborough University Top 5 ใน UK นะคะ! สำหรับ Department of Materials ถือว่าโดดเด่นในเวทีโลก ทั้งเรื่องชื่อเสียงและผลงานการวิจัย มหาวิทยาลัยก็ดูแลดีมากๆ มีปัญหาอะไรก็มีระบบช่วยเหลือทุกอย่างค่ะ” – บี (นักเรียนทุน ก.พ. จากกระทรวงวิทยาศาสตร์), PhD Materials

แนะนำตัวให้เรารู้จักหน่อยค่ะ

บีค่ะ เรียน PhD Material Engineering อยู่ที่มหาวิทยาลัย Loughborough

เล่าเรื่องคอร์สเรียนให้ฟังหน่อยค่ะ

คอร์ส Material Engineering ที่นี่ก็จะแบ่งเป็น 3 ด้าน ด้านแรกก็จะเป็น Metals ก็จะเป็นพวกแบบ Alloy, Aluminium อะไรพวกนี้ ด้านที่สองก็จะเป็นพวก Polymers ที่บ้านเราก็จะเรียนพวกพลาสติก อันที่สามก็จะเป็นพวก Ceramics ที่ทำพวกเซรามิคเครื่องแก้ว เครื่องกระเบื้อง

แต่อย่างของบี บีจะเจาะไปด้านที่มันเป็น Polymers และก็พอเป็น PhD มันก็จะต้องทำวิจัยเจาะลึกด้านใดด้านหนึ่ง บีก็จะเลือกเจาะไปด้านที่เป็น Rubbers หรือยางค่ะ

เอาจริงๆ บ้านเรายังมีงานวิจัยด้านนี้น้อย เพราะว่าด้วย Facility ที่ไทยด้วย และก็งานวิจัยด้านยางทาง Loughborough University คือดังมาก เพราะว่าอาจารย์ที่สอนด้านยางส่วนใหญ่จะจบจาก Loughborough University หมดเลยค่ะ คือเวลาเราหา Reference ว่าอาจารย์จบมาที่ไหน ก็จะเจอว่าจบจากที่นี่เป็นอันดับต้น ๆ เลยค่ะ

Top 5 มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในสหราชอาณาจักร สาขา Engineering: materials & mineral จาก The Guardian University Guide 2019

เรียนปริญญาเอกที่นี่เป็นอย่างไรบ้าง

ก็เครียดค่ะ มีหลายอย่างที่ต้องปรับตัว เพราะว่าเราเรียนมาจาก Culture แบบเมืองไทย ต่อให้เรียนอินเตอร์มาตอน ป.โท แต่ว่าพอมา ป.เอก ก็ต้องปรับตัวทั้งด้านการใช้ชีวิต ภาษา สังคม นู่นนี่นั่นเยอะค่ะ


แรงบันดาลใจในการเรียนสาขานี้

ต้องเล่าก่อนเลยว่าตอน ป.ตรี เรียนศิลปากรค่ะ เรียนปิโตรเคมี พอ ป.โท ก็เรียนวิทยาลัยปิโตรเลียมที่ จุฬาฯ ค่ะ แต่ว่าเรียนเป็นสาขา Polymers ค่ะ คือเราก็อยากมาให้สุดทางเลยเลือกเรียนต่อเอกสาขานี้เลย

ตอนเรียน ป.ตรี เหมือนโดนหลอกนิดๆ เพราะเราเข้าใจว่าเรียนปิโตรเคมีเราต้องทำงานบนแท่นน้ำมัน แต่จริงๆ แล้วตอนที่เรียนมันจะออกมาทางด้าน Polymers มากกว่า ก็คือสอนการทำ Material นี้ยังไง ทำไมถึงใช้ Material นี้ในการทำ Application นี้ สรุปเรียนไปเรียนมาเรารู้สึกสนุกกับมันนะ รู้ตัวอีกทีก็รู้แล้วว่าเราไม่ชอบสายที่มันจะต้องไปทำงานลงแท่นอะไรแล้ว เพราะว่ามันคำนวนเยอะ และเราไม่เก่งพวกฟิสิกส์ เราก็เลยมาเจาะด้านที่มันออกมาทางพลาสติก ด้าน polymers มากกว่า ก็เลยมาต่อด้าน Polymers science ตอน ป.โท ค่ะ

แล้วพอมาตอนปริญญาเอกก็ได้ทุนรัฐบาลไทยมา และเค้าก็เจาะจงว่าอยากจะได้งานวิจัยด้าน Rubber เพราะว่าที่ไทยเรามียางพาราเยอะ แล้วงานวิจัยที่บ้านเรายังน้อยอยู่ ก็เลยเข้าทางเราเลยค่ะ เลยมาทำงานวิจัยด้านนี้

สนใจเรียนต่อ Loughborough University ติดต่อพี่ๆ Hands On ฟรี คลิก

นักเรียนทุน ก.พ.

