Hands On Blog | บล็อคเพื่อการเรียนต่อสหราชอาณาจักร

Sumit Niwatcharoenchaikul

| หมวดหมู่ Student Blog

แท็ก : ,

4 November 2014

Profile_N_-POOK

เขียนโดย น้องปุ๊ก, The University of Manchester

สวัสดี ครับเพื่อนๆ ทุกคน กลับมาเจอกันอีกครั้งฉบับนี้ก็ฉบับที่สามแล้ว จะว่าไปก็เร็วเหมือนกันนะเนี่ย เผลอแผลบเดียวผมก็อยู่อังกฤษมา 4 เดือนแล้ว (เวลาแห่งความสุขมักจะผ่านไปเร็วเสมอ ฮาฮา) ช่วงนี้ปลายเดือนกันยายน ถึงต้นเดือนตุลาคมก็เป็นช่วงที่มหาลัยที่นี่ทยอยกันเปิดเรียนแล้ว การบ้านก็เริ่มมาเยี่ยมเยียน ใครที่อยู่ที่นี่ก็สู้ๆนะครับ ส่วนใครที่กำลังเตรียมตัวเพื่อที่จะมาเรียนช่วงเปิดเทอมมกราคมก็สู้ๆเช่นกัน เป็นกำลังใจให้นะ ฮึบๆๆ

มาเรื่องของเราดีกว่า เรื่องมีอยู่ว่าเมื่อคราวที่แล้วเกริ่นไว้ว่าจะเขียนเรื่องการเดินทางที่นี่ วันนี้เราก็จะมาคุยกันเรื่องนี้แหละ แต่ก่อนอื่นขอออกตัวก่อนนะครับว่า การเดินทางที่นี่มีหลากหลายรูปแบบมาก ผมก็จะเขียนเฉพาะส่วนที่มีประสบการณ์เพราะอยากให้ข้อมูลนั้นถูกต้องที่สุด นอกจากนั้นข้อมูล่วนใหญ่ก็จะเขียนจากข้อมูลของเมืองแมนเชสเตอร์เป็นหลัก ดังนั้นมันอาจจะไม่ครอบคลุมก็ต้องขออภัยไว้ล่วงหน้านะครับ

ผมจะขอเริ่มจากการเดินทางในเมือง (แมนเชสเตอร์) ก่อนนะครับ แมนเชสเตอร์ก็มีลักษณะเหมือนเมืองใหญ่ทั่วไปนั่นคือ มีระบบขนส่งมวลชนที่ดีและครอบคลุมครับ การเดินทางภายในเมืองหลักๆ แล้วส่วนใหญ่คนที่นี่ก็จะใช้รถเมล์ครับ โดยรถเมล์ที่นี่ส่วนใหญ่ร้อยละ 90 จะเป็นรถแบบสองชั้น (ถ้าไม่ใช่ชั่วโมงเร่งด่วนก็ได้นั่งแน่นอนไม่ต้องห่วง) ซึ่งรถเมล์สองชั้นนี่ก็เหมือนจะเป็นสัญลักษณ์ของประเทศนี้ไปแล้วใช่มั๊ยล่ะ ครับ แต่รถเมล์ที่เมืองนี้ไม่ใช่สีแดงเหมือนในลอนดอน นอกจากชั้นที่มากกว่าแล้วสิ่งที่รถเมล์ที่นี่ต่างจากรถเมล์เมืองไทยก็คือ ที่นี่ไม่มีกระเป๋ารถเมล์ครับ!! อ้าวแล้วเค้าเก็บเงินกันยังไง คำตอบก็คือคนขับก็จะมีหน้าที่ขายตั๋วด้วย แบบว่าจ้างทีใช้คุ้มเลย ฮาฮา เวลาขึ้นเค้าจะต่อแถวขึ้นไปซื้อตั๋วทีละคน ระหว่างนี้ก็อย่าลืมทักทายคนขับนะครับ (เหมือนเป็นธรรมเนียมที่นี่ ซึ่งผมว่ามันดีมากๆเลย) 

manchester-buses_new

สำหรับประเภทตั๋วก็มีหลายแบบ เช่น ตั๋วรายเที่ยว รายวัน รายสัปดาห์ ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถซื้อได้ที่คนขับ ซึ่งจะรับเฉพาะเงินสดเท่านั้น โดยราคาของตั๋วรายเที่ยวก็จะอยู่ที่ 1-2ปอนด์แล้วแต่สายแล้วแต่บริษัทนะครับ รายวันก็จะประมาณ 4ปอนด์ ส่วนรายสัปดาห์ก็จะอยู่ราวๆ13 ปอนด์ครับ นอกจากนี้ยังมีตั๋วอีกประเภทที่อยากจะแนะนำเพื่อนๆ ก็คือตั๋วแบบรายปี (unirider)ครับ ราคาจะอยู่ราวๆ 200 ปอนด์ ถ้าใครคิดว่าต้องใช้รถเมล์เป็นประจำก็แนะนำให้ซื้อแบบนี้ครับ มาว่ากันเรื่องระบบการเดินรถกันต่อครับ ผู้ให้บริการรถเมล์ในเมืองนี้ก็อาจแบ่งได้เป็น 3 เจ้าใหญ่ๆนะครับ นั่นคือ stagecoach, magicbus 2 เจ้านี้รวมกันก็ประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ของรถทั้งหมด ซึ่งบัตรรายปีสามารถใช้ได้กับทั้ง stagecoach และ magicbus ครับ (จริงๆแล้วสองแบรนด์นี้ก็บริษัทเดียวกันนั่นแหละ แต่ทำแบรนด์แยกกันครับ) อีกบริษัทนึงที่มีรถให้บริการค่อนข้างมากคือ first ครับ นอกนั้นก็จะมีบริษัทอื่นๆประปราย เช่น Arriva, Witchway การที่มีบริษัทมากมายให้บริการทำให้เราต้องคอยสังเกตุก่อนขึ้นนิดนึงครับ เพราะตั๋วแต่ประเภท เช่นตั๋วรายวัน รายอาทิตย์ไม่สามรถใช้ข้ามบริษัทกันได้

