Hands On Blog | บล็อคเพื่อการเรียนต่อสหราชอาณาจักร

Sumit Niwatcharoenchaikul

| หมวดหมู่ Student Blog

แท็ก : , , ,

19 November 2014

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน กลับมาพบกันอีกครั้งกับช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน ก็ใกล้จะเข้าสู่ช่วงเดือนสุดท้ายของปีแล้ว ใครที่ตั้งใจว่าจะทำอะไรในปีนี้แล้วยังไม่ได้ทำก็ยังพอมีเวลาเหลืออีกเดือนนึงให้รีบทำ สำหรับใครที่กำลังจะเตรียมตัวเรียนต่อในปีหน้าก็เริ่มกันได้แล้วนะครับ เริ่มก่อนได้เปรียบเพราะมหาวิทยาลัยที่นี่ใช้ระบบ first come first serve นะครับ ส่วนคนที่กำลังจะมาเรียนช่วงเปิดเทอมมกราคมก็คงจะเริ่มเตรียมของกันแล้วยังไงก็อย่าลืมพกเสื้อกันหนาวหนาๆ มาด้วย เพราะหน้าหนาวที่นี่เอาเรื่องทีเดียวนะครับ

เมื่อฉบับที่แล้วผมพาเพื่อนๆ ไปสัมผัสกับประสบการณ์ฟุตบอลอังกฤษ โดยเฉพาะเมืองแมนเชสเตอร์กันไป ก็หวังว่าจะถูกใจเพื่อนๆ อย่างไรก็ตามเมืองแมนเชสเตอร์ไม่ได้มีดีแค่ฟุตบอลนะครับ ฉบับนี้ผมจะพาเพื่อนๆ ไปทัวร์แมนเชสเตอร์ ไปดูกันว่านอกจากสนามบอลที่โด่งดังทั่วโลกแล้ว เมืองแมนเชสเตอร์ยังมีอะไรน่าสนใจกันอีก

ก่อนอื่นต้องบอกเลยว่าหากเพื่อนๆ คนไหนสนใจพวก พิพิธภัณธ์ ต่างๆ เมืองแมนเชสเตอร์เป็นอีกเมืองที่ห้ามพลาดเด็ดขาด ที่นี่มี museum หลายหลากมากมายและที่สำคัญคือมันเข้าฟรีครับ!! เริ่มจากละแวก city centre ก่อนเลยก็จะเป็นที่ตั้งของ Museum Of Science and Industry (MOSI) ก็ตามชื่อเลยครับที่พิพิธภัณฑ์นี้จะจัดแสดงสิ่งประดิษฐ์ทางวิทยาศาสตร์โดยจะเน้นไปที่พวกเครื่องยนต์กลไกต่างๆ อาทิเช่น รถยนต์ รถไฟ รวมไปถึงเครื่องบิน โดยไฮไลท์ของที่นี่ก็น่าจะอยู่ที่โซนแสดงประวัติของเครื่องบินที่เหมือนยกโรงเก็บเครื่องบินมาให้ดูกันอย่างงั้นเลย ใครที่ชอบเครื่องบินพลาดไม่ได้ครับ ในส่วนของการเดินทางก็นั่ง Free Shuttle Bus สาย 2 ได้เลยครับ รถจะจอดหน้า museum เลยครับ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

สำหรับใครที่สนใจเรื่องของประวัติศาตร์ การเมือง ก็ต้องไปที่นี่เลยครับ People’s History Museum ภายในภิพิธภัณฑ์จะจัดแสดงเรื่องราวของคน(สหราชอาณาจักร) เป็นการเล่าเรื่องผ่านเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่นการชุมนุมประท้วงเพื่อเรียกร้องสิทธิของชนชั้นแรงงาน, การเรียกร้องสิทธิสตรี, เรื่องราวของผู้คนในช่วงสงครามโลกทั้ง 2 ครั้ง, เรื่องราวทางการเมือง รวมไปถึงเรื่องราววิถีชีวิตของผู้คนในอดีตก็ถูกจัดแสดงไว้อย่างน่าสนใจ สำหรับการเดินทางก็เหมือนเดิมครับ เราสามารถใช้บริการของ Free Shuttle Bus สาย 2 ได้เหมือนเดิมแต่ต้องเดินต่อนิดหน่อยไม่เกิน 10 นาทีก็ถึงครับ

