ขออภัยในความไม่สะดวก ขณะนี้โทรศัพท์ที่ Hands On สาขาสีลม 02-635-5230 ไม่สามารถใช้งานได้ชั่วคราว เนื่องจากสัญญาณโทรศัพท์ขัดข้อง น้องๆ สามารถติดต่อเราผ่านทางเบอร์โทร 081 819 6637 หรือ Line@: @handson ทางเราจะเร่งดำเนินการแก้ไขและแจ้งให้ทราบเมื่อสัญญาณโทรศัพท์กลับมาใช้ได้ตามปกติ

Hands On Blog | บล็อคเพื่อการเรียนต่อสหราชอาณาจักร

| หมวดหมู่ About the UK

10 April 2014

ไม่มีคำว่าง่ายหรือธรรมดาสำหรับ Supply Chain แม้กระทั่งการขนส่งโดยตรงยังต้องใช้มืออาชีพในการสั่งซื้อ เคลื่อนย้าย ขนถ่าย จัดจำหน่ายสินค้า และประสานงานกับภาคธุรกิจในเชิงมหภาค

ถือว่ายุติธรรมดีที่จะบอกว่า Supply Chain นั้นเป็นกลไกที่สำคัญมากสำหรับธุรกิจในปัจจุบัน หากไม่มีกลไกนี้ ตลาด การผลิต จะไม่มีทางประสบความสำเร็จได้เลย เรามาดูกันค่ะว่าทำไม Supply Chain ถึงได้เป็นส่วนสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กร

ปัจจัยหนึ่งเกิดจากความคาดหวังของลูกค้าในคุณภาพการให้บริการ ในหลายปีที่ผ่านมาแสดงถึงก้าวกระโดดที่สำคัญจากผลิตภัณฑ์เป็นผลิตภัณฑ์และการบริการ ความหมายคือมันไม่ใช่แค่การนำสินค้าไปถึงมือผู้บริโภคเท่านั้น หากแต่การขนส่งจำเป็นต้องกระทำอย่างมีประสิทธิภาพทั้งเรื่อง เวลา ต้นทุน และบริการพิเศษเช่น การติดตามพัสดุ หากล้มเหลวในเรื่องคุณภาพการจัดสรรระบบขนส่งอาจส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงขององค์กรนั้นๆได้

นอกจากนี้การแข่งขันของภาคธุรกิจที่เข้มข้นไม่ได้จำกัดอยู่แค่แต่ละบริษัทเท่านั้น แต่การแข่งขันเข้มข้นไปถึงระดับนานาชาติด้วย การเปิดเสรีทางการค้าและการคมนาคมได้เปลี่ยนทิศทางของตลาดจากแบบปิดกั้นทางการค้าไปสู่การแข่งขันตลาดแบบเปิดเสรีในระดับสากลมากขึ้น แบรนด์สินค้าระดับโลกในปัจจุบันมีอำนาจทางการตลาดเพิ่มขึ้นพร้อมๆกับประเทศที่มีเศรษฐกิจการผลิตที่เข้มแข็ง

กระแสความต้องการด้าน Logistics และสิ่งท้าทาย

การเติบโตรวดเร็วแบบสายฟ้าแลบและการรุ่งเรืองของอุตสาหกรรมชนส่งจะไม่สามารถมีวันนี้ได้หากขาดปัจจัยเหล่านี้

ต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น – การเติบโตขึ้นของเปอร์เซ็นต์ GDP ของประเทศนั้นๆ ที่ใช้ไปในการขนส่งระดับโลกวัดจากธุรกิจจุลภาค
ความเสี่ยงและภยันตรายต่างๆ – สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท

ภัยธรรมชาติ เช่น การระเบิดของภูเขาไฟ Eyjafjallajökull ในประเทศ Iceland เมื่อปี 2010 ซึ่งผลกระทบให้การสัญจรทางอากาศต้องเป็นอัมพาตครั้งใหญ่นับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 นำไปสู่ความซับซ้อนวุ่นวายของ Global Supply Chain
ปัญหาทางการเมืองและความไม่สงบ เช่น ที่เกิดขึ้นในประเทศอียิปต์และยูเครน สถานการณ์บังคับให้ภาคธุรกิจต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางสินค้าไปสู่เส้นทางที่ปลอดภัยกว่าทำให้ต้นทุนและเวลาในการขนส่งเพิ่มมากขึ้น

ผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม – มีการเรียกร้องให้ลดคาร์บอนในธุรกิจขนส่งเพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างเศรษฐกิจและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การเรียกร้องนี้รวมถึงการลดระยะทางในการขนส่งผลิตภัณฑ์ และลดความหนาแน่นของการขนส่งบนท้องถนนโดยนไปใช้ระบบขนส่งทางรถไฟและทางทะเลซึ่งผลิตคาร์บอนในอากาศน้อยกว่า อุตสาหกรรมการขนส่งมีหน้าที่ที่จะช่วยเหลือให้ความร่วมมือกับรัฐบาลแต่ละประเทศในการจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
การ ขาดแคลนมืออาชีพในสาขานี้ – ถึงแม้ความต้องการแรงงานทางด้านธุรกิจขนส่งจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ในอุตสาหกรรมก็ยังขาดคนรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาเป็นมืออาชีพในวงการนี้ ดังนั้นเรามีภาระหน้าที่ที่จะต้องทำให้นักศึกษามองเห็นถึงโอกาสทางการงานใน อุตสาหกรรมนี้ต่อไป