ต่อมาผมจะขอพูดถึง taxi ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งวิธีการเดินทางที่ได้รับความนิยมที่นี่เนื่องจากความรวดเร็ว และสะดวกสบาย แต่ก็ต้องแลกกับราคาที่แพงเอาเรื่องอยู่ครับ taxi ที่นี่ก็เหมือนของบ้านเราคือเป็นระบบ meter อัตราค่าโดยสารก็จะเพิ่มขึ้นตามระยะทาง นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดยิบย่อยอีกอย่างเช่น หากผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอัตราค่าโดยสารก็จะสูงขึ้น taxi ที่นี่อาจแบ่งได้เป็นสองแบบนะครับ แบบแรกก็จะเหมือน taxi บ้านเราที่วิ่งหาผู้โดยสารอยู่บนถนน taxi แบบนี้เราสามารถเรียกตามข้างทางได้เลย โดยค่าโดยสารจะแพงกว่า และจะไม่มีส่วนลด ส่วนอีกแบบนึงจะเป็นแท๊กซี่ที่อยู่กับบริษัท ซึ่งบริษัทใหญ่ที่มีชื่อเสียงก็ได้แก่ StreetCars ซึ่ง taxi แบบนี้เราต้องจองล่วงหน้าเท่านั้น โดยอัตราค่าโดยสารจะถูกกว่าแบบแรก และส่วนใหญ่จะมีส่วนลดสำหรับนักเรียนครับ ทุกครั้งก่อนจะจ่ายเงินอย่าลืมถามเรื่องส่วนลดนะครับ เพราะถ้าเราไม่พูดบางทีคนขับก็ไม่ลดให้ครับ ข้อดีของ taxi แบบที่โทรจองนอกจากจะถูกกว่าแล้วยังปลอดภัยกว่าด้วยครับ เพราะเป็น taxi ที่มีการขึ้นทะเบียนถูกต้อง (taxi ที่วิ่งอยู่ตามถนนมีบ้างที่เป็นมิจฉาชีพหาโอกาสที่จะก่อเหตุ ต้องระวังให้ดีครับ)

Manchester_tram

สุดท้ายสำหรับการเดินทางในเมือง ก็คือรถรางครับ คนที่นี่ก็จะเรียกรถรางว่า tram นะครับ ซึ่งสำหรับเมืองแมนเชสเตอร์ก็พิเศษหน่อยตรงที่มีเจ้า tram เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับการเดินทาง สำหรับข้อดีของการเดินทางด้วย tram คือ มันไม่มีคำว่ารถติดครับ (อาจจะมีติดสัญญาณไฟบ้างแต่ก็มีรางเป็นของตัวเอง) สำหรับตั๋วโดยสารนั้นจะมีแบบเป็นเที่ยว กับรายวันซึ่งซื้อได้จากตู้อัตโนมัติบนชานชาลา ส่วนบัตรโดยสารแบบรายปีต้องซื้อผ่านช่องทางออนไลน์เท่านั้น ข้อควรระวังในการใช้ tram ก็คืออย่าซื้อซื้อตั๋วครับ อันนี้ไม่ได้กวนนะ ฮาฮา เพราะชานชาลาที่นี่ใครจะเข้าจะออกก็ได้ไม่มีที่กั้นและไม่จำเป็นต้องมีตั๋วครับ แต่ถ้าท่านขึ้นไปบน tram โดยที่ไม่มีตั๋ว (ซึ่งอาจจะเกิดจากการลืมจริงๆ) ท่านจะโดนปรับเป็นเงิน 100 ปอนด์!! ไม่ใช่น้อยๆเลยนะครับ ส่วนอัตราค่าโดยสารแบบรายวันก็จะเริ่มที่ 5 ปอนด์สำหรับช่วงเวลาธรรมดา และ 7 ปอนด์สำหรับช่วงเวลาเร่งด่วนนะครับ

และทั้งหมดนี้คือข้อมูลคร่าวๆ สำหรับการเดินทางในเมืองที่ผมอยากจะมาแชร์ให้เพื่อนๆฟัง ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์ในการตัดสินใจเดินทางของเพื่อนๆนะครับ ฉบับหน้าผมจะมาต่อเรื่องการเดินทางไปยังเมืองอื่นๆ รวมทั้งเรื่องของ Oyster Card บัตรโดยสารที่ใช้ใน London เนื่องจากหลายๆ คนคงอยากรู้ ยังไงอย่าลืมติดตามกันต่อนะครับ สำหรับฉบับนี้ขอบคุณเพื่อนๆ ทุกคนที่อยู่ด้วยกันมาถึงตรงนี้ เหมือนเดิมนะครับมีอะไรแนะนำติชมตามสะดวกเลยนะครั

Go to top