Hands On Blog | บล็อคเพื่อการเรียนต่อสหราชอาณาจักร

leeds

เพราะชอบสำเนียงคนอังกฤษเป็นทุนเดิม เลยมาเลือกเรียนที่ Leeds Beckett University

สวัสดีค่ะ น้องๆ ทุกคน พี่ชื่อ พี่ปุ้ย นะคะ เป็น Counsellor อยู่ที่ Hands On สาขาชิดลมค่ะ วันนี้พี่จะมาแชร์เรื่องราวที่พี่ได้ใช้ชีวิตอยู่ที่เมือง Leeds ค่ะ

ขอปูพื้นนิดนึงก่อนเนอะ พี่จบ ABAC Arts English Minor Hotel ค่ะ หลังจากเรียนจบก็ทำงานโรงแรมอยู่ปีนิด ๆ ก็หาที่เรียนต่อด้านการโรงแรม สาเหตุหลักที่เลือกเรียนที่ประเทศอังกฤษ คือ เรียนโทแค่ 1 ปีค่ะ แล้วด้วยความที่ชอบสำเนียงคนอังกฤษเป็นทุนเดิม เลยไม่คิดถึงประเทศอื่นใดทั้งสิ้น  การหาข้อมูลหาหลักสูตรที่เราจะเรียนต่อก็ทำให้พี่รู้ว่า การโรงแรมที่ประเทศอังกฤษมีไม่เยอะ และบางที่ก็เรียนผสมระหว่างการท่องเที่ยวและการโรงแรม ซึ่งพี่เน้นแต่การโรงแรมเท่านั้น ตัวเลือกเลยมีไม่เยอะมาก ทำให้ตัดสินใจง่ายค่ะ พี่มาเลือกดูจากรายวิชาเป็นหลักค่ะ อ่านรายวิชาที่จะต้องเรียนทั้ง 1 ปี แล้วรายวิชาที่ไหนที่ทำให้พี่รู้สึกใจเต้นตึ๊กตั๊ก ตื่นเต้น อยากเรียนที่สุด ก็เลือกตัวนั้นเลยค่ะ ตัวเลือกนั้นมาตกที่ MSc International Hospitality Management จาก Leeds Metropolitan University ค่ะ หรือตอนนี้เปลี่ยนชื่อเป็น Leeds Beckett University

เมือง Leeds อยู่ห่างจาก London ประมาณ 2.20 ชั่วโมงโดยรถไฟ ขึ้นมาทางภาคกลางตอนบนของประเทศค่ะ เมื่อวันแรกที่ไปถึงเมือง Leeds พี่ก็รู้สึกชอบเมืองนี้มากค่ะ Leeds มี Lifestyle ของตัวเองทุกสิ่งจัดเป็นสัดส่วนลงตัวอย่างพอดี แคมปัสที่พี่เรียนก็เดินเข้า city centre ได้ในเวลาเพียง 7 นาที จริงๆ ไม่ถึง 5 นาทีก็ได้ เพราะแทบจะตัดทะลุเข้า Morrison (shopping Mall) แล้วไปออกอีกฝั่งก็ทะลุเข้าเมืองได้เลย เมือง Leeds เป็นเมืองที่ไม่ใหญ่เกินไป และไม่เล็กเกินไป มีสีสันในตัว ครึกครื้นโดยเฉพาะวันเสาร์ที่มีแข่งรักบี้ หรือช่วงฤดูฟุตบอล ค่าครองชีพเมืองนี้ก็ไม่แพงค่ะ อากาศเมืองนี้ก็ดีค่ะ หนาวดี 555 หน้าร้อนก็ไม่ร้อนเกินไป แค่ประมาณ 20 นิด ๆ สบายๆ ค่ะ เมืองนี้ไม่น่าเบื่อเลย ไปเที่ยวเมืองอื่นๆ ก็สะดวกมากๆ ค่ะ ^^

สำหรับที่พัก พี่หาสตูดิโออยู่คนเดียวค่ะ ได้เป็นบ้านที่มี 6 ห้องสตูดิโออยู่ใน 1 หลัง เราไม่ต้องแชร์อะไรกับใคร แค่ใช้ทางเข้าออกเดียวกันแค่นั้น เป็นส่วนตัวดีมากค่ะ ค่าเช่าบ้านราคาไม่แพง (เพราะอยู่ห่างจาก city centre ประมาณ ครึ่งชั่วโมง ถ้ารถไม่ติดนะ ถ้าเดินก็เกือบชั่วโมงค่ะ เดินชิลๆ สบาย ๆค่ะ) ค่าบ้านรวมค่าน้ำ ไม่รวมค่าไฟค่ะ อินเตอร์เน็ตก็ไปหาติดต่อเอง ไม่ยากค่ะ ค่าแก๊ส Landlord ก็คิดเฉพาะหน้าหนาวเท่านั้นค่ะ