ก็สำหรับบีนะคะ เป็นนักเรียนทุน ก.พ. ของกระทรวงวิทยาศาสตร์ค่ะ

ตอนสมัครทุน ก.พ. ตอนนั้นยังทำงานอยู่ ก็พอสมัครทุน มีสัมภาษณ์ คู่แข่งเฉพาะด้านของบีประมาณ 20 กว่าคนค่ะ พอเราได้รับคัดเลือกก็ถึงขั้นเตรียมตัวมาเรียน คิดว่าจะไปเรียนที่ไหนดี คือตอนนั้นยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะมา UK คิดว่าคงไปเรียนที่เยอรมันเพราะมี professor ที่รู้จักอยู่แล้ว แต่เนื่องจากเงื่อนไขของต้นสังกัดที่ให้ทุนเรามา เค้าระบุว่าต้องการให้เราเรียนที่ประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก และ request ให้เรามาเรียนที่สหราชอาณาจักรถ้าเป็นไปได้

ฉะนั้นทุกอย่างที่เราวางแผนไว้เท่ากับว่าต้องเริ่มใหม่หมดเลย ก็เลยลองคุยกับเพื่อนๆ พี่ๆ ที่เรารู้จัก ซึ่งก็ได้รับคำแนะนำว่าให้มาใช้บริการที่ Hands On สุดท้ายก็ลงเอยที่ Loughborough University เพราะด้วยชื่อเสียงของมหาวิทยาลัย Facilities ต่างๆ ก็ดูพร้อมกว่า รวมถึงมีงานวิจัยที่ตรงกับที่เราสนใจมากที่สุดค่ะ

การบริการของ Hands On

ก็อย่างที่เล่านะคะ พี่ที่รู้จักแนะนำ Hands On มา พร้อมกับแนะนำพี่แนต ที่สาขาสีลม เราก็เลยลองติดต่อเข้าไป พอแจ้งรายละเอียดต่างๆ ของเราให้พี่เค้าฟัง พี่แนตก็ส่งรายชื่อมหาวิทยาลัยที่มีสาขาด้าน Material Engineering มาให้เราเลย

ลึกๆ เรามีมหาวิทยาลัยที่มองๆ ไว้แล้วละ ว่า Loughborough นี่น่าสนใจ เพราะมีงานวิจัยด้านยางเยอะมากๆ ซึ่ง Loughborough ก็อยู่ในลิสต์รายชื่อที่พี่แนตให้มาด้วย ถือว่าเราก็ได้ข้อมูลเพิ่มค่ะ ได้ลองเปรียบเทียบข้อมูลต่างๆ กับมหาวิทยาลัยอื่นๆ เช่น พวกสิ่งแวดล้อม เมือง หรือสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ

ยิ่งเรื่องเอกสารเนี่ย ขอบคุณพี่แนตมากๆ ค่ะ ประทับใจมาก คือ คือพี่แนตจัดการให้หมดเลย ไม่ว่าจะเอกสารสมัครเรียน ติดตาม CAS จากมหาวิทยาลัย และที่สำคัญเรื่องเอกสารวีซ่า พี่แนตเป็นคนดูเอกสารตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงสุดท้ายโดยที่ไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายเลยค่ะ


เมืองนี้เป็นอย่างไรบ้าง

ทุกคนบอกบีว่าต้องทำใจกับสภาพแวดล้อมเมืองที่บ่ายสามมืด และเป็นเมืองที่เล็กมาก มีแหล่งช็อปปิ้งแค่ถนนเส้นเดียวแค่นั้น บีก็ทำใจมาแล้วนะ แต่พอมาถึงจริง ๆ เมืองมันเงียบกว่าที่คิดไว้ คือมาใหม่ ๆ บีเรียน Pre-Sessional Course ตอนนั้นยังมีแดดอยู่ก็ยังไม่เหงา แต่พอช่วงปลายปีที่เป็น winter บรรยากาศที่นี่มันอึมครึม เราเลยกลัวที่จะ Depressed ต้องออกไปเจอเพื่อนบ้าง

ตรงนี้เป็นสิ่งที่คนจะมาต้องเตรียมตัวมานิดนึง มันจะไม่เหมือนที่ไทยที่พอเราเจอแดดแล้วเราจะทำงานได้ คือบีเป็นคนที่แบบไม่เจอแดด มืดๆ ก็จะทำงานไม่ได้ จะเหงาๆ อยู่ในห้องไม่ได้ เราก็ต้องพยายามหา Activity ทำ ไป gym บ้างอะไรอย่างงี้ค่ะ

