Hands On Blog | บล็อคเพื่อการเรียนต่อสหราชอาณาจักร

student27

| หมวดหมู่ Student Blog

แท็ก :

27 October 2017

พาไปสโลว์ไลฟ์ใน Knaresborough เมืองในฝันสำหรับคนที่อยากหลีกหนีความวุ่นวาย

สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้ปุ๋มอยากพาเพื่อนๆ ไปรู้จักกับเมืองๆ นึง ชื่ออาจจะไม่ค่อยคุ้นหูกันเท่าไหร่ แต่รับรองว่าถ้าได้ลองมารู้จักกับเมืองนี้แล้ว ต้องอยากลองไปซักครั้งแน่ๆ นั่นก็คือเมืองที่ชื่อ Knaresborough นั่นเองค่ะ

เมืองนี้อยู่ห่างจากเมือง Leeds ที่เราเรียนอยู่ประมาณ 45 นาที หากนั่งรถไฟไป นี่ถือเป็นอีกหนึ่งเมืองที่เหล่านักเรียน Leeds ชอบแวะเวียนไปเที่ยวกัน เพราะอยู่ไม่ไกล เที่ยวจบในวันเดียวได้ แถมค่ารถไฟก็ถูกอีกต่างหาก (เราใช้บัตร 16-25 Rail Card ซื้อตั๋วไปกลับ จ่ายไปแค่ 6 ปอนด์เองล่ะค่ะ)

 

Knaresborough เป็นเมืองเล็กๆ ทางตอนเหนือของประเทศอังกฤษ ตั้งอยู่บนไหล่เขา มีบ้านหลังเล็กๆ ตั้งลดหลั่นกันมา ตรงกลางมีแม่น้ำไหลผ่าน มีสะพานหินสร้างเป็นทางรถไฟ พาดข้ามผ่านแม่น้ำไป แค่นึกภาพตามก็น่าสนใจแล้ว มาดูของจริงกันดีกว่า

 

นี่คือภาพที่ถ่ายจากจุดชมวิวของเมืองค่ะ นับเป็นไฮไลท์ที่ใครแวะเวียนมาเที่ยวเมืองนี้ก็ต้องขึ้นมา ชมและถ่ายรูปกัน เหมือนเมืองในเทพนิยายที่อยู่กลางป่าเลยล่ะค่ะ มองลงไปจะเห็นวิวของทั้งเมือง แม่น้ำที่เห็นอยู่นั่นชื่อว่าแม่น้ำ Nidd ค่ะ ส่วนสะพานหินนั้นก็มีอายุกว่าสองร้องปีเลยทีเดียว บอกนิดนึงว่าเมืองนี้ เป็นเมืองเล็กมาก เพราะงั้นทุกที่สามารถเดินต่อถึงกันได้หมด ยกตัวอย่างจากสถานี รถไฟเดินมาถึงจุดชมวิวก็ประมาณ 10 นาทีเท่านั้น ถ้าโชคดีก็จะจับภาพได้ตอนกำลังมีรถไฟวิ่งผ่านด้วย (รถไฟ สายที่วิ่งผ่านสะพานหินนี้คือขบวน Leeds-York ค่ะ )

 

ขึ้นไปถ่ายรูปได้ภาพสวยๆ แล้ว เราก็ลองแวะเข้าไปดูข้างในเมืองกันค่ะ สภาพของเมืองนี้ก็เงียบๆ มีแต่บ้านหลังเล็กๆ ตั้งเรียงรายกันลงมาตามไหล่เขา ไม่มีตึกสูง หรือบ้านสมัยใหม่โผล่มา แทรกให้รำคาน ตา มองๆ ดูแล้วคนที่จะมาอยู่ที่นี่ได้ต้องมีฐานะดีระดับนึงเลยล่ะค่ะ

โดยคนท้องที่ส่วนมากดูจะเป็นผู้สูงอายุกัน แต่วันหยุดที่เราไป ก็จะเห็นพ่อแม่เข็นรถเข็นเด็ก หรือพาลูกเล็กๆ มาเดินเล่น หรือคนจูงสุนัขออกมาเดินก็มีให้เห็นเยอะเหมือนกัน ซึ่งถ้าถามว่าทำไม ก็คงจะเป็นเพราะ บรรยากาศที่ดูเงียบสงบของเมืองนี่ล่ะค่ะ

เราเดินกันมาซักพักก็แอบท้องร้อง เลยจะพากันหาของกิน แต่ต้องบอกไว้ก่อนเลยว่าด้วยความที่ Knaresborough เป็นแค่เมืองเล็กๆ และก็ดูจะไม่ได้ประกาศตัวเป็นเมืองท่องเที่ยวเท่าไหร่ ร้านอาหาร ในเมืองจึงมีอยู่ไม่กี่แห่งเท่านั้นค่ะ เราเดินกับเพื่อนรอบเมืองเจออยู่แค่สองสามร้านเอง แถมยังเป็นร้านติดริมแม่น้ำที่เดากันว่าราคาต้องแพงแน่ๆ