วันแรกที่เปิดเรียนก็ได้ Course Outline ของแต่ละวิชามาเลย เห็นเลยว่าแต่ละวิชามีรายงานกี่ตัว รายงานแบ่งเป็น Essay กี่เปอร์เซ็นต์ Report กี่เปอร์เซ็นต์ 50-50 หรือ มี Oral Exam มาด้วย หรือ full Exam บางวิชา ก็ 50-50 ชัดเจน ระหว่าง essay and report บางวิชาก็ 40-40-20 (essay – report – oral exam) แล้ว พอเริ่มทำรายงานตัวแรก ด้วยความที่คิดว่าตัวเองตอนเรียนตรี ก็เรียนและทำรายงานเป็นภาษาอังกฤษมาโดยตลอด ไม่น่ามีไรยาก พอได้หัวข้อรายงานมาทำเลย แล้วก็ส่งเลย ปรากฏว่าตัวแดงมาเต็มมม เครียดเลย ทำให้เรารู้เลยว่ามันไม่ง่ายอย่างที่คิดแฮะ ก็เริ่มหาข้อมูล ไปคุยกับอาจารย์ผู้สอนบ้าง หาข้อมูลเองบ้างจนรู้ว่า เราไม่ได้เรียน Pre-sessional ซึ่ง เราคิดเองว่า ก็เราได้ IELTS ตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด แล้วก็เรียนเป็นภาษาอังกฤษมาโดยตลอด ไม่เห็นจำเป็นต้องเรียน ซึ่งพี่เข้าใจผิดอย่างรุนแรงค่ะ คนที่เค้าเรียน เค้าไปได้เร็วกว่าเรา เค้ารู้ว่าการทำรายงาน การหาข้อมูลของมหาวิทยาลัยเค้าเป็นยังไง กว่าพี่จะตั้งตัวเข้าที่เข้าทางได้ก็นานพอตัว แต่มันเป็นการเรียนในวิชาที่พี่รัก อยากเรียนเลยทำให้เรารู้สึกกระตือรือร้นในการหาข้อมูล ก็เลยรอดมาได้ค่ะ  

พอผ่านเทอมแรกมาได้ ก็หางาน part time ทำค่ะ ก็ได้งานที่ร้านไทย เป็นร้านเล็กๆ พี่ทำอยู่ในครัว ล้างจาน กับ เตรียม starter สนุกค่ะ อิ่มด้วย เพราะได้ทานฟรี 2 มื้อแน่ะ 555 ใน 1 สัปดาห์ พี่เรียน 3 วัน ทำงาน 4 วันค่ะ หาเงินจ่ายค่าบ้าน สบายเลย ช่วงที่ทำงาน ไม่ได้กดตังค์ขอที่บ้านเลยค่ะ ^^ แต่พี่ทำงานแค่ 2 เดือนนะคะ เพราะพอจะจบเทอม 2 รายงาน 5 ตัว ส่งใน 1 เดือนค่ะ ขืนทำงานต่อ ไม่รอดแน่ ๆ แล้วก็ ต้องเตรียมตัวทำ Dissertation อีก ซึ่งผ่านเทอมแรกมาว่ายากแล้ว เทอม 2 มายากกว่า จนมาเจอเทอมสุดท้าย Dissertation ค่ะ ปวดเส้นสมองเลย ยากแท้ ตลอดระยะเวลาที่เรียน 1 ปี พี่ท้อหลายครั้ง บอกได้เลย คิดถึงบ้านด้วย รายงานก็เยอะ แต่ตลอดเวลาพี่ท่องไว้แต่คำว่า ทุกคนเค้าก็ผ่านไปได้ ทำไมเราจะผ่านไม่ได้ล่ะ ก็ฮึดๆ ๆ จนจบมาได้ค่ะ ^^ อาจารย์ที่สอนด้านการโรงแรมที่นี่ พี่ประทับใจมากค่ะ อาจารย์ทุกท่านเก่งมาก ความรู้รอบตัวมากมาย เปิดโลกให้พี่เป็นอย่างมากค่ะ อาจารย์ที่นี่สอนในสิ่งที่เราหาไม่ได้ในตำรา แม้จะเป็นมหาวิทยาลัยที่ไม่ได้โด่งดังอะไรมากมาย แต่พอได้ไปเรียนแล้ว ทำให้เรารู้เลยว่า Ranking ที่คนส่วนใหญ่แคร์ มันเทียบไม่ได้กับสิ่งที่เราได้มาจากมหาวิทยาลัยนี้เลย ประสบการณ์ชีวิต การเรียนรู้จากอาจารย์ผู้สอนที่นี่มันดีกว่า Ranking ที่จัดโดยสื่อสำนักพิมพ์จริง ๆ ค่ะ

ปีนิดๆ ที่ไปใช้ชีวิตที่อังกฤษทำให้พี่เปลี่ยนไปเยอะค่ะ เมื่อก่อนบอกได้เลยว่าเป็นคนไม่กล้าไปไหนคนเดียว ทำอะไรคนเดียวไม่ค่อยได้ ทำอะไรก็ไม่เป็น แต่พอไปใช้ชีวิตที่นั่น มันฝึกให้พี่โตขึ้นเยอะ กล้าทำ กล้าพูด กล้าแสดงออก ก็หวังว่า ประสบการณ์ของพี่ จะช่วยให้น้องๆ เรียนรู้อะไรได้บ้างนะคะ พี่ยินดีให้คำแนะนำน้องๆ ในทุกๆ เรื่องค่ะ น้องๆ สามารถติดต่อพี่ได้ที่ Hands On สาขาชิดลม เบอร์ 02-6520718 / 082-2204365 หรือแอดไลน์ไอดี HOCL3 ค่ะ

Go to top