People_s_History_Museum

ต่อมาสำหรับใครที่ยังไม่จุใจกับเรื่องฟุตบอลก็ขอแนะนำให้แวะไปเยี่ยมชม National Football Museum สถานที่ที่เก็บรวบรวมเรื่องราวของโลกฟุตบอล ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของฟุตบอลอังกฤษ ซึ่งมีการบอกเล่าอิทธพลของฟุตบอลต่อวิถีชีวิตของชาวอังกฤษ ความคลั่งไคล้ในเกมลูกหนัง วัตถุสิ่งของที่มีความสำคัญในประวัติศาสตร์ลูกหนัง อย่างเช่น ถ้วยและเหรียญรางวัลต่างๆ ชุดแข่งขัน รวมไปถึง ของสะสมของนักเตะและแฟนบอล ไม่เพียงแค่ฟุตบอลอังกฤษเท่านั้น แต่ที่นี่ยังมีการจัดแสดงในส่วนของฟุตบอลยุโรป และฟุตบอลโลกอีกด้วย เอาเป็นว่าใครที่สนใจเรื่องของฟุตบอลมาแล้วประทับใจแน่นอนครับ สำหรับการเดินทางก็ง่ายมากครับ เพราะอยู่ใจกลาง city centre ถัดจากศูนย์การค้า Arndale มานิดเดียว สามารถนั่งสาย 2 เหมือนเดิมมาลง city centre แล้วเดินต่อเอาได้ครับ

National_Football_Museum

สำหรับ museum สุดท้ายที่จะมาแนะนำให้เพื่อนๆ ได้รู้จักก็คือ Imperial War Museum (IWM) ซึ่งมีอยู่หลายสาขาในอังกฤษ และแน่นอนว่าที่แมนเชสเตอร์ก็มีกับเค้าด้วยสาขานึง ที่ IWM นั้นจะจัดแสดงเรื่องราวของประวัติศาสตร์ทางการทหารของอังกฤษตั้งแต่ยุคที่เป็นจักรวรรดิ เรื่อยมาจนถึงสงครามโลกทั้งสองครั้ง รวมไปถึงสงครามเย็นด้วย แน่นอนครับถ้าพูดถึงเรื่องสงครามหลายๆ คนก็อยากจะเห็นรถถัง เครื่องบินรบ อาวุธยุทโธปกรต่างๆ ที่นี่ก็มีจัดแสดงไว้อย่างน่าสนใจครับ สำหรับใครที่ชอบเรื่องราวของสงครามแนะนำให้มาที่นี่เลยครับ การเดินทางจากตัวเมืองมาก็ค่อนข้างไกลนิดนึงครับ เพราะคราวนี้เราต้องออกมาแถบชานเมืองย่าน Trafford ซึ่งจากตัวเมืองก็สามารถนั่งรถเมล์สาย 250 ประมาณ20 นาที มาลงที่หน้า museum ได้ครับ แต่คราวนี้ต้องเสียตังละนา ฮาฮา ละแวกนั้นนอกจาก IWM แล้วก็จะมีศูนย์การค้าอย่าง The Rowry ให้ได้ช้อปปิ้ง หรือหาอะไรทานหลังจากเสร็จจาก Museum ด้วย ถึงแม้จะไกลซักหน่อยแต่รับรองว่ามาแล้วไม่เสียเที่ยวแน่นอนครับ

Imperial_War_Museum__IWM_

ก็ จบไปแล้วนะครับสำหรับการแนะนำ museum ต่างๆ ในเมือง Manchester ซึ่งแน่นอนว่าพื้นที่เท่านี้คงไม่สามารถบรรยายสิ่งต่างๆ ออกมาได้หมด และยังไงก็ตามสิบปากว่าก็ไม่เท่าตาเห็น เพราะฉะนั้นหากเพื่อนๆ มีโอกาสแวะมาที่เมือง Manchester ก็อยากให้หาเวลาแวะไปเยี่ยมเยียนพิพิธภัณฑ์ต่างๆ แล้วจะรู้ว่าพิพิธภัณฑ์ไม่จำเป็นต้องน่าเบื่อเสมอไปนะครับ 

 สุดท้ายก่อนจะจากกันไปก็อยากจะแนะนำว่า museum ส่วนใหญ่ที่กล่าวมาจะเปิดตั้งแต่เช้าถึงเย็นทุกๆ วัน เวลาเปิดปิดที่แน่นอนก็สามารถเช็คได้ที่เว็บไซต์ของ museum นั้นๆ เลยครับ นอกจากนี้ทุกที่ที่กล่าวมาเข้าฟรี และที่เหมือนกันจะมีกล่องรับบริจาค พร้อมถึงระบุจำนวนเงินที่ควรบริจาคไว้ด้านหน้า (ออกแนวบังคับหน่อยๆนะ ฮาฮา) ก็เราไม่จำเป็นต้องบริจาคก็ได้นะครับ แต่ถ้าเข้าไปชมแล้วเกิดชอบก็สามารถบริจาคได้ ไม่จำเป็นต้องตามที่เค้าแนะนำก็ได้ครับ ถือว่าได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้ประวัติศาสตร์ถูกเก็บรักษาต่อไป ครับ

Go to top