แต่อย่าเพิ่งตกใจค่ะ คือทุกเมืองในอังกฤษเดินทางง่ายมาก จากที่นี่ไป London แค่ชั่วโมงครึ่ง ไป Nottingham ก็ประมาน 20 นาที ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดค่ะ

Loughborough University

มหาวิทยาลัยเค้าเรียกเราเป็น Staff นะคะ สำหรับคนที่มาเรียน PhD เราไม่ใช่นักเรียน… Professor ก็ดูแลดีมาก เค้าให้คำปรึกษาทุกอย่าง พอเข้าไปก็จะถามตลอดเลยว่า You มีอะไรจะคุยกับ I มั้ย หรือบางทีเค้าเห็นงานเขียนเราไม่ค่อยดีหรือแปลกๆ เค้าก็จะทักว่ามีอะไรในใจหรือเปล่าช่วงนี้ ทำไมเขียนงานมาลักษณะไม่ค่อยตรงนัก และก็ถ้าเป็นของทางคณะเค้าก็จะมีอีเมลแจ้งมาตลอดว่า มี Staff มาใหม่นะ หรือมีอะไรเปลี่ยนแปลงในห้องนั้น ห้องนี้ เค้าค่อนข้างดูแลดี ถ้าเทียบกับที่ไทยที่เราเคยเรียนมาซึ่งมันเทียบกันไม่ติดเลยอ่ะ
นอกจากนี้คือมหาวิทยาลัยเค้ายังให้โอกาสเราได้พัฒนาศักยภาพด้านอื่นๆ ด้วย อย่างเด็ก PhD ปีสองขึ้นไปมหาวิทยาลัยจะให้เราไปช่วยอาจารย์สอน Demonstrate Lab ให้เด็ก Under graduate ค่ะ

สิ่งที่ได้จากการมาเรียนที่ UK
บีรู้สึกว่าเราเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น เวลาอยู่ที่ไทยเวลามีปัญหานิดนึงก็จะให้พ่อแม่ช่วยหรือบางทีเราก็ไปร้านก็ได้

เคสแรกที่เจอเลยคือคอมพัง! แล้วงานที่จะต้องส่งอยู่ในนั้น โทรไปที่ศูนย์ให้เค้ามาซ่อมก็คุยกับเค้าไม่ค่อยรู้เรื่อง เราเพิ่งมาถึงเอง ตอนนั้นเครียดมากแอบนั่งร้องไห้ไปชั่วโมงนึง จนสุดท้ายก็คิดได้ว่า เออ ร้องไห้ทำไมวะ แล้วก็ลุกขึ้นมานั่งทำงานใหม่

มันสอนให้เราปลดล็อคตัวเองในอีกระดับนึง ช่วยเหลือตัวเองมากขึ้น และก็มองโลกในแง่ที่กว้างขึ้น เพราะว่าเหมือนพอเรามาเจอคนหลากหลาย คนแต่ละชาติก็จะไม่เหมือนกัน อยู่ที่นี่ก็จะได้มุมมองความคิดกว้างขึ้นค่ะ

แนะนำน้องๆ ที่อยากมาเรียน
หนึ่งก็เตรียมตัวเรื่องภาษาก่อน และก็หาคอร์สที่เราอยากาเรียนอย่างที่ทุกคนบอกว่าหาตัวเองให้เจอก่อน การมาเรียนที่นี่มันได้ประสบการณ์ที่เรายังไม่เคยเจอที่ไทย เพราะฉะนั้นก็เตรียมตัวเตรียมใจดีๆ และก็เตรียมรับความเหงา บีว่าที่จริงมันไม่เกี่ยวกับเมืองหรอก คืออากาศที่อังกฤษยิ่งช่วงหน้าหนาวมัน depressed ง่ายจริงๆ น้องๆ มาก็เตรียมตัวหากิจกรรมทำกันค่ะ

อย่างที่นี่ ด้านกีฬาเค้าดังมาก ก็เรื่อง Gym นี่ไม่ต้องห่วง แค่เดินดูนักกีฬาก็ฟินแล้ว (หัวเราะ) หรือออกมาเจอเพื่อนๆ ทั้งในห้องและเพื่อนคนไทย ปล. เมนูเด็ดประจำกลุ่มนักเรียนไทยที่นี่คือ สุกี้ กับตับผัดกระเทียม และก๋วยจั๊บค่ะ!

สนใจเรียนต่อ Loughborough University ติดต่อพี่ๆ Hands On ตัวแทนมหาวิทยาลัยอย่างเป็นทางการประจำประเทศไทย ฟรี คลิก

Go to top