ในการที่จะขจัดปัญหาและขอบเขตที่จำกัด ผู้ประกอบอาชีพในสาขานี้ต้องทำให้มั่นใจว่าระบบ Supply Chain นั้นรวดเร็วฉับไว พร้อมจะปรับเปลี่ยนได้ตามความจำเป็นและความต้องการของภาคธุรกิจนานาชาติ

ทำไม Supply Chain ถึงสำคัญสำหรับประเทศไทย?

ประเทศไทยตั้งอยู่ในพิกัดที่เป็นหมุดสำคัญของการเติบโตทางด้านการขนส่ง และมีศักยภาพเป็นศูนย์กลางการขนส่งของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องมาจากลักษณะทางภูมิศาสตร์ของไทยที่อยู่ใจกลางระหว่างประเทศต่างๆในอา เซียน

ในภาคการขนส่งของไทยทำรายได้ทางเศรษฐกิจ 300 ล้านบาทต่อปี และยังสามารถเติบโตไปได้อีกในปีต่อๆไปโดยเฉพาะเมื่อเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี 2015 การเปิดประชาคมครั้งนี้จะเพิ่มการเปิดเสรีการขนส่งและบริการในภูมิภาคเอเชียตะวันออกฉียงใต้ – ส่งเสริมความต้องการบริการด้านการขนส่งทั่วทั้งสายโซ่อุปทาน (Supply Chain)

ด้วยรัฐบาลให้คำมั่นว่าจะพัฒนาและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของถนนหนทาง และรถไฟให้ได้มาตรฐานโลกอำนวยให้ธุรกิจขนส่งไทยได้ขยายออกไปสู่ประเทศเพื่อน บ้านในอาเซียน

อย่างไรก็ตามความท้าทายสำหรับธุรกิจขนส่งไทยคือการแข่งขันกับเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์ที่เป็นศูนย์กลางการขนส่งภูมิภาคอาเซียน ณ ปัจจุบัน ถึงแม้สิงคโปร์จะมีอุปสรรคเรื่องวิธีขนส่งและพื้นที่โกดังสินค้า แต่ถึงกระนั้นสิงคโปร์ได้พยายามที่จะแก้ไขอุปสรรคเหล่านี้ให้หมดไป

สำนักโลจิสติกส์ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและเหมืองแร่ กระทรวงอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยได้เลือกใช้งานวิจัยหลากหลายชิ้นของสถาบัน โลจิสติกส์จากคณะบริหารธุรกิจมหาวิทยาลัย Hull (University of Hull) ในการวางแผนริเริ่มการประหยัดงบประมาณด้านการขนส่ง

งานวิจัยโดยศาสตราจารย์ David B. Grant สำรวจฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์และการประมวลผลงานในธุรกิจขนส่ง และพัฒนากลุ่มเครื่องมือที่นักวิจัย บริษัท และองค์กรสามารถนำไปประยุกต์ใช้ กระทรวงอุตสาหกรรมได้เลือกนำเครื่องมือเหล่านี้มาใช้ประมวลผลในดัชนีผลงาน การขนส่งไทยเพื่อพัฒนาระบบขนส่งและสายโซ่อุปทานของไทย (Logistics and Supply Chain) ให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดในการลดต้นทุนในระบบสายโซ่นี้จาก 14.5% ของ GDP หรือราว 55 พันล้านดอลลาร์ ให้เหลือประมาณ 10% ในอีก 5 ปีข้างหน้า

ในงานวิจัยอีกชิ้นที่ผลิตโดยศาสตราจารย์อาวุโส Chandra S. Lalwani แห่งสถาบันโลจิสติกส์ ได้ทำนายปัจจัยและความท้าทายที่อุตสาหกรรมในตลาดที่จะเกิดขึ้นในระบบสายโซ่รุ่นต่อไป ปัจจัยทั้งหมดมีดังนี้

ผู้บริโภคเป็นผู้กำหนดความต้องการของผู้ให้บริการ
อายุใช้งานที่สั้นลงของผลิตภัณฑ์
ยานพาหนะหลากหลายในการขนส่งในระบบสายโซ่
การเปลี่ยนบทบาทของท่าเรือสินค้าในระบบสายโซ่
การขนส่งทั่วโลกและความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
ความซับซ้อนของระบบของเครือข่ายสายโซ่

ศาสตราจารย์ Lalwani ให้คำแนะนำว่าอุตสาหกรรมในประเทศไทยและประเทศที่กำลังเติบโตทางเศรษฐกิจใน เอเชียมีความจำเป็นที่จะต้องออกแบบระบบขนส่งใหม่โดยอิงปัจจัยที่กล่าวมาเป็น ฐานการออกแบบเพื่อประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการพัฒนาภาคขนส่งไทยให้สามารถ แข่งขันอย่างทัดเทียมในตลาดโลก

Go to top