 

แต่สุดท้ายก็แพ้พ่ายให้กับความหิว เลยพากันไปหยุดอยู่ที่ร้านอาหารติดริมแม่น้ำที่ชื่อ Marigolds Cafe & boating แล้วลองสั่งอะไรเล็กๆ น้อยๆ มากิน ซึ่งก็ผิดคาดค่ะ! อาหารที่นี่ราคาไม่แพงเลย เมื่อเทียบกับ ปริมาณและบรรยากาศดีๆ ที่ได้รับกลับมา

เราได้ชุดชอกโกแลตร้อนกับ English Tea Cake มาในราคา 4 ปอนด์นิดๆ เท่านั้น เพื่อนๆ เราก็ได้ชุดอาหารเช้ามาในราคาแสนถูก เมื่อเทียบกับที่ได้นั่งริมระเบียงไม้ มีทิวทัศน์เบื้องหน้าเป็นแม่น้ำ และสะพานหินเป็นฉากหลัง เป็นวันพักผ่อนสบายๆ ที่หลีกหนีความวุ่นวาย และความเครียดจากการเรียน ได้ดีเชียวล่ะค่ะ

 

แต่ถ้าใครไม่อยากจะแค่มานั่งชมวิวสวยๆ ในแม่น้ำที่นี่ก็สามารถเช่าเรือไปพายกันได้นะคะ ตามร้านอาหารและสวนริมแม่น้ำจะมีเรือบริการเอาไว้ให้เช่าค่ะ

หน้าตาเรือเช่าก็จะประมาณนี้ มีลำเล็กลำใหญ่นั่งได้ตั้งแต่สองคนไปจนถึงห้าหกคน อันนี้เรากับเพื่อนๆ ไม่มีใครกล้าลองพาย แต่ไปแอบส่องราคามาก็เป็นมิตรทีเดียวนะคะ ตกคนละ 6 ปอนด์ต่อชั่วโมงเท่านั้นเอง

 

กิจกรรมพายเรือนี่ดูจะฮิตมาก ฝรั่งเค้าไปพายกันเต็มเลยล่ะค่ะ ยิ่งช่วงบ่ายๆ ที่แดดไม่แรงนะ เรือลอยกันล้นแม่น้ำเลย ใครพายไม่เป็นเรือก็หมุนเป็นวงกลมดูแล้วตลกดี เราไม่พายก็ขอดื่มด่ำ กับบรรยากาศดีๆ จากบนบกก็พอค่ะ เพื่อนเราที่ไปด้วย กันแอบแซวว่าที่นี่ไม่เหมือนเมืองเลย เหมือนสวนสาธารณะใหญ่ๆ มากกว่า อะไรมันจะเงียบสงบปานนี้

ความจริงเมือง Knaresborough ไม่ได้มีแค่นี้นะคะ ที่นี่ก็เหมือนเมืองในประเทศอังกฤษทั่วไป ยังมีปราสาทเก่าๆ และโบสถ์ด้วย แต่ความงามก็อาจไม่สวยหรืออลังกาลเท่ากับโบสถ์ใหญ่ๆ ในเมืองอื่น เพราะอย่างที่บอก ที่นี่เป็นแค่เมืองเล็กๆ เท่านั้น

 

แล้วทริป 1 วันในเมืองเทพนิยายที่ชื่อ Knaresborough ของเราก็ผ่านไปอย่างง่ายๆ เพียงเท่านี้ค่ะ เรานั่งรถมาถึงเมืองนี้ตอน 10 โมงเช้า ขึ้นไปชมวิว ชมสวน ทานอาหาร นั่งพักผ่อน เดินเล่นไปสบายๆ ประมาณ 3 โมงก็กลับ เป็นวันชิวๆ ที่ไม่รีบร้อนอะไร ไม่เหนื่อย เมืองนี้ไม่ได้มีอะไรมาก อาจจะไม่ถูกใจนักหากอยากเห็นอะไรยิ่งใหญ่ตระการตา หรืออยากจะหาที่เดินช้อปปิ้งซื้อของ แต่ถ้าอยากหาที่เที่ยวเงียบๆ อากาศดีๆ เอาไว้ผ่อนคลาย ชาร์ตพลังใจให้หายเหนื่อยจากความวุ่นวาย ในเมืองใหญ่ นี่ก็เป็นเมืองที่เราอยากแนะนำเลยค่ะ

Go to top